ดีจริง ? (รมว.ตุรกี) เผย ฉีดซิโนแวค 3 เข็ม ” มีระดับการปกป้องสูง ” กว่าคนที่ฉีด 2 เข็ม แล้วฉีดบูสเตอร์ ชนิด ” mRNA ไฟเซอร์ ” เข็ม 3

ดีจริง ? (รมว.ตุรกี) เผย ฉีดซิโนแวค 3 เข็ม ” มีระดับการปกป้องสูง ” กว่าคนที่ฉีด 2 เข็ม แล้วฉีดบูสเตอร์ด้วย ” mRNA ไฟเซอร์ ” เข็ม 3 ตุรกีเผยผลการศึกษาจากประชากรกว่า 30 ล้านคน ที่รับวัคซีนของซิโนแวคซึ่งเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย บ่งชี้ว่าวัคซีนซิโนแวค 3 เข็ม มีระดับการปกป้อง (level of protection) สูงกว่าคนที่ฉีดวัคซีนของซิโนแวค 2 เข็มแล้วตามด้วยบูสเตอร์ชนิด mRNA ของไฟเซอร์ในเข็มที่ 3 แม้ นาย ฟาเรตติน โคชา รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของตุรกี จะเลี่ยงไม่ได้ระบุถึงยี่ห้อของวัคซีนในระหว่างการเปิดเผยผลการศึกษา แต่เป็นที่รับรู้วงกว้างว่าตุรกีใช้วัคซีนชนิดเชื้อตายของซิโนแวคเป็นหนึ่งในวัคซีนที่ใช้แจกจ่ายประชาชน ข่าวที่เกี่ยวข้อง ฝ่ายค้าน เล็ง บิ๊กตู่ – อนุทิน พร้อมยื่นญัตติอภิปราย ” ไม่ไว้วางใจรัฐบาล ” ปัญหาการทุจริตบุคคลในรัฐบาล การจัดการโควิดล้มเหลว ! เบิกเนตร ! ป.ป.ช. เปิดเผย บัญชีทรัพย์สิน ” บิ๊กปั๊ด (ผบ.ตร.) ” สุดมั่งคั่ง โคชา ระบุว่า จากการศึกษาในตุรกีที่ฉีดวัคซีนกว่า 30 ล้านคนบ่งชี้ว่า วัคซีนชนิดเชื้อตายมีระดับการปกป้องที่สูงกว่าคนฉีดเชื้อตายสองเข็มแล้วตามด้วย mRNA เข็มที่สามเป็นบูสเตอร์ ซึ่งในตุรกีมีการใช้วัคซีนทั้งสองชนิด ” การฉีดบูสเตอร์เข็มที่ 3 โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงนั้นสำคัญมาก ผู้คนทั่วโลกจะได้เรียนรู้ข้อมูลนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งอาจส่งผลให้นโยบายการฉีดวัคซีนของประเทศต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง ” รมว.สาธารณสุขตุรกี ยังเผยอีกว่า เขาเตรียมให้นักวิจัยนำข้อมูลการศึกษานี้ตีพิมพ์ลงวารสารการแพทย์และวิทยาศาสตร์ เพื่อเผยแพร่ต่อนักวิจัยทั่วโลก สำหรับตุรกีได้รับวัคซีนซิโนแวคจำนวนหลายสิบล้านโดสตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยได้เริ่มแจกจ่ายกลุ่มผู้สูงวัยเป็นกลุ่มแรก ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ได้ทยอยรับมอบตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และได้เร่งทำสัญญาจัดซื้อเพิ่มเติมเดือนมิถุนายน สำหรับเป็นเข็มกระตุ้น อย่างไรก็ตาม ชาวตุรกีมักเลือกที่จะรอฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นบูสเตอร์มากกว่าฉีดซิโนแวคเข็มที่สาม เนื่องจากเชื่อว่าจะมีประสิทธิภาพดีกว่าวัคซีนของจีน ขอบคุณข้อมูลจาก : Nikkei

เก็บเห็ด…!! 7 คนไทยหลงป่าเข้าเขตประเทศลาว ได้ฉีดวัคซีน MRNA ก่อนส่งกลับไทย

เก็บเห็ด…!! 7 คนไทยหลงป่าเข้าเขตประเทศลาว ได้ฉีดวัคซีน MRNA ก่อนส่งกลับไทย จากกรณีที่มีชาวบ้านสุขเกษม ม.14 ต.คันไร่ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ออกไปเก็บเห็ดบริเวณป่าตามแนวชายแดนไทย สปป.ลาว แล้วถูกเจ้าหน้าที่ทหารของลาว จับกุมตัวเอาไว้ เป็นหญิง 5 ราย ชาย 2 ราย ซึ่งข้อหาเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ลาวอาจตั้งข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -ภาพที่แสดงถึงความเหนียวแน่นของรัฐบาล “ประยุทธ์” พร้อม 3 แกนนำพรรคร่วมรัฐฯ ยืนพูดคุย ปรึกษา โชว์สัมพันธ์ ย่ำปึ๊ก -มีไหม ? นพ.เรวัต ” ไม่ต้องการผู้นำที่โง่ ไม่ขี้ขลาด ไม่เวิร์กฟรอมโฮม ” พร้อมแนะ 3 มาตรการ แก้ระบบ (สธ.)   ผู้ใหญ่บ้านสุขเกษม กล่าวว่า ชาวบ้านได้ออกไปเก็บเห็ดที่ป่าบริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยวังลม ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร ซึ่งอยู่ติดกับแนวตะเข็บชายแดนไทย สปป.ลาว และอาจเดินลุกล้ำเข้าไปในเขตลาว เพราะไม่รู้แนวเขต จึงถูกทางลาวจับกุมตัวไว้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม โดยเจ้าหน้าที่ ตชด.2261 ได้ผสานกำลังทหารพรานเข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ลาวบริเวณที่คนไทยถูกจับแต่ไม่เป็นผล จนเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วานนี้ เจ้าหน้าที่ลาวโทรศัพท์มาหาว่า ขอให้ญาติของคนไทยโอนเงิน 1,000 บาท เพื่อเป็นค่าอาหารให้กับคนไทยทั้ง 7 คน ต่อมามีรายงานว่า คนไทยทั้ง 7 คน ที่หลงเข้าลาวนั้น จะได้รับการฉีดวัคซีน cv ชนิด mRNA จากทางการลาวด้วย โดยขณะนี้ลาวมีวัคซีนยี่ห้อไฟเซอร์ และ Johnson & Johnson อย่างไรก็ตามจะมีการกักตัวจนครบ 14 วัน ถึงฉีดวัคซีนให้แล้วส่งตัวกลับประเทศไทยต่อไป

“มะปราง” แซะ!รัฐบาล ถ้าได้วัคซีนที่ดีตั้งแต่แรกคงไม่ทุกข์ขนาดนี้?

ฟาดมากจ้าาา มะปราง อลิสา โพสต์ชวนคิดตั้งคำถาม ถ้าได้วัคซีน mRNA ตั้งแต่แรก คงไม่มีใครบินไปฉีดที่อื่น ประเทศจะฟื้นตัวเร็ว คนคงไม่ทุกข์มากเท่าวันนี้ ที่ติดเชื้อวันละหมื่นห้า นักแสดงสาว มะปราง อลิสา ขุนแขวง เป็นอีกหนึ่งคนในวงการบันเทิงที่โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการของรัฐบาลในสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดมาตลอด โดยก่อนหน้านี้เธอได้บินไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา มาเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง “มะปราง อลิสา” ถามแรงไม่ไหว! ดาราต้องมีสะดุ้งกันเลยทีเดียว? “มะปราง อลิสา” ฟาดเหล่าคนบันเทิงแรง “ไม่ออกมาเหรอคะ” เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2564 มะปราง ได้โพสต์ทวิตเตอร์ แสดงความคิดเห็นชวนคิดตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องวัคซีน โดยระบุว่า “ก่อนหน้านี้ถ้าได้ mRNA Vaccine ตั้งแต่แรก – การตรวจภูมิก็ไม่ต้อง – กระชาย ฟ้าทะลายโจรก็ไม่ต้อง – ไม่มีใครบินไปฉีดที่อื่น – ประเทศฟื้นตัวเร็ว ค่าใช้จ่ายทั้งของรัฐและประชาชนก็คงไม่บานปลายขนาดนี้ และความทุกข์ของทุกคนก็คงไม่เยอะมากเท่าวันนี้…ที่ติดเชื้อวันละหมื่นห้า” มีคนเข้ามาแสดงความเห็นและรีทวีตจำนวนมาก เช่นเดียวกับ เพชร กรุณพล ที่เห็นด้วยกับประเด็นดังกล่าว คอมเมนต์ว่า “ตบมือรัวๆ ให้คุณลูกสาวนะคะ” ปังไม่ไหว!!

นักวิจัยเตรียมการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันที่ 23 พ.ค. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) พร้อมผู้บริหาร อว.ลงพื้นที่เตรียมการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์วิจัยไพรเมทแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้างานวิจัย “วัคซีนชนิด mRNA” ที่ศูนย์วัคซีนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ให้ทุนสนับสนุนประสบความสำเร็จในระดับดีหลังทดสอบในหนูทดลองและกำลังเตรียมจะทดสอบในลิง นายสุวิทย์ กล่าวถึงการตรวจเยี่ยมศูนย์วิจัยฯ และประชุมการดำเนินงานด้านวัคซีน ว่า การทดสอบในลิงจะฉีด 3 ครั้ง สำหรับวัคซีนที่ทดลองในลิง ใช้เทคโนโลยีใหม่ของการวิจัยวัคซีน คือ ใช้สารพันธุกรรมของเชื้อ ชนิด mRNA โดยครั้งที่ 1 ฉีดวันที่ 23 พ.ค. เวลา 7.39 น. ครั้งที่ 2 นับไปอีก 4 สัปดาห์ ครั้ง 3 นับไปอีก 8 สัปดาห์ โดยหลังการทดสอบในเข็มที่ 2 จะทำให้เห็นผลการป้องกันโรคโควิด -19 ได้แล้วโดยขั้นตอนการทดสอบในลิง ถือเป็นสัตว์ที่ตอบสนองกับไวรัสได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด โดยการทดสอบในลิงจะดูเรื่องความปลอดภัย ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนเมื่อได้รับวัคซีน และการตอบสนอง คือสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้จริง ก่อนที่จะทดสอบในมนุษย์ ซึ่งคาดว่าอีก 2-3 เดือนจะเริ่มทดสอบได้ ทั้งนี้ กระบวนการทดสอบในมนุษย์มี 3 ระยะ พิจารณาใน 4 ประเด็นได้แก่ ความเป็นพิษ ความปลอดภัยต่อร่างกาย การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน และประสิทธิผลของวัคซีน คาดว่าจะเริ่มผลิตวัคซีนเพื่อทดสอบในคน ได้ในเดือน ส.ค.ปีนี้ “ สำหรับ เฟสที่ 1 ทดสอบในคนจะเริ่มจากหลักสิบคน เพื่อดูว่าวัคซีนมีความปลอดภัยหรือไม่ จากนั้น เฟสที่ 2 เพิ่มเป็นหลักร้อยถึงพันคน เพื่อดูว่าสร้างภูมิคุ้มกันได้จริง และเฟสที่ 3 จะทดสอบในหลักหลายพันคน เพื่อดูว่าใช้ได้กับประชากรจำนวนมาก โดย วัคซีนชนิด mRNA ที่ประเทศไทยใช้ เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด มีข้อดีคือสามารถใช้ได้ผลโดยการใช้ปริมาณวัคซีนที่ไม่มากนัก” รมว.การอุดมศึกษา กล่าว นายสุวิทย์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน เราได้มีการสั่งจองการผลิตวัคซีนกับโรงงานผลิต ซึ่งไม่เพียงแก้ปัญหาสำหรับประเทศไทยเท่านั้น แต่เป็นการแก้ปัญหาโรคระบาดในระดับมนุษยชาติ ขณะนี้การทดลองวัคซีนส่วนใหญ่ในโลกนี้อยู่ในขั้นตอนที่ไล่เลี่ยกันกับประเทศไทย คือ การทดสอบในสัตว์ทดลอง มีเพียง 6-7 แบบที่ทดลองในคนในระยะที่ 1 แล้ว เช่น ของจีนและสหรัฐอเมริกา เป็นต้น นอกจากนี้ สิ่งที่เราดำเนินการยังมีมากกว่า 1 วิธีการ โดยดำเนินยุทธศาสตร์ 3 แนวทางคู่ขนานกันคือ 1.การวิจัยและทดลองในประเทศไทย สร้างวัคซีนใช้เอง เพื่อยืนบนขาของตัวเอง2.การร่วมมือกับนานาชาติ และ 3.การเตรียมความพร้อมในการผลิตวัคซีนที่ผ่านการทดลองและพิสูจน์ว่าใช้ได้ผลให้คนไทยได้ใช้อย่างทั่วถึง คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายใน 6 เดือน “ที่สำคัญ ขณะนี้ ศูนย์ไพรเมท วางแผนในระยะยาวคือการสร้างอาคารวิจัยวัคซีนโรคติดเชื้อทางอากาศ ซึ่งจะทำให้การวิจัยพัฒนาและการทดสอบวัคซีนมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น ครอบคลุมโรคอุบัติใหม่อุบัติซ้ำ เหมือนอย่างในกรณีโรคโควิด-19” นายสุวิทย์ กล่าว