สู้สุดใจ เหล่าหมอและพยาบาลเร่งผ่าตัดคนไข้โรคหัวใจ ในขณะที่โรงพยาบาลเกิดเหตุเพลิงไหม้

สุดยอดหมอฮีโร่ รับผิดชอบต่อหน้าที่อย่างถึงที่สุดจนถูกสรรเสริญยกย่อง หลังเดินหน้าผ่าตัดหัวใจให้คนไข้ แข่งกับเวลาเพราะเกิดเหตุเพลิงไหม้ใกล้วอดทั้งโรงพยาบาล! นพ.วาเลนติน ฟิลาตอฟ หัวหน้าทีมผ่าตัดวัย 29 ปี กำลังนำทีมพยาบาลผ่าตัดเปิดช่องอกคนไข้ป่วยโรคหัวใจ ก่อนที่จะได้รับแจ้งเตือนว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้โหมแทบทั่วทั้งตึกโรงพยาบาลอายุกว่า 114 ปี ณ เมืองบลาโกเวชเชนสค์ ประเทศรัสเซีย โดยในห้องผ่าตัดตอนนั้นมีวาเลนตินและพยาบาลอีก 8 คนยืนหยัดอยู่ในห้องผ่าตัดเนื่องจากวาเลนตินปฏิเสธไม่อพยพออกจากตึกที่เริ่มเต็มไปด้วยควันดำฟุ้ง เพราะอยากรับผิดชอบต่อหน้าที่ให้แล้วเสร็จ “เราทุกคนกลัวกันถ้วนหน้า แหงล่ะก็เราเป็นมนุษย์นี่ แต่เราออกมาไม่ได้ เรายังมีคนไข้ต้องรักษาต้องผ่าตัดต่อไป เราจะไปทำอะไรได้อีก” วาเลนตินกล่าว ซึ่งหลังจากนั้นทุกคนก็สามารถอพยพออกมาจากตึกโรงพยาบาลพร้อมคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจสำเร็จอย่าปลอดภัยกันทุกคน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้นายกเทศมนตรี โอเล็ก อิมามีฟ กล่าวชื่นชมและยกย่องพวกเขาให้เป็น “ฮีโร่” ที่เสียสละเสี่ยงภัยรับผิดชอบต่อหน้าที่จนสำเร็จสมบูรณ์ แต่สำหรับตัววาเลนตินนั้น มองว่ามันเป็นหน้าที่ของแพทย์-พยาบาลทุกคนอยู่แล้ว ที่ต้องดำเนินการผ่าตัดรักษาคนไข้ให้เสร็จลุล่วงไม่มีหยุดกลางคันนับตั้งแต่ปิดประตูห้องผ่าตัด แต่ยังไงเสียเขาก็ขอขอบคุณทุกคำชื่นชมที่มอบให้ ทั้งนี้คนไข้จำนวน 67 คนและบุคลากรแพทย์อีกหลายสิบ สามารถอพยพออกมาจากโรงพยาบาลได้ทั้งหมดโดยปลอดภัย…

หนุ่มใหญ่ขาพิการสู้ชีวิต! ทำไร่เลี้ยงชีพตัวเอง เผยไม่เคยคิดขอเงินใคร เพราะเงินหายาก

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวที่น่าชื่นชมของชายหัวใจนักสู้ คือ นายอนันต์ นนท์ขุนทด อายุ 49 ปี ชาวบ้านโคกวัวนอน ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ซึ่งแม้ 2 ขา จะพิการไม่สามารถเดินได้ ต้องใช้ชีวิตอยู่กับรถวีลแชร์มานานกว่า 20 ปี แต่ก็ไม่เคยย่อท้อต่อชีวิต ยังคงใช้ 2 แขนหมุนล้อรถวีลแชร์พาตัวเองออกไปทำไร่มันสำปะหลังหาเลี้ยงชีวิต และเก็บออมจนสร้างบ้านได้ นายอนันต์ เล่าถึงสาเหตุที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นคนพิการว่า เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เคยทำงานก่อสร้างอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร แต่พลาดเกิดอุบัติเหตุตกลงมาจากอาคารก่อสร้าง ส่งผลให้ขาทั้ง 2 ข้างหัก ไม่สามารถเดินได้อีกตลอดชีวิต ก่อนหน้านี้เคยมีภรรยา แต่ก็ได้แยกทางกันไปแล้ว ปัจจุบันสู้ชีวิตอยู่เพียงลำพังตัวคนเดียว โดยได้เงินเบี้ยยังชีพผู้พิการเดือนละ 800 บาท และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยบรรเทาขัดสน ที่ผ่านมาก็จะมีเพื่อนบ้านและพี่น้องใกล้เคียงนำสิ่งของหรืออาหารมาแบ่งปันให้บ้าง แต่ถ้าจะให้ไปขอเงินใคร ตนคงไม่ทำเพราะรู้ว่าเงินหายาก ทุกคนก็ลำบาก สู้หาเองดีกว่า ทุกวันนี้จึงพยายามดิ้นรนหาเลี้ยงชีวิตด้วยการออกไปทำไร่มันสำปะหลังที่มีพื้นที่อยู่ประมาณ 10 ไร่ โดยตนลงมือปลูกเอง ถางหญ้าเอง ไม่ได้จ้างใคร พื้นที่กว่า 10 ไร่ แต่ละวันสามารถทำได้เอง 2-3 ไร่ และยังไปสอยมะขาม เพื่อนำมาทำมะขามเปียกได้อีกวันละ 100 กว่ากิโลกรัม อีกทั้งยังเลี้ยงหมูไว้ขายจำนวน 11 ตัวด้วยซึ่งตนก็สามารถเก็บออมจนสร้างบ้านไว้อยู่อาศัยได้ 1 หลัง

