อัจฉริยะแฉ “เทวดา-นางฟ้า” คลั่งไสยศาสตร์ มีเบื้องหลัง แลกเงิน 10 ล้าน

จากกรณีที่ยังคงเป็นปริศนาสำหรับคดีการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” เวลาล่วงเลยมานานครึ่งปีก็เริ่มมีวี่แววใกล้รู้ตัวคนร้าย ล่าสุด “นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ออกมาไลฟ์สดพูดถึงกรณีข้างต้นอีกครั้ง บอกว่าใกล้ถึงจุดจบของเทวดา–นางฟ้าเต็มที่ วันนี้ได้พูดคุยกันแล้วยังไงก็ไม่เกินวันที่ 15 กุมภาพันธ์แน่นอน เหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้ว่า 2 ซิมเป็นยังไง ก็ได้ไปเจาะลึกฝังตัวที่บ้านกกกอกมา 2 เดือน ประวัติ 2 ซิมค่อนข้างเป็นคนขี้เกียจ ไม่ใช่คนขยัน ได้ทรัพย์สินมาแม้แต่ข้างฝาบ้านตัวเองยังไม่มี ในขณะที่บ้านน้องชมพู่ ได้ทรัพย์สินเท่ากันก็มีบ้านประวัติ 2 ซิมเคยไปทำงานกรุงเทพฯ ค่อนข้างมีประสบการณ์เยอะกว่าครอบครัวแม่น้องชมพู่ เป็นคนที่รู้จักการพูด เป็นคนเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ หลงไสยศาสตร์ ข่าวที่บอกว่า เทวดา–นางฟ้าเก็บเสื้อผ้าไปต่างจังหวัด บางคนบอกไปอุดรฯ แต่เขาไปหากุนซือ จอมขมังเวทย์เกี่ยวพันกับการฆ่าน้องชมพู่ เอาเงินสดใส่กระเป๋าคาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทไปฝากไว้กุนซือ เผื่อวันไหนตำรวจเข้ามาตรวจยึดทรัพย์สิน เลยนำไปฝากไว้ การจะสู้รบกับเทวดา–นางฟ้า ไม่ง่ายเลย เพราะอย่าลืมว่าเทวดา–นางฟ้ามีแฟนคลับเยอะมาก คือหลงหัวปักหัวปำโอนไว แตะไม่ได้เพราะรูปหล่อ ที่สำคัญคือทุกคนไม่เคยคิด คิดอย่างเดียวว่าไอนี่รูปหล่อ ใครแตะปั๊บทัวร์ลง ถึงบอกว่าการสู้กับ 2 ซิมไม่ใช่เรื่องง่าย ต่างจากจอมทรัพย์ สู้ไประยะหนึ่งถึงมีคนด่าก็ไม่มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝง มีคนได้เงินไป […]

“อัจฉริยะ” แฉคดีน้องชมพู่โยงไสยศาสตร์ เผยมีขบวนการให้ผลตอบแทน 10 ล้าน

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้มั่นใจเกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ และคาดว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังที่ได้รับผลประโยชน์ในการจัดหาเด็กไปประกอบพิธีกรรม เหตุการณ์ครั้งนี้ผู้ก่อเหตุน่าจะทำเป็นขบวนการ มีจอมขมังเวทย์คนหนึ่งเป็นผู้วางแผน โดยให้ผู้ว่าจ้างจัดหาเด็กเพื่อเข้าร่วมพิธี ให้ผลตอบแทนเป็นเงินจำนวน 10 ล้านบาท ส่วนการเสียชีวิตของน้องชมพู่เป็นความตั้งใจของบุคคลหนึ่งหรือพลั้งมือ หรือไม่ยังไม่สามารถสรุปได้ ประกอบกับในพื้นที่เกิดเหตุอาจมีความเชื่อเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว สำหรับประเด็นเรื่องที่ดิน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในกลุ่มพี่น้อง และปัญหาทะเลาะวิวาทภายในครอบครัวที่ก่อนหน้านี้เคยมีประเด็น นายอัจฉริยะระบุว่า ตนมองว่าอาจไม่เกี่ยวข้องเพราะเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวกับเด็ก นายอัจฉริยะ ยังคาดว่าจะรู้ตัวผู้ก่อเหตุในคดีน้องชมพู่ ช่วงวันวาเลนไทน์ปีนี้ อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์พยายามแย่งไมค์นักข่าว ทุบหลัง บีบปาก และดึงหน้ากากอนามัย นายอัจฉริยะบอกว่าเท่าที่ทราบมาก่อนหน้านี้ผู้กระทำน่าจะมีนิสัยรุนแรงอยู่แล้ว เมื่อมีสถานการณ์กดดันหรือเครียดจึงปรากฏเหตุการณ์การใช้ความรุนแรง แต่เป็นเรื่องที่คนภายนอกยังไม่รู้เท่านั้น

