ส่อง 10 อันดับ อภิมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2564 ทรัพย์สินเพิ่มขึ้น นับแสนล้าน

ที่ผ่านมานั้น ทาง Forbes Thailand จะมีการจัดอันดับอภิมหาเศรษฐีในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี และท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทาง Forbes Thailand ก็ได้เปิดเผย 50 อภิมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2564 เผยรายชื่อบุคคลร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่ในรอบปีที่ผ่านมานั้น มูลค่าทรัพย์สินก็เพิ่มมากขึ้นลดหลั่นไปตามอันดับโดยในปีนี้ ‘พี่น้องตระกูลเจียรวนนท์’ แห่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มบริษัทธุรกิจการเกษตรขนาดใหญ่ ที่บริหารงานโดยตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย ด้วยมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นเป็น 9.48 แสนล้านบาท และยังสามารถครองตำแหน่งอันดับ 1 ไว้ได้อีกครั้ง ข่าวที่เกี่ยวข้อง ส่องทรัพย์สิน “ทักษิณ ชินวัตร” มหาเศรษฐีไทยที่รวยเป็นอันดับ 18 จาก 50 อันดับ มหาเศรษฐี…!! เจ้าของธุรกิจพันล้านผัวเมียจมน้ำดับคู่ บนเกาะเต่า       ตามมาด้วยอันดับที่ 2 ‘เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว’ เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังระดับโลกอย่างกระทิงแดง และยังเป็นผู้ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดในปีนี้รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ 7.69 แสนล้านบาทอันดับที่ 3 ‘เจริญ สิริวัฒนภักดี’ จากลูกชายของพ่อค้ารถเข็นในกรุงเทพฯ สู่ผู้กุมบังเหียน บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใหญ่ที่สุดของไทย รวมถึงเครืออสังหาริมทรัพย์ มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 3.98 แสนล้านบาท อันดับที่ 4 ‘ตระกูลจิราธิวัฒน์’ ผู้อยู่เบื้องหลัง เซ็นทรัลกรุ๊ป บริษัทพัฒนาศูนย์การค้ารีเทลโดย 30% ของรายได้ทั้งหมดมาจากกิจการในต่างประเทศ เซ็นทรัลกรุ๊ป มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 3.64 แสนล้านบาท อันดับที่ 5 ‘สารัชถ์ รัตนาวะดี’ มหาเศรษฐีด้านพลังงาน คือ อีกหนึ่งรายที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ใน 3 เป็นมูลค่าทรัพย์สินรวม 2.79 แสนล้านบาท อันดับที่ 6 ‘ตระกูลโอสถานุเคราะห์’ ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังขายดี M-150 และ ธุรกิจขายสินค้าอุปโภคบริโภคเก่าแก่ของไทย อย่าง โอสถสภา มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น1.09 แสนล้านบาท อันดับที่ 7 ‘สมโภชน์ อาหุนัย และครอบครัว’ ผู้ก่อตั้งบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตพลังงานทดแทน มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 1.03 แสนล้านบาท อันดับที่ 8 ‘นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ’ เจ้าของธุรกิจโรงพยาบาลกลุ่ม BDMS ซึ่งเป็นเจ้าของการกิจการเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดของไทย อาทิโรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล มีมูลค่าทรัพย์สิน เพิ่มขึ้นเป็น 1.02 แสนล้านบาท อันดับที่ 9 ‘ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ และครอบครัว’ หนึ่งในพี่น้อง 3 คน ผู้ร่วมกันสร้างอาณาจักรสีทีโอเอ โดยเริ่มธุรกิจจากร้านขายของชำและฮาร์ดแวร์ ก่อนจะเริ่มผลิตสีทาไม้ออกจำหน่ายเอง ก่อนจะเจริญเติบโตมาสู่การขายสีทาอาคาร มีมูลค่าทรัพย์สินราว 1 แสนล้านบาท และอันดับที่ 10 ‘ชูชาติ เพ็ชรอำไพ และ ดาวนภา เพชรอำไพ’ ผู้ก่อตั้ง บมจ.เมืองไทย ลิสซิ่ง บริษัทสินเชื่อรถมอเตอร์ไซค์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ และมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมามีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 9.42 หมื่นล้านบาท ส่วนอันดับอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ก็ได้แก่ อันดับที่ 18 ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ที่ยังคงถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ บริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน) มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเป็น 6.28 หมื่นล้านบาท และอันดับที่ 47 ‘สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ประธานกลุ่มไทย ซัมมิท ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของประเทศ ที่มีมูลค่าทรัพย์สินลดลงเป็น 2.55 หมื่นล้านบาท

ตรวจเจอเชื้อโควิด-19 แคมป์คนงาน หนีออกจาก กทม.แพร่เชื้อ 22 ราย?

