พ่อแม่รับไม่ได้ “ไฮโซลูกนัท” ลั่น พร้อมเปลี่ยนนามสกุล !!

จากกรณีที่นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือไฮโซลูกนัท ได้ออกมาร่วมเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง หลังได้รับบาดเจ็บทางดวงตา โดยได้มีการแต่งกายที่ทำให้กระทบกระเทือนจิตใจของคนไทยผู้จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ล่าสุด ทางด้านครอบครัวของนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ได้มีการเคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยทางด้าน นางอมรพิมล ธนากิจอำนวย ซึ่งเป็นแม่ของ “ไฮโซลูกนัท” ก็ได้โพสต์ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.๙ พร้อมแคปชั่น “ธ สถิตย์ในดวงใจ ขอเทอดทูนไว้เหนือเกล้า ตราบนิรันดร์” ขณะเดียวกัน ทางด้าน นายกิตติ ธนากิจอำนวย เจ้าของ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บิดา นายธนัตถ์ ได้มีการตอบในโพสต์ดังกล่าวของภรรยา ว่า “รับไม่ได้ใครมาลบหลู่ เลือดเนื้อเชื้อไขก็ต้องตัดทิ้ง” และล่าสุดนายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ออกมาร่วมเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมือง และได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา ดวงตาขวาบอด ล่าสุดไฮโซลูกนัท ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Nat Thanakitamnuay ระบุว่า ช่วยกันตั้งนามสกุล ใหม่ให้หน่อยเพื่อน ๆ พร้อมโพสต์ถึงแถลงการณ์ของครอบครัวธนากิจอำนวย ว่าแท้จริงแล้ว เป็นความพยายามที่ต้องการควบคุมไม่ให้เคลื่อนไหว โดยเอาความหวังดีมาอ้างว่าจะช่วยทำคดี แต่โป๊ะแตก โดนจับได้ว่าไปบิดเบือนคำพูดของทนาย ว่าอย่าให้ผมแสดงตัว เคลื่อนไหว เดี๋ยวจะมีผลต่อรูปคดี เพราะฉะนั้นพร้อมหักไม่ยอมงอ ถือว่าที่ผ่านมาครอบครัวนี้ พยายามขัดขวางสิทธิ์ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย (อีกแล้ว) ไว้จะมาลิสต์แต่ละธุรกิจของผู้เกี่ยวข้องที่ขัดขวาง ให้ทุก ๆ คนทราบ ส่วนคดีไม่ต้องเป็นห่วง ทีมทนายที่เก่งกว่าเดิมโหดกว่าเดิม พร้อมเดินหน้า สู้เพื่อความถูกต้องเต็มที่ และจะเตรียมช่วยเหลือ ผู้เสียหายคนอื่น ๆ ด้วย ครั้งนี้ทุ่มสุดตัวเพื่อทุกคน เดิมพันด้วยชีวิตภารกิจเปลี่ยนการเมือง

ดิว อริสรา โพสต์คิดถึงเมืองไทย หลังถูกขโมยของ มูลค่าหลักล้าน!

หลังจากที่เดินทางไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นางร้ายหน้าสวย ดิว อริสรา ทองบริสุทธิ์ กับหวานใจ ไฮโซหนุ่ม เซบาสเตียน ลี ก็ได้โพสต์รูปภาพ สวีตหวาน อัพเดตชีวิตประจำวันผ่านไอจีสตอรี่ตลอด ข่าวที่เกี่ยวข้อง บ๊ายบายแล้วไทยแลนด์ “ดิว อริสรา” ควงคู่หวานใจ วาร์ปไปอยู่ที่อเมริกา เต๋า ทีวีพูล เผย “ดิว อริสรา” ฟ้อง “เบล บุษยา” เรียก 10 ล้าน!! ล่าสุด สาวดิว อริสรา ก็ได้ออกมาอัพเดตชีวิตประจำวันเหมือนเช่นเคยผ่านไอจีสตอรี่ แต่ทว่าเกิดเหตุการณ์ชวนช็อกเกิดขึ้น เมื่อถูกขโมยของจากในรถ มูลค่า 30 หมื่นเหรียญสหรัฐ สาวดิวจึงได้โพสต์ข้อความเตือนภัยสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน โดยเผยว่า “นอยด์ค่ะโดนขโมยของชุดใหญ่ไปจากรถ คิดถึงประเทศไทยขึ้นมาเลยทันที“ หนุ่มเซบาสเตียน ลี ก็ได้โพสต์ไอจีสตอรี่เตือนภัย เช่นกัน เผยว่า “OUR CAR WAS BROKEN INTO AND ITEMS WORTH USD 30K STOLEN AMERICA NOW IS NO JOKE, SF SCARY AS HELL AND EVEN SJ IS BADDDDDDDDDDDDDD” เรียกว่าการใช้ชีวิตในต่างประเทศเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังทรัพย์สินมากเลยทีเดียว

