เพจดังแฉ อบต. จัดซื้อชุดห่วงใย พบ ไม่โปร่งใส?!

เพจเฟซบุ๊ก ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้โพสต์คลิปเสียง อ้างว่าเป็นการสนทนาระหว่าง นายก อบต.แห่งหนึ่ง ในจังหวัดเพชรบูรณ์ และกรรมการตรวจรับการจัดซื้อชุดห่วงใย พร้อมข้อความ ระบุว่ามีการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่สมควร โดยที่อบต.แห่งนี้ ได้จัดซื้อชุดถุงห่วงใย 200 ชุด วงเงิน 70,000 บาท เฉลี่ยตกชุดละ 350 บาท ตามรายการแต่ละชุดประกอบด้วยหน้ากาก 10 ชิ้น เจลแอลกฮอล์ ฟ้าทะลายโจร พาราเซตามอล ยาละลายเสมหะ ยาอมมะแว้ง และยาแก้ไอ แต่เมื่อนำมาเช็กกับราคาท้องตลาด ทั้งชุดราคาไม่เกิน 150 บาท และเมื่อกรรมการท้วงติงขอทำหนังสือแย้งก่อนเซ็นรับ มีการโทรข่มขู่อ้างนายอำเภอสั่ง และอ้างถึงการเลื่อนขั้นเงินเดือน ขณะนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดต่อเพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อีกครั้ง ข่าวที่เกี่ยวข้อง รมต.กระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมมาตรการป้องกันโควิดที่สยามพารากอน ลั่น หากทุกคนร่วมมือกันไม่มีคลัสเตอร์ใหม่แน่นอน ขอบคุณภาพ : เพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน

ผู้ปกครองนักเรียน ร้องเรียนให้หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีได้รับเงินสดแทนค่าอาหารกลางวัน

ตัวแทนผู้ปกครองนักเรียนในพื้นที่ ตำบลถาวร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และ ตำบลโคกว่าน อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ต่างคาใจ กรณีได้รับเงินสดแทนค่าอาหารกลางวัน เนื่องจากโรงเรียนปิดช่วงโควิด-19 ไม่ครบ ก่อนเดินทางเข้าร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง จากกรณีช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งแพร่ระบาดอย่างหนัก ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้โรงเรียนต่าง ๆ ปิด และใช้วิธีเรียนออนไลน์ หรือรับงานมาทำที่บ้านตามนโนบายของกระทรวงศึกษาธิการ แต่ช่วงที่โรงเรียนปิด เงินที่รัฐอุดหนุนในโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็กนักเรียน รายหัวละ 20 บาทต่อวัน ทางโรงเรียนก็ไม่ได้ทำอาหารกลางวันให้เด็ก โรงเรียนจึงเปลี่ยนนำเงินอุดหนุนโครงการดังกล่าว จ่ายเป็นเงินสดเพื่อแบ่งเบาภาระค่าอาหารให้กับผู้ปกครองแทน แต่ผู้ปกครองนักเรียนที่ลูกหลานเรียนอยู่โรงเรียนพื้นที่ ตำบลโคกว่าน อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ หลายคนต่างคาใจ และสงสัย เนื่องจากได้รับเงินอุดหนุนจากโครงการอาหารกลางวันของเดือนสิงหาคม เพียงคนละ 120 บาท ซึ่งหากตีเป็นวันตามจำนวนเงินที่ได้รับอุดหนุนหัวละ 20 บาทต่อวัน 1 เดือนมี 4 สัปดาห์ควรจะได้รับคนละ 400 บาท พอสอบถามทางโรงเรียนก็มีการเรียกประชุมชี้แจงผู้ปกครองนักเรียน โดยทางโรงเรียนอ้างว่า ที่จ่ายไม่เต็มจำนวน เพราะต้องหักเงินไปจ่ายค่าอาหารกลางวันของเดือนก่อนด้วย ประกอบกับได้รับเงินอุดหนุนจากทาง อบต.ยังไม่ครบ ทั้งนี้หนึ่งในผู้ปกครองนักเรียน ในพื้นที่ ตำบลถาวร อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์เล่าว่า ลูกตนเรียนอยู่ชั้น ป.5 ซึ่งช่วงที่โรงเรียนปิด โรงเรียนไม่ได้ทำอาหารกลางวันให้เด็ก ทางโรงเรียนจึงเปลี่ยนจ่ายเป็นเงินสดให้กับผู้ปกครองแทน แต่แปลกใจว่าทำไมถึงได้รับเพียง 120 บาท ซึ่งตามจริงแล้วจะต้องได้เงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันหัวละ 20 บาทต่อวัน ดังนั้นใน 1 สัปดาห์ 5 วัน ก็จะต้องได้รับ 100 บาท 1 เดือนก็จะต้องได้ 400 บาท ซึ่งเท่าที่ถามผู้ปกครองหลายคนก็ได้รับ 120 บาทเท่ากัน พอสอบถามทางโรงเรียนว่าทำไมได้ไม่ครบ ทางโรงเรียนก็ชี้แจงว่าต้องหักเงินไปจ่ายค่าอาหารกลางวันของเดือนก่อน เนื่องจากงบที่ให้มาไม่เพียงพอประกอบอาหารกลางวัน ประกอบกับได้รับเงินอุดหนุนจากทาง อบต.ยังไม่ครบ ซึ่งตนมองว่าก็เป็นหน้าที่ของทางผู้บริหารโรงเรียนที่จะต้องบริหารจัดการไม่ให้เกิดปัญหาแล้วอ้างว่าเงินไม่พอ แล้วเอาเงินของเดือนนี้ไปจ่ายเดือนที่แล้ว ซึ่งก็ไม่เป็นธรรมกับเด็กและผู้ปกครอง โดยเฉพาะช่วงโควิดแบบนี้หลายคนก็เดือดร้อนตกงาน หากินลำบากอยู่แล้ว จึงอยากให้มีการตรวจสอบให้ชัดเจน ครูดีแฉครูชั่ว แอบเอาเงินค่าอาหารกลางวันเด็กไปส่งงวดรถ จนเด็กกินข้าวกันไม่อิ่ม

ศรีสะเกษอัดอั้น ติดป้ายห้ามเลือกผู้เเทนโกงกิน

เหลือเวลาอีกเพียง 2 วัน สำหรับการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายกเทศมนตรี พร้อมด้วยสมาชิกสภาเทศบาลทั่วประเทศ ซึ่งบรรยากาศก่อนวันเลือกตั้วของประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ มีทั้งออกมาเดินรณรงค์เชิญชวนพี่น้องประชาชนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันในวันอาทิตย์นี้ ตั้งแต่ 08.00 น. ถึง 17.00 น. เหล่าบรรดาผู้สมัครก็ได้ออกเดินไปตามหมู่บ้าน ตามท้องถนน เคาะประตูบ้านเพื่อหาเสียง นำรถเปิดเครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์กันอย่างคึกคัก     ขณะเดียวกันที่อำเภอพยุห์ พบป้ายรณรงค์หาเสียงแต่ไม่ต้องการให้เลือกผู้สมัครดังกล่าว เป็นการสะท้อนภาพอีกมุมหนึ่งของการเมือง ของบรรดาผู้แทนประชาชนในทุกระดับ ทั้งระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศ ที่มุ่งจะเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์มากกว่าทำประโยชน์ให้บ้านเมืองและประชาชน โดยป้ายเลียนแบบผู้สมัครที่ยกมือไหว้แต่ใบหน้ากลับเป็นรูปศีรษะกระบือมาใส่แทน พร้อมมีข้อความหาเสียงกำกับไว้ต่างๆนาๆ เช่น กอบโกย โกงกิน ทุจริตอย่างจริงใจ ไม่เคยโปร่งใส ตรวจสอบก็ไม่ได้ ขี้โม้ไปวันๆ พร้อมติดป้ายประกาศหาเสียงไว้ข้างกำแพงข้างบ้านตนเอง ติดกับถนนประชาชนสัญจรผ่านไปมาได้เห็นได้อ่านกันอย่างชัดเจน  

โลกโซเชียลงงผลนับคะแนนการเลือกตั้ง ยิ่งดึกคะแนนยิ่งลดหายไปกว่า 3 หมื่นคะแนน

เป็นเรื่องที่กังขามากในโลกโซเชียล เมื่อมีการอัปเดตคะแนน โดยที่ตอนแรก ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ได้คะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง ในหลายพื้นที่ แต่ยิ่งตกดึกกลับกลายเป็นว่า คะแนนถอยหดลดหายไปนับหลักหมื่น และเป็นผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐขึ้นมาแทน ทำเอาชาวโซเชียลสงสัยกันยกใหญ่ถึงการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่ามันโปร่งใสจริงเหรอ แล้วทำไมถึงมีเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ เมื่อมีเรื่องแบบนี้แล้วทาง กกต.จะทำเช่นไรจะมีการตรวจสอบและชี้แจงให้ประชาชนได้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงมั้ย ว่านี่เป็นการผิดพลาดทางระบบหรือมีใครจงใจให้เป็นไปในทางนี้หรือป่าว