อวดรวยแต่ไม่มีจ่าย หนุ่มคุยโวเงินทำผม 700 บาท ก็แค่เศษเงิน แต่สุดท้ายก็ไม่จ่ายแถมชิ่งหนีไปอีก

กลายเป็นดราม่าในโลกโซเชียลเมื่อ มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า แม่ของตนเองนั้นถูกหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นลูกค้า มาทำสีผม เบี้ยวไม่ยอมจ่ายค่าทำผม ทวงแล้วทวงอีกก็ไม่จ่าย หาว่าพูดจาข่มขู่ แถมล่าสุด หนีหนี้ออกจากอพาร์ตเมนต์ตามหาตัวไม่เจอ โดยในโพสต์มีใจความว่า “รู้หน้าไม่รู้ใจมาทำสีผมไม่จ่ายตัง พูดอวดร่ำอวดรวยเข้าร้านไหนให้ระวังด้วยนะ” ก่อนที่จะมีเฟซบุ๊กอีกรายที่คาดว่าน่าจะเป็นพี่สาวของเจ้าของโพสต์คนแรก มาโพสต์เพิ่มเติมว่า “เตือนภัย แม่ค้า พ่อค้า ทุกอาชีพ ในจังหวัดสมุทรปราการนะคะ คนในภาพ มาทำสีผมกับแม่เรา แล้วไม่จ่ายเงิน ทั้งหมด 700 บาทค่ะ ไม่ยอมจ่าย แถมมาว่าแม่เราอีก มีแชทประกอบอ่านได้เลยค่ะ และร้านขายอาหารตามสั่งก็โดนแบบนี้เช่นกันค่ะ ไม่ยอมจ่าย อ้างว่ากดไม่ได้บ้าง ไม่มีเวลาบ้าง แม่เราก็ทวงเงิน ฝากคนนู้นคนนี้ไปทวง มาหาว่าแม่เราข่มขู่ ล่าสุดคือหนีออกจากอพาร์ตเมนต์แล้วค่ะ ไม่จ่ายค่าห้องเช่นเดียวกันฝากแชร์ด้วยนะคะ” ประกาศตามล่าตัวผู้รับเหมา โกงเงินแล้วหนีไป ใครแจ้งเบาะแสมีรางวัล ปล่อยตัวลูกจ้างสาว ที่ปลอมเอกสารราชการโกงเงินหลวงไป 40 ล้าน เพราะเอกสารเยอะทำสำนวนส่งฟ้องไม่ทัน

เรียบร้อย! หนุ่มขับป้ายแดงไปเติมน้ำมันแล้วจ่ายด้วยห่อหมก รถเสียหลักพุ่งลงคลอง โดนตำรวจตามรวบทันควัน

จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ อังคณา วิชัยดิษฐ์ ได้ออกมาโพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นภาพของรถป้ายแดงคันหนึ่งที่ขับมาเติมน้ำมัน แต่พอเติมเสร็จพนักงานปิดฝาถังให้ และอ้อมมาเพื่อจะเก็บเงิน เจ้าของรถได้ยื่นเอาถุงห่อหมกให้ และขับหนีออกไป สร้างความงงให้กับพนักงานอย่างมาก  ล่าสุดทางเพจ ที่นี่สุราษฎร์ธานี Surat Memory News ได้ออกมาเผยว่า ‘#เกมส์แล้ว หนุ่มขับป้ายแดงไปเดิมน้ำมัน จ่ายเป็นห่อหมกแทนเงิน ล่าสุดขับรถเสียหลังลงคลองในพื้นที่อ.พุนพิน ตร.รวบตัวได้ พบเป็นชายสติไม่ดี’ แบบนี้มีด้วย!! ให้ห่อหมก 2 ห่อ แทนเงิน ขับป้ายแดงมาเติมน้ำมัน รีบชิ่งหนี(มีคลิป) พนักงานปั๊มงง !! ขับป้ายแดงมาเติมน้ำมัน แต่ดันให้ห่อหมกแทนเงินแล้วรีบชิ่งหนี ! งี้ก็ได้เหรอ !?

แก๊งมนุษย์ป้าตีเนียน เข้าไปกินบุฟเฟต์ราคาพิเศษในโรงแรม แถมไม่ยอมจ่ายเงินด้วย

มารยาททางสังคมเป็นสิ่งที่คนเราจะต้องมีอยู่ในตัว และเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้ หากแต่ว่าไม่อยากทำ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ เมื่อเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ Kim Original ได้แชร์คลิปจากกล้องวงจรปิดจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง พร้อมทั้งระบุข้อความว่า “#เล่าเรื่องจากหลังไมค์ มนุยษ์ป้ากลุ่มคนเสื้อขาว ที่เป็นข้าราชการใช่หรือไม่ ทางโรงแรมจัดที่ให้กินมื้อเช้าที่นึง แต่ฉันเป็นมนุยษ์ป้าต้องตามใจฉันไปกินอีกที่นึง ที่เค้าไม่ได้จัดไว้ให้ มาอ้างว่าพนักงานแจ้งว่าให้ไปทานห้องอาหารบุฟเฟต์ ตีมึน เพื่อจะเข้าไปกิน ในกล้องเป็นห้องอาหารบุฟเฟต์ครับ คนแรกของกลุ่มเป็นคนชุดขาว ซึ่งพนักงานหน้าห้องอาหารก็แจ้งแล้วว่า กลุ่มของคุณทานอีกห้องนะ เค้าก็ไม่ฟัง เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าหน้าที่ราชการศาลแขวงพระโขนง มาใช้บริการโรงแรม จ.สุโขทัย และใช้อำนาจหน้าที่ในการขอส่วนลดห้องพัก จากราคาปกติ 2,1xx บาท / คืน ขอลดราคาเหลือ 1,600 บาท / คืน ทางโรงแรมจึงพิจารณาให้ส่วนลดเพราะว่าเป็นเจ้าหน้าที่ราชการ (ทางโรงแรมคิดว่ามาทำธุระราชการ) และทางโรงแรมก็จัดห้องอาหารเพื่อให้กลุ่มดังกล่าวทานอาหารเช้าแยกอีกห้อง เนื่องจากราคาห้องพักของกลุ่มเจ้าหน้าที่เป็นแบบราคาพิเศษ แต่พอมีบางท่านในกลุ่มเจ้าหน้าที่ไปเห็นห้องอาหารอีกห้องเป็นอาหารเช้าแบบ บุฟเฟต์ จึงเกิดความอยากทาน จึงเดินเข้าไปที่หน้าห้องอาหารจะตีเนียนเข้าไปทาน ทางทีมงานก็แจ้งกลุ่มดังกล่าวแล้วว่าห้องอาหารสำหรับกลุ่มเจ้าหน้าที่ดังกล่าวอยู่อีกห้องหนึง เขาก็ไม่สนใจ แถมยังพูดว่าชั้นจะกินที่นี่ ทำไมชั้นถึงกินไม่ได้ แล้วก็เดินพรวดเข้าไปทานหน้าตาเฉย ทางผู้บริหารโรงแรมมาทราบทีหลังจึงให้ผู้เกี่ยวข้องติดต่อกลุ่มดังกล่าวไปว่าคุณต้องรับผิดชอบค่าอาหารเช้า เนื่องจากคุณไม่ได้ทานอาหารเช้าที่ทางเราเตรียมไว้ให้ กลับได้คำตอบมาว่าชั้นไม่จ่าย แถมยังโบ้ยความผิดมาให้พนักงาน อย่างหน้าด้านๆ ว่าพนักงานเป็นคนบอกให้ไปทานที่นั่นเอง อยากให้ระวังกลุ่มมนุษย์ป้ากลุ่มนี้กันด้วยนะครับ” ทำให้เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ชาวเน็ตหลายคนต่างเข้ามากดแชร์จำนวนไม่น้อย พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงลบอีกเป็นจำนวนมาก  

ทำกันได้! บริษัทรับส่งพัสดุ หลอกลูกจ้างให้ลงทุน ก่อนจะปิดหนีหายเงียบ ไม่ยอมจ่ายเงิน

ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจแย่แบบนี้ หลายบริษัทไม่สามารถไปต่อได้ ต้องปิดกิจการไป บางบริษัทก็ที่ผลประกอบการแย่ก็ไม่มีเงินจ่ายให้พนักงาน ทำให้เกิดผลกระทบไปอีกอย่างเช่นเคสนี้ เหล่าพนักงานของบริษัทรับส่งพัสดุแห่งหนึ่ง ซึ่งมีสำงานใหญ่อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หลังจากบริษัทเปิดสาขาและรับพนักงานเข้าทำงานที่ จ.ตรัง ได้เพียงแค่ 1 เดือน แต่กลับไม่จ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานทั่วประเทศ และไม่สามารถติดต่อนายจ้างได้ ด้านพนักงงานได้ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากบริษัทได้เปิดรับสมัครพนักงานโดยที่มีข้อตกลงให้ค่าจ้างค่าต่ำ 315 บาท ปรากฏว่าทางพนักงานกลับไม่ได้รับเงินเดือนในส่วนนี้ และเงินสำรองจ่ายค่าน้ำมันก็ไม่ได้ ทั้งยังต้องเสียเงินค่าเงินประกัน GPS ค่าติดสติ๊กเกอร์รถรวมเป็นเงิน 15,500 บาท ซึ่งทางพนักงานได้โอนเงินผ่านบัญชีของบริษัทเรียบร้อยแล้ว และเริ่มงานในวันที่ 1 ต.ค. มีการเซ็นสัญญาเรียบร้อย น.ส.ฤกษ์วดี กล่าวต่อว่า โดยมีข้อตกลงว่าจะได้รับเงินเดือนๆ ละ 23,000 ทุกกรณี ไม่จำกัดจำนวนขนส่งสินค้า แต่ปรากฏว่าทุกครั้งที่มีการประชุมผ่านการโทรกลุ่มไลน์บริษัท ทางเจ้าของบริษัทไม่มีความชัดเจน ทั้งนี้ทางพนักงานก็ไม่เคยเห็นหน้าเจ้าของบริษัท กลับถูกเทไม่ได้รับเงินเดือนกันหลายจังหวัด สำหรับจังหวัดตรังมีผู้เสียหาย 25 ราย รวมค่าเสียหายกว่า 300,000 บาท ก่อนจะมีการปิดทำการ และไม่มีการแจ้งข่าวล่วงหน้าให้กับพนักงาน ทุกคนได้รับความเดือดร้อนกันหมดในหลายจังหวัด บางคนถึงกับต้องจำนองที่ดินเพื่อซื้อรถป้ายแดงมา และมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง ผู้เสียหายจังหวัดอื่นๆจึงมีการรวมตัวมาแจ้งความ ก็อยากฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดช่วยเรียกร้องสิทธิตรงนี้ให้

เพิ่มหลักเกณฑ์ เงื่อนไขการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ ถ้ายังไม่คืนเงิน กยศ. อดแน่!!

วันที่ 15 ก.ย.นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขานุการประธานรัฐสภา กล่าวว่า ขณะนี้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ตระหนักถึงปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่นายชวน ริเริ่มดำเนินการขณะเป็นนายกฯเมื่อปี 2535 แต่ปัจจุบันมีผู้กู้ยืมเงิน กยศ. ไม่ยอมใช้หนี้ตามข้อกำหนดกองทุนฯ โดยมีข้าราชการจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่ยอมชำระหนี้ กยศ. นายชวนได้ย้ำว่าในส่วนผู้กู้ที่ประสบปัญหาจริงๆ อาทิ กำลังตกงาน แต่มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัวจนขาดสภาพคล่องทางการเงินจริงๆ หน่วยงานที่รับผิดชอบควรพิจารณาหาทางช่วยเหลือในลำดับต่อไป ทั้งนี้นายชวนได้มอบนโยบายแก่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบและดำเนินการให้ผู้กู้ยืมเงินจากกยศ.ปฏิบัติตามประกาศการหักเงินจากผู้กู้ยืมเงินแต่ละราย ซึ่งในส่วนข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีผู้กู้ยืมเงินกยศ. 116 คน ได้ดำเนินการหักรายได้นำส่งเงินคืนกองทุนไปแล้ว 206,070 บาท ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา (ก.ร.) นายชวน ได้เห็นชอบให้เพิ่มหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ โดยให้การคืนเงินหรือไม่คืนเงินกองทุน กยศ. เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ใช้พิจารณาสรรหาและบรรจุเข้ารับราชการ นายอิสระกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันการประชุมสภาสถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 2 ก.ย.62 นายชวนเป็นประธานการประชุม ได้เสนอความเห็นต่อที่ประชุมว่า ผู้เข้าเรียนและจบหลักสูตรสถาบันพระปกเกล้าล้วนเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ มีชื่อเสียง ควรเป็นตัวอย่างต้องมีคุณธรรมจริยธรรมด้วย จึงเสนอให้การไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกองทุน กยศ.คือ ไม่ได้คืนเงินเข้ากองทุน เป็นหนึ่งในคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครหลักสูตรของสถาบันฯด้วย เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมต่อไป