นัดบทกันไว้แล้วใช่มั้ย เหล่าแกนนำราษฎร ออกมาแซะ แกนนำ กปปส. เข้าคุกแต่ไม่ต้องตัดผม

วันที่ 26 ก.พ. จากกรณีที่ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว 8 อดีตแกนนำ กปปส. ได้แก่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ, นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ, นายชุมพล จุลใส, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, นายถาวร เสนเนียม, นายอิสระ สมชัย, สุวิทย์ ทองประเสริฐ และ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดแกนนำทั้งหมดจึงไม่ถูกตัดหรือกล้อนผม โดยในโลกออนไลน์มีการตั้งคำถามถึงประเด็นดังกล่าว ทั้งที่คดีการเมืองอื่น อย่างเช่นกลุ่มม็อบ ว่าการออกจากเรียนจำของแกนนำกปปส.ครั้งนี้ ไม่เหมือนการปล่อยตัวจากการให้ประกันตัวของ คดีการเมืองอื่น ๆ เช่น รุ้ง ปนัสยา แกนนำธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่เป็นผู้หญิง ยังถูกตัดผมและย้อมผมเป็นสีดำ แต่เหตุใด 8 แกนนำกปปส. ถึงไม่ถูกตัดเลย “ไมค์” ภาณุพงศ์ จาดนอก หนึ่งในแกนนำราษฎร กล่าวผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “กูเข้าไปวันแรกโดนจับตัดผม แต่ทำไมบุคคลเหล่านี้ไม่โดน หรือมีเส้นสายในเรือนจำ หรือเรือนจำเลือกปฏิบัติ”  อังคณา นีละไพจิตร […]

อึ้งกันทั้งโรงเรียน รองผอ.โรงเรียน สั่งห้ามแข่งกีฬากลางคัน เหตุเพราะนักเรียนไม่ตัดผม

เป็นอีกดราม่าในโลกออนไลน์ เมื่อเพจ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท  ได้โพสต์เรื่องราวของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีเรื่องอยู่ว่า “ด่วนน!! #Saveสตรีร้อยเอ็ด เกิดกระแสวิพากษ์วิจารย์ของนักเรียนจำนวนมากในทวิตเตอร์ถึงการห้ามนักเรียนแข่งกีฬาเพราะไม่ตัดผมตามทรงที่โรงเรียนกำหนด โดยทรงผมที่โรงเรียนกำหนด คือ นักเรียนชาย ตัดผมทรงรองทรงสูง และนักเรียนหญิง ห้ามไว้ผมหน้าม้า ทั้งนี้เกิดการตั้งคำถามถึงทรงผมว่าเกี่ยวอะไรกับการแข่งกีฬา แม้แต่การแข่งขันกีฬาระดับโลกยังไม่มีข้อจำกัดด้านทรงผมเลยแม้แต่น้อย และมีข่าวลือว่าในวันพรุ่งนี้ทางโรงเรียนจะตรวจโทรศัพท์นักเรียน เพื่อหาว่าใครโพสต์เรื่องราวที่ทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียงบ้าง รวมถึงอาจมีแววของการใช้อำนาจในการริดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของนักเรียนอีกด้วย ทางที่ดี…ไม่ใช่ทางลาดยาง แต่ทางที่ดี โรงเรียนต้องห้ามริดรอนสิทธิเหนือร่างกายนักเรียน และไม่ละเมิดเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารย์โรงเรียน มิเช่นนั้น โรงเรียนแห่งนี้จะไม่ต่างอะไรกับสถานที่กักกัน ไม่ใช่สถานศึกษาหาความรู้” เมื่อเรื่องนี้มีการแชร์กันในโซเชียลอย่างรวดเร็ว มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ถึงกับการกระทำของ รอง ผ.อ.โรงเรียน ทั้งกลุ่มนักเรียนก็ยังมีการพูดถึงประเด็นนี้กันยกใหญ่ ถึงกับมีการรวมตัวประท้วงในเรื่องดั่งกล่าว ซึ่งหลังจากเรื่องเป็นกระแสในโลกออนไลน์  รองผอ.หายตัวอย่างลึกลับ ไร้การชี้แจงจากรอง ผอ. มีเพียงครูพละที่ออกมาแถลงว่าจะให้แข่งต่อ และกฎระเบียบเอาไว้ทีหลัง

ไขกระจ่าง เหตุตำรวจจริงจับตำรวจต้องสงสัยเมื่อวันก่อน ที่แท้เป็นสายลับมาสืบวินัยตำรวจ

จากเหตุการณ์วันก่อน ตำรวจเพชรบุรีไล่ตะครุบชายต้องสงสัย ตรวจสอบสุดท้ายแล้วเป็น ส.ต.ต.นอกหน่วย จับได้ไล่ความ อ้างว่าเป็นคนของจเรตำรวจแห่งชาติ ‘สายลับจับสีกากี’ ที่ทำผิดระเบียบวินัย ไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ.2561 (ที่กำหนด ตำรวจชายในเครื่องแบบต้องผมสั้นขาว 3 ด้าน สั้นไม่เกิน 3 เซนติเมตร ห้ามทำสีนอกเหนือจากสีดำ ตำรวจทำงานสืบ การข่าวให้ตัดรองทรงสูง และห้ามตบเจลให้มันวาว ส่วนหญิง ให้รวบขมวดสวยงามเป็นระเบียบ หากผมยาว ทรงเปีย ทรงหน้าม้าห้ามมี ) หน้าที่สายลับคือจับภาพ เก็บหลักฐานตำรวจผิดระเบียบ แต่บิ๊กๆสีกากีที่ตามไล่จับไม่เชื่อเกิดเรื่องเกิดเหตุ ยึดอาวุธ ยึดรถ หน่วงเหนี่ยวกันบานปลาย แชร์ลงไลน์ วิจารณ์มันสนั่นกลุ่มสีกากี สรุปใจความได้ว่า มีชายไทยวัยไม่เกิน 30 ปี สวมใส่เสื้อผ้าลำลอง รองเท้าแตะ ขึ้นโรงพักมาทำลับๆล่อๆ เปิดห้องสืบสวนสภ.บ้านลาด แบบไม่เคาะไม่เรียก ขณะเจ้าหน้าที่กำลังคุยกับสายลับคดีสำคัญ ชายดังกล่าว เข้าโรงพักถามหา ผกก.หัวหน้าสถานี แต่เมื่อแจ้ง ผกก.ไปภารกิจยิงปืนประจำปีที่ จ.นครราชสีมา ก็เดินไปทั่วถามหานายตำรวจระดับรองผกก. คนนั้นคนนี้ จนตำรวจในโรงพักสงสัยชายคนนี้เป็นใครมาจากไหน คุยได้ใจความชายนิรนามอ้างว่าได้รับคำสั่งนาย จเรตำรวจใหญ่ ให้มาตรวจ […]