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.64 นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นครราชสีมาว่า จากกรณีที่ทางกรุงเทพมหานคร สั่งล็อกดาวน์แคมป์คนงานขนาดใหญ่ในพื้นที่ ก็ทำให้เกิดความกังวลใจว่า อาจจะมีการเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะย้ายมาตั้งหลักในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สุดเศร้า! โควิดพรากชีวิตคุณแม่ “เป็ด เชิญยิ้ม” ขณะที่พ่อติดเชื้อด้วย “น้าโย่ง เชิญยิ้ม” อัพเดตอาการเข้ารับวัคซีนโควิดเข็มแรก ขณะมีอาการป่วย !! เฉพาะมาในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เนื่องจากว่าอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ และการคมนาคมสะดวกสบาย ซึ่งคนงานของบริษัทใหญ่ๆ มักจะมีหลายไซต์งานที่ยังค้างคาอยู่ ต้องดำเนินการต่อเนื่อง ทำให้เขต อ.เมืองนครราชสีมา มีโอกาสสูงที่จะมีคนงานก่อสร้างเดินทางจากพื้นที่กรุงเทพฯ มาปักหลักอยู่ โดยไม่ได้เข้ามาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพราะกลัวถูกกักตัว จึงปกปิดข้อมูล เช่น กรณีที่เกิดคลัสเตอร์แคมป์คนงาน ในพื้นที่ถนนช้างเผือก ซอย 3 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา ปกปิดข้อมูลจนติดเชื้อโควิด-19 ไปแล้ว 8 ราย และยังมีคนงานในพื้นที่ อ.เมือง อ.คง และ อ.ปากช่อง ติดเชื้อรวมกันถึง 22 รายแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคลัสเตอร์แคมป์คนงานซ้ำอีก ขณะนี้ทางโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์ให้คนงานก่อสร้างที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 15 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, สระบุรี, นครปฐม, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ตรัง, ปัตตานี, เพชรบุรี, สงขลา, ยะลา และนราธิวาส ที่เดินทางเข้าในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ให้เข้ามาตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เต็นท์ ARI คลินิกทางเดินหายใน โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ และกักตัวในระหว่างรอทราบผล ภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนเข้าที่พัก

ด่วน!! พบนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส ติดโควิด 1 รายที่เกาะสมุย รอสธ.แถลง

วันที่ 23 ต.ค.63 เวลา 13.30 น. มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า พบนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสเป็นผู้หญิง 1 คนเชื้อโควิด 19 ซึ่งแหม่มรายนี้เข้ารับการกักตัว 14 วันแล้วมาพบว่าติดเชื้อภายหลัง โดยกระทรวงสาธารณสุขเตรียมแถลงรายละเอียด14:00 น. ก่อนหน้านี้ เวลา 11.00 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลผ่าน ศูนย์ข้อมูล COVID 19 ว่า วันนี้พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 8 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,727 ราย รักษาหายแล้ว 3,518 ราย และเสียชีวิตสะสมคงที่ 59 ราย สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 8 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักในสถานกักกัน ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่บนเครื่องบิน เข้าพักในสถานกักกัน จ.สมุทรปราการ, ซูดานใต้ 1 รายเป็นชายไทย อายุ 32 ปี ทหาร เข้าพักในสถานกักกัน จ.ชลบุรี สวิตเซอร์แลนด์ 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 20 ปี นักศึกษา เข้าพักในสถานกักกัน กรุงเทพฯ และหญิงสัญชาติฝรั่งเศสอายุ 40 ปี พนักงานบริษัท เข้าพักสถานกักกัน กรุงเทพฯ, บาห์เรน 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 2 ปี และหญิงไทย อายุ 35 ปี พนักงานร้านอาหาร เข้าพักสถานกักกัน จ.ชลบุรี และ สหราชอณาจักร 1 ราย เป็นชายสัญชาติสวีเดน อายุ 60 ปี เข้าสถานกักกัน กรุงเทพฯ                         ข้อมูลจาก Khaosod

กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ขับรถหรู มาถึงบ้านก่อนจะชักปืนยิงใส่ เลยเกิดการดวลปืนกันจนมีคนบาดเจ็บ

เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 1 ส.ค. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลหลักสอง ได้รับแจ้งเหตุรถปอร์เช่ สีเหลือง ป้ายแดง หมายเลขทะเบียน ล 7195 กรุงเทพมหานคร ถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิดกระหน่ำยิงภายใน พุทธมณฑลสาย2 ซอย 11 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กทม. ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ก่อนพลเมืองดีช่วยพาส่งโรงพยาบาลบางประกอก8 ในเวลาต่อมา จึงรีบนำกำลังสายตรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุ ตำรวจ สน.หลักสอง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบ พร้อมกับสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์พบว่าทั้ง 2 ฝ่ายรู้จักกัน แต่มีความขัดแย้งในการทำธุรกิจ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด โดยตำรวจจะนำรถของกลางไปยัง สน.หลักสอง และจะทำการตรวจสอบผู้ครอบครองรถ ก่อนจะเชิญตัวมาสอบปากคำเพื่อหาสาเหตุกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป พ.ต.ท.ธนะสิทธิ์ จิตติพัทธพงศ์ รองผู้กำกับการฝ่ายปราบปราม สน.หลักสอง ยืนยันตำรวจรู้เบาะแสและข้อมูลของผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว โดยหลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐาน กล้องวงจรปิด และคำให้การของเจ้าของบ้าน ก่อนที่จะออกหมายเรียกผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี ซึ่งเรื่องดังกล่าวทั้ง 2 ฝ่ายรู้จักกัน และเกิดความขัดแย้งทางธุรกิจการซื้อขายหน้ากากอนามัย ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยผู้เสียหายให้การว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ขับรถหรูได้มีการโทรศัพท์ติดต่อนัดแนะผู้เสียหายเพื่อเจรจาธุรกิจซื้อขายหน้ากากอนามัย แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงบ้านผู้เสียหายได้ชักอาวุธปืนยิง แต่ถูกผู้เสียหายยิงตอบโต้จนเป็นเหตุให้กลุ่มชายฉกรรจ์ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย  

1 2 3