เมื่อช้างในป่าต้องมาเดินเสี่ยงภัยในเมืองเพื่อธุรกิจเร่ขายกล้วยอ้อยของนายทุน

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry

มีคนตั้งคำถามมากมายว่า ช้าง สัตว์ที่สมควรอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมาเดินเสี่ยงภัยในเมืองคอนกรีต เมืองที่ส่งผลกระทบเลวร้ายต่อกายภาพของตัวช้างแทบจะทุกมิติ

ช้างหลายชีวิตต้องมาตาบอดจากแสงไฟ ช้างหลายชีวิตต้องมาพิการจากอุบัติเหตุต่างๆ ช้างหลายชีวิตต้องประสบปัญหาสุขภาพจิตจากการความเครียดที่เจอสิ่งเร้าในเมือง ลูกช้างบางเชือกที่นำมาเดินเร่ อายุต่ำกว่า 1 ปี โดยมักจะอ้างว่าเป็นลูกช้างกำพร้า ซึ่งตามธรรมชาติลูกช้างจะดื่มนมแม่ทุกๆ ครึ่งชั่วโมงและจะหลับตลอดเวลา ในยามที่ลูกช้างหิวนมจะร้องโหยหวนเป็นที่เวทนาของผู้พบเห็นและนั่นก็ย่อมทำให้คนรักช้างใจอ่อน สงสาร ยอมควักเงินให้ควาญเพราะต้องการนำเงินไปซื้อนมให้ช้าง และบางครั้งเมื่อลูกช้างร้องมากๆ ควาญจะเอาน้ำส้มน้ำอัดลมให้ลูกช้างดื่ม ซึ่งทำให้ลูกช้างเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเป็นอย่างมาก

มีนายทุนช้างบางคนเริ่มมีการผสมพันธ์ช้างและเสาะหาซื้อลูกช้างมาเพื่อให้คนเช่ามาเดินเร่ร่อน ด้วยความที่ลูกช้างสามารถขนย้ายได้ง่าย และหลบหลีกสายตาผู้คนได้ง่ายกว่า จำนวนช้างจากสิบเชือกเข้าสู่หลักร้อยเชือก สร้างความร่ำรวยอย่างมหาศาลสู่นายทุนช้าง จนกระทั่งเกิดขยายขอบเขตการทำธุรกิจช้างจากช้างเร่สู่การฝึกลูกช้างเพื่อไปเช่าเพื่อแสดง และบริการขี่ ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆและขยายไปสู่ธุรกิจส่งช้างไปยังต่างประเทศ

ลูกช้างกลายเป็นสินค้าขายดีในธุรกิจที่ทำเงินจากนักท่องเที่ยว ราคาจากหลักแสนต้นๆขึ้นไปสู่หลักหลายล้านในปัจจุบัน ลูกช้างที่มีการซื้อขายในประเทศจะมีราคาเริ่มต้นที่ สองล้านขึ้นไป และลูกช้างที่ถูกป้อนสู่ธุรกิจนี้ต้องถูกพรากจากอกแม่ในวัยเด็กมากเกินไปบางเชือกอายุต่ำกว่าหนึ่งปี

#อนาคตและชีวิตความเป็นอยู่ของช้างไทยจะยังคงมืดมนอีกต่อไปตราบใดที่เงินพูดเสียงดังกว่ากฎหมาย

ข้อมูลภาพจาก สัตว์ : สิทธิและโอกาส – Thailand Animal Rights Alliance.

(Visited 34 times, 1 visits today)
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry