สาวอุดร หายป่วยโควิด !! พ่อแม่ไม่ให้เข้าบ้าน ?

สาวอุดรธานี ติดโควิดรักษาหายแล้วกลับบ้านที่ อ.บ้านดุง แต่โดนพ่อแม่ไล่พ้นบ้าน ช้ำใจน้ำตารินต้องนอนโรงพักบ้าง บขส.บ้าง โชคดีจิตอาสาช่วยหาที่พักติดต่อสามีรอกลับไปภูเก็ต ไม่ขอกลับเข้าบ้านอีก วานนี้ (16 ส.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มีเรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่งอายุ 43 ปี ถูกพ่อแม่ไล่พ้นบ้านเพราะเรื่องติดเชื้อโควิด แม้สาวรายนี้จะรักษาโควิดหายแล้วก็ตามแต่พ่อและแม่แท้ๆ และญาติพี่น้องไม่ยอมให้เข้าบ้านแถมไล่พ้นบ้านให้ไปไกลๆ ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายวีระพล รักเสมอวงษ์ แอดมินเพจ บ้านดุงอัพเดท Bandung Update จิตอาสาช่วยชาวบ้านติดโควิด-19 และเป็นจิตอาสาที่ช่วยหญิงสาวคนนี้ หลังจากต้องระหกระเหินนอนตามสถานีตำรวจ และ บขส.มานานกว่า 3 วัน พร้อมกับได้พาไปทำบัตรประชาชนใบใหม่หลังจากใบเก่าได้หายไป และได้พาตัวมาพักที่บ้านสวนเพื่อรอเดินทางไปยัง จ.ภูเก็ต ในเร็ววันนี้ น.ส.ส้ม (นามสมมติ) อายุ 43 ปี เปิดเผยว่า แต่ก่อนตนเองทำงานเป็นแคชเชียร์ที่บาร์ใน จ.ภูเก็ต เมื่อต้นเดือนได้เดินทางกลับมาบ้านที่ จ.อุดรธานี โดยนั่งรถทัวร์โดยสารมาลงที่กรุงเทพฯ จากนั้นได้ต่อรถมาที่ จ.อุดรธานี พอมาถึงก็มากักตัวที่บ้านสันติสุขที่ อ.บ้านดุง เป็นเวลา 14 วันและจากการตรวจหาเชื้อก็พบว่าติดเชื้อโควิดรักษาตัวที่ รพ.สมเด็จพระยุพราช อ.บ้านดุง 2 วันจากนั้นไปรักษาตัวต่อที่สามพร้าวตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.64 จนถึงวันที่ 29 ก.ค.64 เมื่อหายแล้วทางแพทย์ได้ออกใบรับรองแพทย์ว่าหายเป็นปกติแล้วก็เดินทางกลับมาบ้านที่ อ.บ้านดุง ยังไม่พอไปกักตัวที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งอีก 14 วันเพื่อความสบายใจโดยมีกำนันฯ ต.บ้านดุง จัดสถานที่ให้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทนายแจม ติดโควิด 19 เผยฉีดซิโนฟาร์ม ครบ 2 เข็ม เพจเฟซบุ๊ก เพนกวิน พริษฐ์ เผยตนเองและเพื่อนๆ ติดโควิด-19 พอกักตัวครบแล้วก็ดีใจเดินทางกลับบ้าน ไปบ้านที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บ้านดุง เพื่อไปพบหน้าพ่อและแม่ แต่ปรากฏว่าพอไปถึงพ่อกับแม่กับไล่ตนเองโดยบอกว่า “มึงไปไกลๆ มึงติดโควิดแม้จะรักษาหายก็ตาม บ้านนี้มีลูกๆ หลานๆ อีกหลายคน” เมื่อได้ยินพ่อกับแม่พูดอย่างนั้น ตนเองจนสะอึกพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ร้องไห้ออกมาจากบ้าน แต่ก่อนออกมาก็พยายามพูดให้ทุกคนเข้าใจว่า รักษาหายแล้วพร้อมกับใบรับรองแพทย์ให้ดูแต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ตนเองจึงต้องเดินออกจากบ้านแล้วมานอน บขส.บ้าง สถานี ตร.บ้านดุงบ้าง คิดแล้วช้ำใจ จะไม่ขอเข้าบ้านอีกแล้ว ไปก็โดนด่าไม่มีใครต้อนรับ ขอกลับไปภูเก็ต โดย น.ส.ส้มพูดไปเช็ดน้ำตาไป นายวีระพล รักเสมอวงษ์ แอดมินเพจ บ้านดุงอัพเดท Bandung Update และเป็นจิตอาสาที่ช่วยหญิงสาวคนนี้ เปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งกลับจากเดินทางไปรับชาวบ้านจากกรุงเทพฯ มาถึงอุดรเมื่อเช้าวันนี้ก็ได้รับแจ้งจากตร.ว่ามีหญิงสาวรักษาโควิดหายแล้วแต่พ่อแม่และญาติพี่น้องไม่ให้เข้าบ้านมาแล้ว 3 วัน มานอนที่ บขส. และ สภ.บ้านดุงบ้าง และวันนี้ทราบว่าจะไปขอนอนที่วัดฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านโนนกกบาก ก็พบหญิงคนนี้ไปขอนอนที่วัดกับเจ้าอาวาส แต่เมื่อชาวบ้านทราบข่าวว่าเคยติดโควิดมาก็เลยเป็นห่วง ตนเองจึงอาสาให้มานอนที่บ้านสวน ต่อมาทราบว่า สาวคนนี้ทำบัตรประชาชนหายด้วย ก็เลยพาไปทำบัตรประชาชนใหม่ ก็ได้รับความร่วมมือจากท่านนายอำเภอบ้านดุงและปลัดอำเภอ จนได้บัตรประชาชนใหม่ และทางสามีที่อยู่ภูเก็ตก็โทรมาบอกว่า ขอให้ผมช่วยเขาหน่อยเพราะพ่อแม่ไล่พ้นจากบ้าน ตนเองก็ยินดี ยามนี้ต้องช่วยกัน ตอนนี้ให้มานอนที่บ้านสวนไปก่อน และเห็นทางสามีบอกว่าจะส่งเงินมาให้อีก 2 วันเพื่อเป็นค่ารถให้ภรรยากลับไปที่ภูเก็ต ช่วงนี้ก็ให้นอนที่บ้านสวนตนเองก่อน และภายใน 2 วันนี้ตนเองจะเดินทางไป กทม.รับผู้ป่วยโควิดกลับมารักษา ก็จะอาสาพาไปส่งภูเก็ตด้วย.

เริ่มคืนนี้ คุมเข้ม “เคอร์ฟิว”ผู้ได้ยกเว้นต้องมีเอกสารยืนยัน

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2564 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. และโฆษกบช.น. เปิดเผยมาตรการตั้งจุดตรวจจุดสกัดรอบกทม.ว่า ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้มีการเตรียมความพร้อมการป้องกัน ตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของวันที่ 11-12 ก.ค. ตรวจสอบยานพาหนะหรือรถต่างๆไปแล้ว 684 คัน ตรวจสอบบุคคล 949 ราย ส่วนใหญ่มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ข้อกฎหมายและแนวทางการขออนุญาตว่ามีการเตรียมเอกสารอย่างไร ขอเตือนให้บุคคลได้รับการยกเว้นทั้ง 6 ประเภท เตรียมเอกสารประจำตัว โดยเฉพาะบุคคลประเภทที่ 6 ต้องมีหนังสืออนุญาตเดินทางมาด้วยเพื่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ในคืนวันที่ 12 ก.ค.นี้ จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ทั้ง 88 ด่านได้นำเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด ผบ.ตร.สั่งการมาใช้ในการตรวจสอบ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ภาพรวมตั้งด่านของบช.น. บช.ภ.1 บช.ภ.7 บช.ภ.9 หลังมีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัด มีการฝ่าฝืน มีการดื่มสุรา ลักลอบเล่นการพนัน อาทิ จ.นครปฐม มี 1 ราย มีการทิ้งทวนดื่มสุรา ผ่านเข้าจุดตรวจก็ขับรถพุ่งเข้าชนเพื่อหวังจะหนีการจับกุม ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่และการติดเชื้อโควิด 19 ส่วนกรณีภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มีนักท่องเที่ยว 1-2 รายไม่เข้าใจการปฏิบัติแต่ได้มีการตรวจโควิดแล้วทำการกักตัว แต่ขอผู้เดินทางให้ศึกษาข้อมูลการเดินทางเข้าจ.ภูเก็ต หรือจังหวัดใกล้เคียง เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ได้มีการแจ้งเอาไว้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเคอร์ฟิว เลี่ยงเดินทางข้ามจังหวัด เว้นมีเหตุจำเป็น หมอเพจดัง เห็นต่างกับแถลงการณ์ ‘บิ๊กตู่’ เสนอ ต้องล็อกดาวน์-เคอร์ฟิว  

องค์การเภสัช แจง โมเดอร์นา เข็มละ 584 ไม่เป็นความจริง!

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. องค์การเภสัชกรรม (จีพีโอ.) ออกแถลงการณ์ ​ถึง กรณีที่มีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับราคานำเข้าและการจัดเก็บภาษีวัคซีนโมเดอร์นา ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงนั้น องค์การเภสัชกรรม ขอชี้แจง ดังนี้ 1. จากที่ได้มีการนำเสนอว่า “ราคาวัคชีนโมเดอร์นา ที่นำเข้ามา ราคา 584 บาทต่อโดส”นั้น ขอชี้แจงว่า ราคา 584 บาทต่อโดส เป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง อย่างไรก็ตามองค์การฯไม่สามารถเปิดเผยราคานำเข้าได้ เนื่องจากเป็นข้อตกลงที่ได้มีการกำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในการเจรจาซื้อขาย ที่ไม่ให้ทั้ง 2 ฝ่าย เปิดเผยราคาซื้อขายของคู่ค้าได้ โดยบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นา เป็นผู้กำหนดราคาซื้อขาย มีข้อมูลที่เป็นที่เปิดเผยโดยทั่วไปว่าราคาซื้อขายในตลาดโลก (อ้างอิงจากเว็บไซต์ www.biospace.com) อยู่ที่ ประมาณ 25-37 ดอลลาร์สหรัฐฯ (800-1,200บาท) ต่อ 1 โดส โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและจำนวนในการจัดซื้อในแต่ละครั้ง 2.การกำหนดราคาขายวัคซีนโมเดอร์นา ให้กับโรงพยาบาลเอกชน ที่ราคา 1,100 บาทต่อโดสนั้น เป็นราคา ที่มาจากราคาวัคซีนที่องค์การเภสัชกรรม ได้รับจากบริษัทซิลลิค ฟาร์มา รวมกับภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รวมกับค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ อาทิ ค่าเก็บรักษา ค่าขนส่ง ค่าประกันภัยรายบุคคล เพื่อให้ความคุ้มครองกับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา กรณีที่อาจมีอาการไม่พึงประสงค์ ดังนั้นประเด็นที่มีการกล่าวหาว่า มีการบวกกำไรหรือภาษีเข้าไปในราคาขายถึง 516 บาท หรือ 88 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่เป็นความจริง 3.องค์การเภสัชกรรม ได้ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ในการเป็นหน่วยงานภาครัฐที่เป็นตัวแทนจัดซื้อจัดหาวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา เพื่อให้ประชาชนได้มีวัคซีนทางเลือกเพิ่มขึ้น โดยนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 องค์การเภสัชกรรม ได้มุ่งมั่น ทุ่มเท ดำเนินการในทุกภารกิจทั้งด้านยา วัคซีน และเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ในการป้องกันต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนระบบสาธารณสุขไทย เพื่อให้ประเทศไทยได้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ประชาชนจำนวนมาก ไปรับบริการฉีดวัคซีน COVID-19 ที่สถานีกลางบางซื่อ แต่เห็นแล้วสงสารคนแก่มาก ประชุม ครม.อนุมัติให้องค์การเภสัชกรรม ดำเนินการทำสัญญาจัดซื้อวัคซีนโควิด โมเดอร์นา

สุดอาลัย บุคลากรด่านหน้าติดโควิดเสียชีวิต!