กลุ่มเยาวชนบุรีรัมย์ปลดแอก รวมตัวทำพิธีมนต์ดำขย้ำเผด็จการ ใช้ไสยศาสตร์จับลงหม้อถ่วงน้ำ

วันที่ 8 ส.ค. กลุ่มนักเรียน นักศึกษาทั้งใน จ.บุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียง ในนามกลุ่ม “เยาวชนบุรีรัมย์ปลดแอก” ได้รวมตัวกันทำกิจกรรมทางการเมือง ที่บริเวณสวนรมย์บุรี ใกล้สี่แยกสะพานยาว ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อแสดงพลังต่อต้านเผด็จการและเรียกร้องให้ยุบสภาคืนอำนาจประชาธิปไตยแก่ประชาชน กิจกรรมในครั้งนี้มีตัวแทนนักเรียน นักศึกษา ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นไปแสดงความคิดเห็นทางการเมือง พร้อมทั้งมีป้ายผ้าให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้เขียนระบายความรู้สึกที่มีต่อรัฐบาล และร่วมกันชู 3 นิ้ว เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไม่เอาเผด็จการ และทำพิธีมนต์ดำขย้ำเผด็จการ ด้วยการให้ผู้มาร่วมพิธีเขียนข้อความความรู้สึกที่มีต่อรัฐบาลใส่ในกระดาษ แล้วหย่อนลงในหม้อดินคลุมด้วยผ้าสีขาวลงอักขระ ก่อนจะเอาไปถ่วงน้ำตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ ให้กดสิ่งที่ไม่ได้เอาไว้ นายกันตพัฒน์ และ น.ส.จิราพัชร ตัวแทนนักเรียนนักศึกษา กล่าวว่า ที่กลุ่มเยาวชนรวมตัวกันออกมาชุมนุมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนในการต่อต้านเผด็จการ หยุดคุกคามกดขี่ข่มเหงประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา คืนอำนาจประชาธิปไตยแก่ประชาชน และแก้รัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเทศและเกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชน โดยยืนยันว่าการทำกิจกรรมในครั้งนี้ ทุกคนมาด้วยหัวใจที่รักประชาธิปไตยไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง โดยการทำกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มเยาวชนในครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่จากสาธารณสุขมาช่วยดูแลเรื่องการป้องกันโควิด โดยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า และมีเจลล้างมือบริการ พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลความเรียบร้อยไม่ให้เกิดความวุ่นวายอีกด้วย 

จับหนุ่มคลั่ง…!! ไสยศาสตร์ ขโมยกระดูกคนตายทำของขลังขาย

จับหนุ่มคลั่ง…!! ไสยศาสตร์ ขโมยกระดูกคนตายทำของขลังขาย เผยความเชื่อตำรวจนนทบุรี แถลงผลจับ หนุ่มเวสป้า คลั่ง ไสยศาสตร์ บุกขโมยกระดูกคนตายวัดดังเมืองนนท์ เชื่อมีอิทธิฤทธิ์ สารภาพทำของขลังขายผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่สภ.เมืองนนทบุรี พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รองผบก.ภ.จว.นนทบุรี และ พ.ต.อ.อำนวยพันธ์ นิลน้อย รรท.ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายเมธิชัย ใจกล้า ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่จ.276/2563 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2563 โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณอาคารดวงเดือนแมนชั่น เลขที่ 59/1 แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพ พร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อเวสป้า สีน้ำเงิน ทะเบียน กรก781 กทม., หมวกกันน็อคสีขาว, กางเกงยีนส์ขายาว, เสื้อคลุมสีดำ, กระเป๋าสีครีม และค้อนที่ใช้ทุบทำลายช่องเก็บกระดูก สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ […]

“ศพเด็ก” หายจากสุสานไม่ต่่ำกว่า 10 ศพ เชื่อหมอผีเขมรลอบขุดทำคุณไสย

ที่สุสานสุขนิรันดร์ มูลนิธิพุทธธรรมสงเคราะห์ หมู่ที่ 1 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยองผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยว่าเกิดเหตุการณ์ศพเด็กซึ่งได้รับจากญาติ และโรงพยาบาลให้นำไปฝังยังสุสานเกิดหายจากหลุมฝังศพมากกว่า 10 ศพด้วยกัน โดยนายอุดม ชื่นอารมย์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทธธรรมกล่าวว่า ทางมูลนิธิพุทธธรรมจะได้รับศพเด็กต่างๆจากโรงพยาบาลบ้านฉางหรือจากมูลนิธิสยามร่วมใจ จ.ระยอง เพื่อนำมาฝังไว้ในสุสาน แล้วเกิดผิดสังเกตพบว่าบางหลุมมีร่องรอยการงัดหลุมออกไปบางหลุมศพที่เคยนำมาฝังร่อยหรอลง จึงตรวจสอบในหลุมพบว่าเหลือแต่กล่องเปล่า บางศพก็ยกเอากล่องไปเลย นอกจากนี้ที่ชายป่าช้าซึ่งมีหญ้าคาปกคลุมรกทึบ ยังพบร่องรอยการนำกล่องบรรจุศพเผาทำลายกองใหญ่ หลงเหลือเศษเสื้อผ้าเด็ก ขวดนมและเศษเหรียญเงินที่ญาติใส่ไว้ตอนนำศพมาฝัง แต่ไม่ทราบว่านำมาเผาไว้นานหรือยัง หรือว่าประกอบพิธีกรรมอะไรไปแล้วหรือไม่ ส่วนหลุมฝังศพเด็กพบการงัดปูนที่โปกปิดฝาไว้นับได้ 7 หลุมด้วยกัน และยังพบการทำพิธีผูกเชือกสะกดวิญญาณไว้ที่ปากหลุม ทั้งนี้คาดว่าอาจเป็นหมอผีชาวเขมร เพราะว่าชาวบ้านที่อยู่ในละแวก ปากทางเข้าป่าช้าเห็นมีชาวเขมรประมาณ 3-4 คนเข้าๆ ออกๆ อยู่หลายวัน คาดว่าจะมาขโมยศพเด็กไปทำพิธีกรรมไสยศาสตร์ต่างๆ เพราะหากไม่มีวิชาดีคงไม่มีใครอยากเข้ามาทำอะไรในป่าช้าเป็นแน่ ภายในสุสานดังกล่าวมีศพเด็กจำนวนมากเพราะว่าตลอดเดือนจะได้รับมอบศพไม่ต่ำกว่า 5-6 ศพ ต่อเดือนทั้งเด็กที่ตายในท้อง หรือเสียชีวิตด้วยเหตุอื่นๆ รวมแล้วกว่า 100 ศพด้วยกัน ซึ่งตรวจสอบพบว่าศพที่หายไปจะเลือกศพที่ยังไม่เน่าเปื่อยไม่ต่ำกว่า 10 ศพ เชื่อว่าหากนำไปทำกุมารทองหรือพิธีคุณไสยต่างๆ อาจได้ราคาหลักหมื่นบาทต่อศพอีกด้วย นอกจากนี้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำไปแจ้งความ สภ.บ้านฉาง ข้อหาบุกรุกแล้วทำให้ทรัพย์สินมูลนิธิเสียหายตามลำดับต่อไป

1 2