อัพเดทผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงจากสถิติที่ผ่านมา

ศูนย์ข้อมูล COVID-19 อัพเดทยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม มีจำนวนยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นสถิติสูงสุดจากที่ผ่านมา ข่าวที่เกี่ยวข้อง ผอ.ขสมก. แจงรถเมล์สาย 504 เป็นของเอกชน แนะควรใช้คันถัดไป เพื่อลดความเสี่ยงโควิด รายงานจากแพทย์ แม้ฉีดวัคซีน Pfizer ไปแล้วแต่ก็ยังติดโควิดสายพันธุ์อินเดียได้อยู่ โดยทางศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 (ณ เวลา 7.30 น.) ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อวันนี้จำนวน 1,919 ราย ทั้งที่ติดเชื้อจากในประเทศที่สัมผัสกลุ่มเสี่ยง หรือไปในสถานณ์ที่เสี่ยง และการค้นหาเชิงรุก และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อวันนี้สะสมอยู่ที่ 86,924 ราย (สะสมระลอกใหม่ เม.ย. 58,061 ราย) รักษาหาย 1,829 รวม 57,037 ราย เสียชีวิตเพิ่มวันนี้ 31 รายรวม 452 ราย โดยสามารถติดตามการแถลงข่าวจากทาง ศบค.ได้ในช่วงเวลา 12.30 น.ของวันนี้ ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูล COVID-19

หมอยงเตือน! เร่งฉีดวัคซีน

หมอยงเตือน! เร่งฉีดวัคซีน ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ระบุถึงการกลายพันธุ์ของไวรัส COVID-19 มาโดยตลอด โดยจุดกำเนิดสายพันธุ์ มาจากประเทศจีน โดยเริ่มจาก สายพันธุ์ S  สายพันธุ์ L  และไปเจริญเติบโตเป็นสายพันธุ์ G ในยุโรป และได้มีการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความรุนแรง หรือมีผลในระบบภูมิต้านทาน และได้แตกแยกย่อยเป็นสายพันธุ์ต่างๆ     เผยข้อมูลหลังกระจายวัคซีนป้องกัน COVID-19 ไม่ต้องรอถึง 4 ปี ไฟเซอร์ ก็สามารถผลิตวัคซีน Covid-19 ที่ทรงประสิทธิภาพ โดยใช้เวลาไม่ถึงปี สายพันธุ์ G จึงพบเกือบทั่วโลกในปัจจุบัน และแตกแยกย่อยเป็นสายพันธุ์ต่างๆ เป็น GH GR และ GRY เรียกว่าการระบาดในครึ่ง ปีหลังทั่วโลกเป็นสายพันธุ์ G เป็นส่วนใหญ่แล้วเพราะแพร่กระจายได้ง่าย และกำลังแพร่กระจายอยู่ในยุโรป และเข้าสู่อเมริกา ในขณะเดียวกันสายพันธุ์แอฟริกาใต้ และสายพันธุ์ไนจีเรียมีจุดสำคัญในตำแหน่งที่จะทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง จะต้องป้องกันไม่ให้มาระบาดในประเทศไทย ฉนั้นการให้วัคซีนเร็วที่สุดจะช่วยลดการระบาด และการกลายพันธุ์ได้

“เราอยู่ตรงนี้เสมอและเราจะอยู่ตรงนี้ตลอดไป”