ว่าที่คุณแม่ “มิว นิษฐา” เก็บภาพท้อง 6 เดือนเป็นที่ระลึก

“มิว นิษฐา” ถ่ายภาพอวดท้องโต 6 เดือน เก็บเป็นที่ระลึกให้ลูกสาว ข่าวที่เกี่ยวข้อง หน้าสดก็ยังเป๊ะจริงๆ ว่าที่คุณแม่ “มิว นิษฐา” ท้อง 4 เดือนแต่ก็ยังแซ่บ “มิว นิษฐา” โชว์แผ่นหลังเนียนสวย แฟชั่นคุณแม่ตั้งท้องแอบแซ่บ จากดารานางเอกแถวหน้าของช่อง 3 ได้กลายเป็นว่าที่คุณแม่ ซึ่งตอนนี้ตั้งท้องได้ 6 เดือนแล้ว แต่ก็ยังคงไม่สวยไม่แผ่วเลยค่ะสำหรับคุณแม่มิว และแน่นอนว่าคุณแม่ป้ายแดงก็ได้เซลฟี่ภาพตอนท้องเก็บเป็นที่ระลึก เผยท้อง 6 เดือนเริ่มขยายใหญ่แล้ว บอกลูกสาวตัวใหญ่มาก สาวมิวบอกว่าตอนนี้อายุครรภ์อยู่ที่ 6 เดือนแล้ว ทำให้ท้องเริ่มโตจนเห็นได้ชัดยิ่งขึ้น  และได้เซลฟี่ถ่ายภาพตอนท้องเก็บไว้เป็นที่ระลึก พร้อมแคปชั่นสุดแสนประทับใจที่มีให้ลูกน้อย “Mirror selfie with หนูตัวใหญ่แล้วววค่ะ” พอโพสต์รูปลงไอจีก็มีเหล่าดาราและแฟนคลับของเธอ บอกได้เลยว่าออร่าความเป็นแม่พุ่งสูงมาก ทั้ง แม่มิว และ พ่อเซนต์ ก็นับเวลาถอยหลังที่จะได้เห็นลูกน้อยกันอย่างใจจดใจ่อ แต่ไม่ใช่แค่คุณพ่อ คุณแม่ และครอบครัวเท่านั้นที่รอคอย เหล่าดาราวงการบันเทิงและแฟนคลับของสาวมิวเอง ก็ร่วมรอที่จะได้เห็นเหมือนค่าาา

ไร้จิตสำนึก! ไฮโซหนุ่ม เดินมาเอาที่กั้นที่จอดรถคนพิการออก แล้วเข้าไปจอดเฉย แม้รปภ.ห้ามก็ไม่ฟัง

วันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่มีชื่อว่า ฅนข่าว ต้นปราการ ได้โพสต์เรื่องราวระบุว่า “วงจรปิดในสนามบินแฉไฮโซหนุ่มจอดรถสปอร์ตหรูที่จอดรถคนพิการ บนอาคารจอดรถยนต์โซน 3 ชั้น 3 สนามบินสุวรรณภูมิ และเดินอย่างสบายใจ ทั้งที่มีป้ายบอกอย่างชัดเจน และ รปภ.ที่ดูแลพื้นที่ได้แจ้งแล้วว่าจอดที่คนพิการไม่ได้ ให้ไปจอดที่จอดปกติ แต่ไฮโซหนุ่มไม่สนใจ เดินจากไปอย่างไร้จิตสำนึก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในสนามบินว่า ที่อาคารจอดรถโซน 3 ชั้น 3 สนามบินสุวรรณภูมิ มีรถสปอร์ตหรู มัสแตง สีเหลืองออกส้ม จอดอยู่ในที่จอดรถคนพิการ โดยจอดมาแล้ว 2 วัน ทางเจ้าหน้าที่ ดูแลพื้นที่จึงนำเหล็กกั้นและเครื่องล็อกล้อมาล็อกล้อไส้และนำหนังสือมาแปะอยู่หน้ากระจกว่าได้ละเมิดจอดรถในที่จอดรถคนพิการ ให้ติดต่อทางเจ้าหน้าที่ก่อนนำรถออกไป จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ดูแลพื้นที่ทราบว่ารถคันดังกล่าวได้นำมาจอดไว้ 2 วันแล้ว โดยก่อนจอดทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งแล้วว่าห้ามจอดเพราะเป็นที่จอดรถคนพิการให้นำไปจอดในที่จอดรถยนต์ทั่วไปแต่เจ้าของรถแสดงเจตนาว่าจะจอดตรงนั้นและไม่สนใจเดินจากไป ขณะที่แหล่งข่าวในสนามบินยังเปิดเผยอีกว่า ที่ผ่านมามักมีรถหรูในลักษณะนี้หลายคันฝ่าฝืนและจอดในที่จอดรถคนพิการ โดยไม่สนใจอะไร ซึ่งที่ผ่านมาทางสนามบินสุวรรณภูมิเคยได้รับการร้องเรียนเรื่องนี้มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ทำได้แค่โทษปรับเพียงไม่เท่าไหร่ ซึ่งก็ถือว่าไม่สะทกสะท้านกระเป๋าสำหรับคนมีเงิน แต่มีนิสัยมักง่ายเช่นนี้ จึงตัดสินใจนำเรื่องราวครั้งนี้ออกมาสู่สังคม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก” อย่างไรก็ตาม ภายหลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเป็นสาธารณะ ต่างก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก อาทิ พิการทั้งร่างกายและใจความรู้ไม่ช่วยไห้ระดับสมองเจริญขึ้นเลย, มีเงินขนาดนั้น ซื้อเครื่องบินส่วนตัวเลย จะได้ไม่เป็นภาระของคนอื่น มีแต่เงินแต่ขาดสมอง, ก็รวยอะ พอเป็นข่าว ก็จะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขอโทษสังคม ก็จบ, สมองคนพวกนี้จะพิการครับ เเยกเเยะผิดชอบชั่วดีไม่ค่อยออก ผลกระทบจากความรวย, โชว์หน้าเลยครับ พลังโซเชียลสร้างชาติ ขจัดคนพาลออกจากแผ่นดิน..

ชาวบ้านข้องใจถาม ไฮโซหนุ่ม ใช้สิทธิพิเศษอะไร ทำไมถึงพกปืนได้ แถมมีตำรวจดูแลอีก

เป็นอีกประเด็นดราม่าในโลกโซเชียลเมื่อ “ไฮโซหนุ่ม” รายหนึ่ง ที่โพสต์ภาพตัวเองกำลังถือปืนในรถที่นั่ง รวมทั้งมีคลิปวีดีโอที่ตัวเองมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยนำขบวนคุ้มกันดูแล และอำนวยความสะดวกในการเดินทาง จากกรณีดังกล่าวได้มี นักกฎหมายออกมาเตือนสติ ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ นอกจากไม่เท่แล้วยังส่อจะติดคุกอีกด้วย เพราะถ้าไม่มีใบอนุญาตในการพกพาอาวุธปืนก็จะมีความผิดได้ นอกจากนี้การที่ให้ตำรวจในเครื่องแบบมาคอยอารักขาดูแล นำขบวนรถเพื่ออำนวยการจราจรนั้น ก็ต้องมีเหตุอันควร มิเช่นนั้นทางตำรวจก็จะเดือดร้อนไปด้วย เมื่อติดตามถามเรื่องนี้ ไปยังทีมงานโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ติดตามเฝ้าดูพฤติกรรมและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิทธิพิเศษในการอำนวยการจากตำรวจในเครื่องแบบ รวมทั้งตรวจสอบดูว่าไฮโซหนุ่มรายนี้เกี่ยวข้องกับตำรวจคนไหนบ้าง ทำไมถึงต้องมีการคุ้มครองดูแลเช่นนี้ เบื้องต้นทีมงานโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว