เจ้าหน้าที่ อบต.บัวทอง โดนกลุ่มวัยรุ่น 5 คน พุ่งชนให้รถล้ม ก่อนลากไปรุมตีที่ป่าข้างทาง

วันที่ 12 ก.ค.ผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก “คน กู้ชีวิต” ได้โพสต์ภาพและข้อความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าตัวเอง ระหว่างที่ขับรถและพบชายฉกรรจ์รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ อบต.บัวทอง จ.บุรีรัมย์ อาการสาหัส โดยเหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา บริเวณยูเทิร์นหน้าวิทยาลัยชุมชนบุรีรัมย์ เยื้องกับ อบต.บัวทอง ทั้งนี้ จากการสอบถาม นายสุเมธ ปลื้มกลม อายุ 34 ปี เจ้าของโพสต์ เล่าว่า ตนเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.บัวทอง ช่วงเกิดเหตุเวลาประมาณ 08.20 น. ขณะที่จะขับรถยูเทิร์นเห็นจยย.แบบผู้หญิงล้มคว่ำขวางทางยูเทิร์น และพบว่าเป็นรถของ นายกฤษณะ ศรีสุภา อายุ 26 ปี เพื่อนร่วมงานใน อบต.บัวทอง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการปฏิบัติงานฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.บัวทอง ตอนแรกคิดว่าประสบอุบัติเหตุรถล้มจึงเดินลงไปดูเพื่อจะช่วยเหลือ แต่ก็ไม่เห็นตัว นายกฤษณะ เมื่อหันไปดูรอบๆก็พบจยย. 3 คันจอดอยู่ริมถนนข้างพุ่มไม้ และเห็นชาย 5 คน ซึ่งเมื่อทั้งหมดเห็นตน ก็ได้รีบขี่รถจยย.หลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว และพบ นายกฤษณะ นอนร้องครวญครางอยู่หลังพุ่มไม้อยู่ในสภาพแขน ขา ใบหน้า มีบาดแผล และลำตัว โดยเฉพาะขาขวาท่อนล่างมีลักษณะผิดรูปอาการสาหัส จึงโทรฯหาเจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล ด้าน นายกฤษณะ ซึ่งพอจะเล่ารายละเอียดได้ ระบุว่า ตอนเช้าได้ขี่จยย.ออกจากบ้านไปส่งลูกไปโรงเรียน และส่งภรรยาไปทำงาน แล้วจึงขี่จยย.ไปอบต.ตามปกติ แต่จู่ๆมีจยย.ฮอนด้า คลิก สีฟ้าขาว ขี่ตามหลังมา แล้วพุ่งชนรถของตนจนเสียหลักล้มลงตรงยูเทิร์น จากนั้นมีจยย.อีก 2 คัน ซ้อนกันมาคันละ 2 คนตามมาสมทบ จึงพยายามจะวิ่งหนีไปที่ อบต.เพราะอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร แต่กลุ่มคนร้ายได้ใช้ไม้เบสบอลที่ตอกตะปูให้ปลายแหลม ตีใส่ที่ขาจนล้มลงกับพื้น จากนั้นกลุ่มคนร้ายก็ใช้ไม้เบสบอลกระหน่ำตีแบบไม่ยั้ง โดยมีคนหนึ่งในกลุ่มตะโกนว่า“มึงมองหน้ากูทำไม” ตนก็ได้ยกมือไหว้ขอชีวิต แต่กลับไม่เป็นผล ซ้ำยังถูกกระหน่ำตีจนอาการปางตายดังกล่าว ซึ่งอยากวอนให้คนที่ขับขี่รถผ่านเส้นทางดังกล่าว ถ้ามีกล้องหน้ารถที่สามารถบันทึกภาพได้ ขอความกรุณาช่วยส่งให้ตำรวจได้ใช้เป็นหลักฐานในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

เจอแล้ว! อาวุธที่ใช้สังหาร น้องชายแดน หลังมีคนตกปลาเกี่ยวขึ้นมาได้

จากกรณี สภ.เมืองนครสวรรค์ บุกเข้าจับกุมตัว นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ อายุ 27 ปี เจ้าของสถาบันกวดวิชาเตรียมทหาร รวมถึง น.ส.พีรญา พละแสนอายุ 25 ปี ภรรยา และน.ส.นงลักษณ์ พละแสน อายุ 54 ปี แม่ยาย หลังใช้ไม้เบสบอลทำร้าย ด.ช.ฐปกร ทรัพย์สิน หรือ “น้องชายแดน” อายุ 14 ปี เข้าไปศึกษาและเก็บตัวอยู่ที่สถาบันดังกล่าว จนได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายส่งฝากขังศาลจังหวัดนครสวรรค์แล้วเมื่อช่วงเวลา 10.30 น.ของวันนี้ (19 มิ.ย.) โดยทางทนายของผู้ต้องหาเตรียมยื่นเอกสารและหลักทรัพย์ต่อศาลเพื่อขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ซึ่งยังอยู่ในระหว่างดำเนินการและรอการใช้ดุลยพินิจของศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขณะเดียวกันการค้นหาไม้เบสบอล ซึ่งเป็นวัตถุพยานสำคัญ โดยมีรายงานว่า นายณัฐพลและเด็กชายที่เป็นลูกสมุนอีกคนหนึ่ง ได้นำไม้เบสบอล จำนวน 8 อัน ไปทิ้งที่บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิง พื้นที่ ต.วัดไทร อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เพื่อทำลายหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ทางทีมเจ้าหน้าที่ค้นหาพบเจอไม้เบสบอลแล้ว จำนวน 4 อัน โดยพบเจอเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากเด็กชายวัย 12 ขวบ ชาวพื้นที่ ต.ตะเคียนเลือน อ.เมืองนครสวรรค์ ขณะนำเบ็ดไปตกปลาที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำดังกล่าวแล้วเกี่ยวเอาถุงที่ห่อหุ้มไม้เบสบอลอลูมิเนียม จำนวน 4 อันขึ้นมาจากฝั่ง โดยไม่ทราบว่าเป็นของใคร จึงเก็บเอากลับบ้านไป จนกระทั่งมาทราบจากข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังค้นหาไม้เบสบอลตรงจุดที่เคยตกปลาประกอบกับได้มีเป็นป้ายสติ๊กเกอร์ที่แปะติดอยู่กับถุง ระบุชื่อ นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ตกเป็นข่าวด้วย จึงได้รีบไปบอกแม่ให้โทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบไม้เบสบอลดังกล่าว ก่อนจะเก็บนำไปเป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พาเด็กชายที่เก็บไม้เบสบอสได้ ไปชี้จุดที่พบเจอแล้ว ซึ่งคาดว่า ไม้เบสบอลที่เหลือน่าจะมีการนำมามัดผูกติดไว้กับตอม่อสะพานใต้น้ำ โดยขณะนี้ ทางตำรวจได้มีการประสานนักประดาน้ำจากกู้ภัยนครสวรรค์ให้ช่วยงมค้นหาไม้เบสบอลที่เหลือแล้ว ทั้งนี้ สำหรับแนวทางการสืบสวนนั้น ทราบว่าไม้เบสบอลที่ถูกนำไปทิ้งทำลายหลักฐานทั้งหมด นายณัฐพล เป็นผู้สั่งซื้อมาทางออนไลน์โดยมีแหล่งข่าวรายงานว่า การให้ปากคำของเด็กชายรายหนึ่งที่เป็นลูกสมุน ระบุว่า เจ้าของสถาบันมีการนำไม้เบสบอลล็อตแรกจำนวน 4 อันไปทิ้งที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิงตั้งแต่เช้าวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของพ่อน้องชายแดนได้ระบุว่า บุตรชายได้รับบาดเจ็บหัวแตกแขนหักตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 มิ.ย. โดยที่เจ้าของสถาบันได้ขู่กำชับเด็กทุกคนห้ามนำเรื่องไปบอกกับคนภายนอกเด็ดขาด รวมถึงมีการปิดกั้นน้องชายแดนไม่ให้ติดต่อกับทางบ้านด้วย ส่วนไม้เบสบอลอีก 4 อันที่เหลือนั้น เด็กชายลูกสมุนยังระบุอีกว่า ได้ร่วมกับเจ้าของสถาบันนำไปทิ้งไว้ตรงจุดเดิมใต้สะพาน แต่เห็นว่าลอยน้ำไปแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้มีการประสานทีมนักประดาน้ำให้ช่วยงมหาไม้เบสบอลที่เหลือต่อไป

หนุ่มใช้ไม้เบสบอลตีหัวเด็ก 16 รับโมโหถูกมองหน้าตอนทะเลาะเมีย ยันไม่รู้ว่าเป็นเด็ก ตั้งใจตีแค่ให้รู้สึกเจ็บเท่านั้น

จากกรณีครอบครัวนายนันทวัฒน์ นาวัน อายุ 16 ปี ร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเนื่องจากคดีความไม่คืบ กรณีนายนันทวัฒน์ ถูกคนร้ายใช้ไม้เบสบอลตีหัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และชักปืนขู่ด้วย ซึ่งสาเหตุสืบเนื่องจากไปมองขณะคนร้ายทะเลาะกับภรรยา ทว่าหลังเกิดเหตุทางครอบครัวผู้ก่อเหตุมาร้องขอความเห็นใจ อ้างว่าลูกยังเล็ก ขอให้ยอมความ หากไม่ยอมก็ให้ไปตามตัวมาดำเนินคดีเอง ตามที่มีรายงานไปแล้วนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ (3 มี.ค.62) มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบตัวคนร้ายแล้ว และได้เชิญตัวมาสอบปากคำและรับทราบข้อกล่าวหา โดย นายเกรียงไกร สร้อยระย้า หรือ ทิพย์ ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมอาวุธปืน แต่ยืนยันว่าเป็นปืนบีบีกัน  นายเกรียงไกร เผยว่า วันเกิดเหตุตอนนั้นตนเองทะเลาะกับภรรยาอยู่ก่อน เรื่องที่ให้เติมเงินให้แต่ภรรยาไม่เติม และให้ไปรับก็ไม่มา จึงเดินมาหาที่ปั๊มน้ำมันจุดเกิดเหตุและได้มีปากเสียงกัน จังหวะนั้นนายนันทวัฒน์ ผู้บาดเจ็บ เดินมาเข้าห้องน้ำปั๊มแล้วมองหน้าตน ตนก็ถามไปว่ามองทำไม อีกฝ่ายไม่ตอบแต่ยังมองหน้าอยู่ ตนจึงหยิบเอาไม้เบสบอลที่ถือมาจากบ้านเนื่องจากไว้กันหมาระหว่างทาง เข้าไปตีในห้องน้ำ แต่ยืนยันว่าตั้งใจแค่ให้รู้สึกเจ็บ ตอนนั้นก็นึกว่าไม่เป็นอะไรมาก เพราะตีไปเด็กร้องโอ๊ยและลงไปนอนที่พื้น ก่อนจะเดินออกมา ส่วนที่ชักปืนขู่ เพราะเห็นเพื่อนๆ น้องวิ่งมาหา ตนกลัวจะถูกทำร้ายจึงเอามาขู่ ทั้งนี้ ตนเองรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ทำไปเพราะโมโหที่อีกฝ่ายมองหน้า เพราะตอนนั้นยังมีอารมณ์โกรธเรื่องทะเลาะกับแฟนอยู่ ไม่ได้เมา และไม่รู้ว่าน้องอายุแค่ 16 ปี ยินดีรับทราบข้อกล่าวหาและยินดีชดใช้ค่าเสียหาย แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จะหาเงินจากไหน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ นางจงรักษ์ นาวัน แม่ของผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตนเองก็ปล่อยให้คดีความเป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ตนเองก็ยินดีรับคำขอโทษกรณีที่ผู้ก่อเหตุฝากมาผ่านสื่อ ไม่จำเป็นต้องมาขอโทษที่บ้าน เพราะไม่อยากจองเวรกัน ตอนนี้ลูกกลับมาพักที่บ้านแล้ว แต่ยังมีอาการปวดที่บริเวณหัว วิงเวียน ปวดหู และต้นคออยู่ นางจงรักษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากถามว่าทำไมถึงทำกับลูกตนขนาดนี้ ทั้งที่ไม่ได้เคยมีเรื่องกันมาก่อน ส่วนเรื่องค่ารักษาตนเองไม่ต้องการ   สามารถคลิกชมคลิปได้ที่นี่   ภาพแล้วข้อมูลจาก อมรินทร์ทีวี

หลานชายสุเทพ ถูกการ์ดผับรุมซ้อม ปมขับรถชนแท็กซี่ก่อนคว้าไม้เบสบอลไล่หวด

 เกิดเหตุคนทะเลาะวิวาทบริเวณหน้าปากซอยเอกมัย 6 ที่เกิดเหตุพบ นายเบญจ์ เทือกสุบรรณ หลานชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นักการเมืองชื่อดัง และอดีตเลขาธิการ กปปส. สภาพถูกรุมทำร้าย กระดูกเท้าบาดเจ็บ ดั้งหัก มีแผลแตก ศีรษะได้รับการกระทบกระเทือน  นายเบญจ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถมาพร้อมกับแฟนสาวมุ่งหน้าอ่อนนุช เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถของตนได้ไปชนกับแท็กซี่บริเวณที่กลับรถกลางถนน ก่อนที่ตนจะเดินไปต่อว่าคนขับ แต่อีกฝ่ายก็ต่อว่ากลับ ตนโมโหจึงใช้ไม้เบสบอลตีที่รถของแท็กซี่ จากนั้นได้มีการ์ดชุดดำเข้ามาทำร้ายร่างกายตน โดยเด็กเสิร์ฟแถวนั้นบอกว่าเป็นการ์ดของสถานบันเทิง ถ้าเห็นหน้าอีกครั้งน่าจะจำได้            เบื้องต้น นายเบญจ์ ยอมรับว่าตนดื่มมาบ้าง แต่ไม่ได้เมา เพราะเลิกดื่มตั้งแต่ 01.00 น. แต่เหตุมาเกิดช่วง 05.00 น. ยืนยันว่าจะแจ้งความแน่นอน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รู้เรื่องแล้วหรือไม่ นายเบญจ์ บอกว่า ยังไม่ทราบเรื่อง