วิษณุ เครืองาม แจงได้เตรียมการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ หากมีเคอร์ฟิวต้อง 24 ชม.

Like
Like Love Haha Wow Sad Angry

“วิษณุ”แจงยังไม่ปิดประเทศ ไม่ปิดเมือง ไม่เคอร์ฟิว แต่จะมีมาตรการเข้มข้นขึ้น ขอคน 3 กลุ่ม ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป เด็กต่ำกว่า 5 ขวบ คนมีโรคประจำตัวไม่ควรออกจากบ้าน แย้มในอนาคตหากมีเคอร์ฟิวต้อง 24 ชม. แต่จะแจ้งให้ทราบก่อน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงมาตรการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อโวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ว่า ได้เตรียมการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ แต่มีผลทันทีไม่ได้ แม้ว่าเตรียมไว้หมดแล้ว แต่ประชาชน เจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจในการปฏิบัติ สำหรับการเดินทาง อากาศยาน เรือ ยานพาหนะ ทุกด่านทั่วประเทศ ห้ามเข้ามาในประเทศ ยกเว้น ผู้ที่มีสัญชาติไทย บุคคลที่เป็นคณะทูต ถามว่าปิดประเทศหรือยัง ตอบว่า ยังไม่ปิด เพราะยังไม่ปิดสนามบิน แต่ห้ามคนต่างชาติเข้ามา ยกเว้นคนไทย และคนไทยต้องมีใบรับรองแพทย์ ส่วนถามว่าปิดเมืองหรือยังก็ยังไม่ปิด ประชาชนยังสามารถเดินทางได้แต่จะมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น ต้องรับการการตรวจคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด เช่น ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน กรอกเอกสาร แจ้งเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อประโยชน์ในการติดตามตัว

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีมาตรการพึงปฏิบัติสำหรับบุคคลบางประเภท คือให้กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่าย อยู่ในเคหะสถานหรือบริเวณสถานที่พำนักของตน เพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อจากสภาพแวดล้อมภายนอก ประกอบด้วย 1.ผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 70 ปีขึ้นไป 2.กลุ่มคนมีโรคประจำตัว 3.กลุ่มเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบลงมาเว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อการพบแพทย์ การรักษาพยาบาล การทำธุรกรรม

นายวิษณุ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ประกาศเคอร์ฟิว หรือ กำหนดเวลาห้ามออกจากบ้าน ยังออกจากบ้านได้ตามปกติ เพียงแต่บุคคล 3 ประเภท ไม่แนะนำให้ออกจากบ้านยกเว้นไปทำธุรกรรมบางอย่าง หากในอนาคตจะประกาศเคอร์ฟิว จะมีการเตือนเพื่อไม่ให้ตระหนก ไม่ให้มีการกักตุนสินค้า ไปกว้านซื้อข้าวของ ซึ่งถ้าจะมี จะไม่เหมือนเคอร์ฟิวเหมือนที่เราเคยประกาศ เช่น 3 ทุ่มถึงตี 4 เพืื่อรักษาความมั่นคง แต่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถ้าเคอร์ฟิวจะ 24 ชม.แต่ก็จะมีข้อยกเว้น เพราะเชื้อคงจะไม่กระโดดจากนาย ก ไปสู่นาย ข  ต้องมีการเว้นระยะห่างทางสังคม ถ้ามีเคอร์ฟิวต้อง 24 ชม. ทั้งนี้ต้องมีข้อยกเว้นให้ออกไปซื้ออาหาร ไปหาหมอ ไปขึ้นศาล ไปแจ้งความตำรวจ ไปธนาคาร ไปกดเอทีเอ็มได้ สั่งซื้อของทางออนไลน์ พนักงานมาส่งของได้ตามปกติ วิทยุโทรทัศน์ก็จัดรายการได้ตามปกติ ไม่เช่นนั้นประชาชนอยู่แต่บ้านก็คงจะหูหนวกตาบอดไม่รับรู้อะไรเลย

(Visited 1,985 times, 1 visits today)
Like
Like Love Haha Wow Sad Angry