ไวรัส COVID-19…!! เริ่มระบาด หลายสายการบินพากัน ยกเลิกเที่ยวบินจากประเทศพื้นที่กลุ่มเสี่ยง แต่การบินไทยก็ยังทำหน้าที่พาผู้โดยสาร ที่ตกค้างอยู่ตามประเทศต่างๆกลับบ้านต่อไป มีผู้โดยสารท่านหนึ่งบรรยายความรู้สึกในช่วงเวลาที่สายการบินที่เธอจองตั๋วไว้ยกเลิกเที่ยวบิน เธอรอคอยการ กลับบ้านด้วยความกังวล เธอเล่าให้ฟังว่า เหมือนเธอลอยคออยู่กลางทะเล แล้ววันนึงก็เห็นเรือลำใหญ่ผ่านมา เรือลำนั้นมีธงชาติไทยโบกสะบัดอยู่ เธอดีใจที่สุด นี่คือความรู้สึกของผู้โดยสารคนหนึ่งเมื่อเห็นเครื่องบินของการบินไทยมารับพาเธอกลับบ้าน นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมาโปรโมทบริษัท หรือโฆษณาชวนเชื่อ แต่นี่คือช่วงเวลาที่ทุกคนควรให้กำลังใจกัน และ ดูแลกัน อีกหนึ่งกำลังใจที่ควรจะมอบให้และชื่นชมอย่างที่สุด ก็คือการทำหน้าที่กับภารกิจสำคัญของ “คนการบินไทย” กับภารกิจเงียบๆแต่ยิ่งใหญ่ที่คนของการบินไทยร่วมมือกันพาพี่น้องคนไทยและบรรดานักเรียนแลกเปลี่ยนคนไทยกลับบ้าน ก่อนที่ประเทศอิตาลีจะปิดประเทศ ….. “เที่ยวบินพิเศษ TG 945″ 14 มีนาคม 2563 นักบินและลูกเรือที่มีการเตรียมการอย่างดี ดูแลและป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่ พวกเขาได้ทำหน้าที่พาพี่น้องของเราจากอิตาลีกลับบ้าน แต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่นักบินและลูกเรือ,เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องกักตัวเอง 14 วันหลังหลังจากกลับมาจากภารกิจสำคัญนี้ นี่คือ”ความเสียสละ” ส่วนบรรดาคนไทยและน้องๆนักเรียนได้รับการดูแลพา ไปยังสถานที่กักกันพิเศษของกองทัพเรือเรียบร้อย ก่อนภารกิจนี้จะสิ้นสุด เครื่องบินเคลื่อนตัวออกจากกรุงโรม,อิตาลี อย่างช้าๆ ภาพที่พนักงานการบินไทยซึ่งเป็นคนอิตาลี มาร่วมใจกันยืนด้านล่างส่งเครื่องการบินไทยซึ่งไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้กลับมาอิตาลีอีกเมื่อไหร่ ทุกคนพร้อมใจกันยกมือไหว้ …… เหมือนการกล่าวลา มันคือบรรยากาศที่ไม่รู้จะบรรยายเป็นคำพูดได้อย่างไร “จนกว่าเราจะเจอกันใหม่” สำหรับเครื่องบินที่กลับมาจากภารกิจพิเศษ ก็ได้รับการพ่นฆ่าเชื้อในระดับสูงสุด ภารกิจของพวกเรายังดำเนินต่อไป เพราะเราอยู่ตรงนี้เสมอมาและจะอยู่ตรงนี้ เป็นเพื่อนร่วมทางการเดินทางกับคนไทยตลอดไป กัปตันหมี ขอบคุณที่สุด เรื่องราวประทับใจจาก Aaron Puranasamriddhi ขอบคุณภาพที่สุดประทับใจ จากพี่น้องการบินไทย ที่ไม่สามารถระบุชื่อได้ทั้งหมดขอบคุณจากใจครับ ************************************** (ขอขอบคุณเรื่อง Takeoff your Life by กัปตันหมี)