อาลัย “หมอหนึ่ง นายพิเชษฐ์ สหกิจ” หมออนามัย รพ.สต.สวนหลวง จ.สมุทรสาคร ติดโควิด-19 จากการปฏิบัติหน้าที่เสียชีวิต แม้ฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก รติรัตน์ รถทอง ได้โพสต์ข้อความอาลัย “หมอหนึ่ง นายพิเชษฐ์ สหกิจ” หมออนามัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยบางตอนระบุว่า เวลาปะทะคนไข้แรกๆ จะเป็นหมอโรงพยาบาลชุมชนตำบลเหล่านี้ พวกเขาและเธอต่างต้องรับมือคนเจ็บคนป่วยที่เข้ามารักษาใน รพ.ด่านแรกที่เจอโควิด ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราเข้าใจผิดว่าเรามีด่านแรกที่เข้มแข็ง มี อสม. มีทุกอย่างดูแลโรคระบาดได้ในครั้งแรกๆ แต่ลืมไปว่า หมอหรือเจ้าหน้าที่เหล่านี้ก็พลาดและหมดแรงได้พอมาระลอก 3 มาเต็มๆ เราถึงมีข่าวว่าหมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่ติดกันเยอะ ทุกคนกล้ำกลืนแบบให้งานมาแต่ไม่ได้ติดอาวุธป้องกันให้พวกเขาทัพหน้าของไทย หมอหนุ่มๆ หมอสาวๆ ด่านหน้าเหล่านี้ หลายคนอายุน้อย โสด เป็นอนาคตของประเทศ อย่างหมอหนึ่ง ที่เป็นความหวังของครอบครัว เป็นความภูมิใจของคนรอบข้างในสังคมได้พึ่งพา ดูแลคนไข้มากมากมาย เป็นเพื่อนเป็นน้องของคนที่รักเขา เขาก็รักคนเหล่านั้น ขนาดน้องได้รับการฉีดซิโนแวคแล้วสองเข็มด้วยซ้ำแต่ป้องกันอะไรได้บ้างไหม ไม่เลย ที่โมโหคือเพราะที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราเป็นหมอยังออกมาเชียร์ เสียดายอนาคตหมอหนึ่ง ในอนาคตเราอาจมี ผอ.รพ.สต.ที่ดีๆ หรือเปล่า สังคมไทยเรากว่าจะสร้างคนดีคนเก่งมาทำงานยากเย็นขนาดไหนใครรู้ นอกจากนี้ยังพบว่า ได้มีคนเข้ามาแสดงความอาลัยต่อการจากไปของหมอหนึ่งจำนวนมาก. ข่าวที่เกี่ยวข้อง “หมอเจี๊ยบ ลลนา” แนะวิธีปฏิบัติตัวนั่งรถสาธารณะอย่างไรไม่ให้ติดโควิด!! พี่มนุษย์อวกาศจะพาหนูไปหาหมอใช่ไหมคะ? หนูน้อยวัย3ขวบ ติดเชื้อจากคุณแม่ รอเตียงมา 5 วัน จนน้องเริ่มไอหนัก หายใจไม่ออก

สงกรานต์ เดอะว๊อยซํ ซัดกลับ ! ชาวเน็ตด่าเต้นกินรำกิน

หลังจากที่มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลและสถานการณ์บ้านเมืองในตอนนี้ ทำให้ ล่าสุดนักร้องหนุ่ม สงกรานต์ เดอะวอยซ์ หรือ สงกรานต์-รังสรรค์ ปัญญาเรือน โดนชาวเน็ตบางคนไปคอมเมนต์ต่อว่า ว่าอาชีพของตนเป็นนักร้องที่ทำงานในที่อโคจร และนี่แหละเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด-19 โดย สงกรานต์ ได้หยิบโพสต์เหยียดอาชีพนักดนตรี ที่มีใจความว่า “คุณก็แค่นักร้องสร้างภาพให้ตัวเองดูดี โดยการด่าคนที่เขาทำงาน ไหนคุณเล่าผลงานที่คุณทำเพื่อสังคมมาบ้าง นอกจากเต้นกินรำกินหน่ะครับ” มาโพสต์ผ่านโซเชียล พร้อมแคปชั่น “ล่าสุดก็คือ มาเหยียดอาชีพฉันซะแล้ว ปล. คำว่าเต้นกินรำกิน ในปี 2021” “เอางี้ ถ้าคิดว่าผมสร้างภาพ ลองไม่มีรายได้สัก ปีกว่าๆ โดยที่รายจ่ายเท่าเดิมดูไหม แล้วคนที่อยู่ในใจคุณเนี่ยเค้าทำอะไร? “ และ “มาถามผมว่าผมทำอะไรให้สังคม? 5555ละไอคนที่เชียร์กันนี่ เค้าทำอะไรให้สังคมมั่งอะ” ในขณะเดียวกัน พระเอกหนุ่ม “ลี ฐานทัพ” ก็ได้แชร์โพสต์ข้างต้นผ่านทวิตเตอร์ ระบุข้อความเพิ่มเติมบอกว่า “ฉันเป็นนักดนตรีกลางคืนมาก่อน ฉันเต้นกินรำกิน พออ่านแล้วบอกเลย กูเจ็บ อห. เหยียดอาชีพทำไม” ท่ามกลางแฟนคลับเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อจำนวนมาก   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ด่ารัฐบาลยับ!! ร้านปิ้งย่างไม่ทน สับเละโควิดทั้ง 3 ระลอก จวกรัฐแรง! “กัน วง MEAN” โพสต์ “ขอเปลี่ยนฝากร้าน เป็นฝากด่า”

1 2