นักกินหมูกะทะระวังด่วน! ไข้หูดับพรากชีวิต 3ราย สาเหตุเกิดจากสิ่งนี้?!

จากกรณี มีรายงานพบผู้ติดเชื้อ “โรคไข้หูดับ” ในพื้นที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ถึง 14 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ในรอบเดือนที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่า ต้นเหตุมาจากหมูที่ชาวบ้านลักลอบเชือดเอง โดยไม่ผ่านโรงฆ่าสัตว์ที่มีมาตรฐาน เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 15 ก.ย. นายสานิตย์ ศรีทวี นายอำเภอเสิงสาง จ.นครราชสีมา ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วน ภายหลังเปิดเผยว่า ที่ประชุมได้วางมาตรการแก้ไขสถานการณ์ว่าจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้ทราบถึงโทษของการรับประทานอาหารที่เป็นหมูดิบ รวมถึงการสัมผัสหมูที่อาจจะติดเชื้อของโรคหูดับ พร้อมทั้งจะมีการจัดระบบสำหรับผู้ประกอบการเลี้ยงหมูในพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมายและถูกสุขอนามัย ข่าวที่เกี่ยวข้อง ไร้เดียงสา…!! ลูกสาวบอกว่าอยากกินหมูกะทะ แม่ไปซื้อมาให้กิน กลับมาเสียลูกสาว อิ่มแบบอ้วกแตก ไปร้านหมูกระทะ แต่ดันเจออึ่งอ่างนอนอยู่ในกาน้ำซุป นอกจากนี้ยังได้ประสานไปยังปศุสัตว์จังหวัด เพื่อแนะนำแนวทางในการดำเนินการเชื่อมโยงผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้สามารถนำหมูเข้าสู่โรงฆ่าสัตว์ได้อย่างถูกต้องอีกด้วย ทั้งนี้ในพื้นที่อำเภอเสิงสางมีโรงฆ่าสัตว์ขนาดเล็กเพียงแห่งเดียว จึงทำให้มีกลุ่มลักลอบเชือดหมูเอง จนเกิดปัญหาหมูติดโรคหลุดรอดเข้ามาในพื้นที่ สำหรับโรคไข้หูดับที่เกิดขึ้นนั้น จากการสอบถามผู้ป่วยบางราย ปรากฏว่าไม่มีพฤติกรรมในการรับประทานหมูดิบ แต่ชอบรับประทานหมูกระทะเป็นประจำ จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะย่างหมูไม่สุกดี หรือใช้ตะเกียบอันเดียวทั้งคีบหมูดิบ และคีบหมูสุกรับประทานปะปนกันไป จนทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายดังกล่าว โดยอาการของผู้ติดเชื้อโรคหูดับ หลังจากได้รับเชื้อภายใน 3 ชั่วโมงหรือไม่เกิน 3 วัน จะพบอาการเบื้องต้นตั้งแต่ มีไข้ ถ่ายเหลว และปวดหัว หากติดเชื้อแล้วไม่ได้ทำการรักษาโดยเร็ว เมื่อเชื้อขึ้นไปถึงสมอง ก็อาจทำให้เสียชีวิตหรือหูดับได้ ในส่วนของการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคหูดับมี 3 ส่วนด้วยกัน คือ เริ่มจากผู้เลี้ยงหมูและผู้ขายหมูต้องดูแลเรื่องสุขภาพอนามัยของหมูที่เลี้ยงให้ดี และไม่จำหน่ายหมูป่วยให้กับผู้บริโภค ส่วนที่ 2 คือผู้ที่ประกอบอาหารหากมีบาดแผลต้องสวมถุงมือเพื่อป้องกันเชื้อ ส่วนที่ 3 คือผู้บริโภคไม่ควรรับประทานหมูดิบ เช่น เมนูลาบดิบ ก้อยดิบ หากจะรับประทานหมูควรปรุงให้สุก โดยใช้ความร้อนอย่างน้อย 10 นาทีขึ้นไปเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อดังกล่าว

สังเวยไปแล้ว 26 ศพ สำหรับพวกกินสุกๆดิบๆ เจอไข้หูดับเล่นงาน

ช่วงนี้บางจังหวัดมีเทศกาลและงานบุญต่างๆ ซึ่งมีการจัดเลี้ยงร่วมกัน จึงควรระวังบริโภคหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ หลู้ เพราะเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับได้ ข้อมูลกรมควบคุมโรคปี 60 มีรายงานผู้ป่วย 317 ราย เสียชีวิต 15 ราย ส่วนปี 61 พบมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยตั้งแต่ 1 ม.ค.–19 ต.ค.61 ป่วย274 ราย เสียชีวิต 26 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมา 45-54 ปี ภาคเหนือป่วยมากที่สุด 199 ราย 5 จังหวัดที่ป่วยมากที่สุดคือ พะเยา อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ และสระแก้ว สำหรับโรคไข้หูดับเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในเลือดของหมูที่กำลังป่วย ติดต่อได้ 2 ทางคือ สัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ รวมทั้งเนื้อหมู เครื่องในและเลือดหมูที่เป็นโรค โดยติดต่อสู่คนทางบาดแผล รอยขีดข่วนหรือทางเยื่อบุตา, บริโภคเนื้อและเลือดหมูที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ที่มีเชื้ออยู่ จะมีอาการหลังรับประทาน 3-5 วัน เชื้อจะเข้าไปทำให้เยื่อหุ้มสมอง เยื่อบุหัวใจอักเสบ อาจทำให้ประสาทหูทั้ง 2 ข้างอักเสบและเสื่อมจนหูหนวกถาวร และอาจเสียชีวิตจากติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ทั้งนี้ ผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อคือ สัมผัสกับหมูที่ติดโรคโดยตรง เช่น เลี้ยงหมู ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ชำแหละเนื้อหมู และรับประทานเนื้อหมูดิบ กลุ่มที่เสี่ยงจะมีอาการป่วยรุนแรงหากติดเชื้อ ได้แก่ ติดสุราเรื้อรัง มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไต มะเร็ง หัวใจ เคยตัดม้ามออก เป็นต้น วิธีป้องกันโรคคือ กินหมูสุกเท่านั้น เลือกซื้อเนื้อหมูที่ไม่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากโรงฆ่าสัตว์, ผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรค ควรสวมรองเท้า บู๊ทยาง ถุงมือ สวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง ข้อควรระวังสำหรับผู้ป่วยที่มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ภายหลังสัมผัสหมูที่ป่วยหรือหลังกินอาหารที่ปรุงมาจากเนื้อหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ให้รีบพบแพทย์ทันทีและบอกประวัติการกินหมูดิบให้ทราบ หากพบแพทย์เร็วจะช่วยลดอัตราหูหนวกและเสียชีวิตได้