นักวิจัยเผยข้อสันนิษฐาน เพราะเหตุใดผู้ชายติดโควิด-19 เสียชีวิต ได้มากกว่าผู้หญิง

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 เว็บไซต์บิซเนซอินไซเดอร์ และนิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีนเผยรายงานการวิเคราะห์เคสผู้ป่วยและเสียชีวิตจากโควิด-19 ครั้งที่ใหญ่ที่สุด จากผู้ที่รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากกว่า 44,000 ราย ในประเทศจีน พบว่า ผู้ชายมีอัตราการติดเชื้อมากกว่าผู้หญิง ในสัดส่วนที่ต่างกันไม่มาก แต่เมื่อพิจารณาถึงอัตราการเสียชีวิต พบว่า ผู้ชายมีแนวโน้มเสียชีวิตจาก โควิด-19 มากกว่าผู้หญิง คิดเป็น 2.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ 1.7 เปอร์เซ็นต์  นอกจากนี้ จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารอายุรศาสตร์ Annals of Internal Medicine ชี้ว่า ในการระบาดของโรคซาร์ส (SARS) และเมอร์ส (MERS) ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา ผู้ชายมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิง โดยเมื่อปี2546 ในการระบาดของซาร์สที่ฮ่องกง พบว่า ผู้ชายเสียชีวิตสูงกว่าผู้หญิงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอัตราการเสียชีวิตจากโรค (MERS) พบว่า ผู้ชายเสียชีวิตมากกว่าผู้หญิงเช่นกัน คิดเป็น 32 เปอร์เซ็นต์ เทีบเทียบกับผู้หญิงอยู่ที่ 25.8 เปอร์เซ็นต์  นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจส่งผลให้ผู้ชายได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาจนเสียชีวิต ได้มากกว่าผู้หญิงซึ่งรวมทั้งปัจจัยทางด้านชีวภาพ และพื้นฐานในการดำรงชีวิต จากการทดลองนักวิจัยพบว่า หนูเพศผู้ มีความไวต่อเชื้อไวรัสมากกว่าหนูเพศเมีย เชื่อว่าเป็นผลมาจากยีนบนโครโมโซม X ในเพศหญิง และฮอร์โมนอื่น ๆ เช่นฮอร์โมนเอสโตรเจน ที่ช่วยไม่ให้ไวรัสแพร่กระจายไปทั่วร่างกายผู้หญิง หรืออาจเรียกได้ว่า ผู้ชายเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า  ซาบรา ไคล์น นักวิทยาศาสตร์ผู้ศึกษาความแตกต่างทางเพศในการติดเชื้อไวรัส และการตอบสนองการฉีดวัคซีน จากสถาบันสาธารณสุข Johns Hopkins Bloomberg ในสหรัฐฯ กล่าวว่า ข้อสมมุติฐานดังกล่าวเห็นได้จากการติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจ ในผู้ชายมักมีผลลัพธ์ที่เลวร้ายกว่าผู้หญิง และผู้หญิงสามารถต่อสู้กับไวรัสได้ดีกว่า นอกจากนี้ร่างกายของผู้หญิงยังพัฒนาและตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่ดีกว่า ภายหลังจากได้รับการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ พฤติกรรมด้านสุขภาพที่แตกต่างกันตามเพศในแต่ละสังคม อาจมีบทบาทในการตอบสนองต่อการติดเชื้อที่แตกต่างกัน ซึ่งการสูบุหรี่คือหนึ่งในตัวแปรสำคัญ ประเทศจีนมีประชากรผู้สูบบุหรี่มากที่สุดในโลก ราว 316 ล้านคนคิดเป็น เกือบ 1 ใน 3 ของประชากรที่สูบบุหรี่ทั่วโลก จากการสำรวจแห่งชาติ เรื่องการสูบบุหรี่ในประเทศจีนปี 2553 พบว่า ชายจีนสูบบุหรี่ 62 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ผู้หญิงมีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารหน่วยฉุกเฉินทางสาธารณสุข ขององค์การอนามัยโลกกล่าวเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ระบุว่า การสูบบุหรี่เป็นเหตุสำคัญต่อการสันนิษฐานว่า เหตุใดไวรัสจึงส่งผลกระทบต่อผู้ชายมากกว่า เนื่องจาก การสูบบุหรี่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนล่างหลายประเภท นอกจากนี้ ซาสเกีย โปเปสคู นักระบาดวิทยาของกลุ่มการแพทย์ Honor Health ในรัฐแอริโซนา สหรัฐฯ กล่าวว่า ผู้ที่มีประวัติการสูบบุหรี่อาจมีความเสี่ยงต่อไวรัสโคโรนาสูงกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ เพราะโควิด-19 เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ และมักเป็นสาเหตุของโรคปอดบวม การมีประวัติการสูบบุหรี่ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรือภาวะปอดบวมที่รุนแรงยิ่งขึ้น