ถ้าเราสู้ ตราบที่เรายังมีลมหายใจ เราก็จะไม่อดตาย

ป้าวัย 61 ปี หายจากโรคร้ายโดนพิษโควิดซ้ำ ต้องเก็บของเก่าหาเงินจ่ายค่าบ้าน วันที่ 28 ม.ค.64 ที่บริเวณหาดดงตาล ชายหาดจอมเทียน ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นางสงวน ทองอินทร์ อายุ 61 ปี ได้เล่าว่า ตนเองเคยมีแฟนต่างชาติ ขณะที่อยู่กับแฟน ตนต้องเคราะห์ร้ายได้เกิดโรคมะเร็งระยะที่ 3 ครึ่ง กับตัวเองต้องรักษาตัวนานถึง 7 ปี จากนั้นแฟนก็ได้เสียชีวิตลงตนจึงได้รักษาตัวต่อจนหายเป็นปกติ และไม่ได้ไปหาหมออีกเลย จากนั้นตนจึงได้มาสมัครเป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่พอเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ขึ้น ทางบ้านที่ทำงานอยู่นั้นได้เลิกจ้างไปทำให้ไม่มีงาน เงินเก็บที่มีก็หมด ทำให้ต้องเอาที่ดิน และรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์ แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ดีขึ้นจึงไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้รถยนต์ที่เคยมีต้องมาถูกทางบริษัทไฟแนนซ์ยึดไป จึงได้หันมาเก็บของเก่าขายเพื่อหาเงินจ่ายดอกเบี้ยให้กับบ้านที่ยังอยู่หากปล่อยยึดไปก็จะไม่มีที่หลับนอน จึงต้องออกมาหาเก็บของเก่าตั้งแต่ 5 ทุ่มจนถึงเช้าก่อนที่รถขยะจะมาเก็บไปหมด จึงใช้เวลาช่วงกลางวันหลับนอนแต่ก็นอนไม่เต็มอิ่มหลับๆ ตื่นๆ นอกจากนี้ทางด้าน นางสงวน มีลูก 3 คน แต่ได้ทำงานเพียงคนเดียวส่วนคนอื่นๆ ไม่มีงานทำเนื่องจากถนนวอล์คกิ้งสตรีท ทางด้านรัฐบาลได้สั่งให้ปิดชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สถานบันเทิง สถานประกอบการปิด ไม่สามารถวิ่งรถจักรยานยนต์รับจ้างได้ ทำให้ขาดรายได้ อย่างไรก็ตามจึงอยากให้คนที่กำลังท้อแท้อยู่ในตอนนี้ลุกขึ้นมาสู้กันอีกครั้งให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤติโรคร้ายนี้ไปด้วยกันจึงอยากเป็นกำลังใจให้ทุกๆ คน

หนุ่มแชร์ประสบการณ์ ป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูก ในวัย 25 ปี แม้ท้อแต่เลือกลุกขึ้นสู้ จนตอนนี้กลับมาปกติ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี นายจิรภัทร เลิศเมธาตฤณชาติ หรือ จิ หนุ่มวัย 26 ปี ที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก JI Jiraphat เล่าประสบการณ์ที่ตนเอง ซึ่งเป็นคนรักสุขภาพ และดูแลร่างกายเป็นอย่างดี แต่วันหนึ่งกลับมีเม็ดปริศนาโตขึ้นที่ข้างคอด้านล่างติ่งหู ก่อนจะทราบข่าวช็อกว่าเม็ดดังกล่าวเป็นก้อนเนื้อร้าย และตนเองป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูก จากการสอบถามแพทย์ ยังไม่ทราบว่าเนื้อร้ายนี้เกิดขึ้นเพราะปัจจัยอะไร อีกทั้งคนในครอบครัวไม่มีประวัติ และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ก็ไม่มี ซึ่งตนเองไม่อยากคิดว่าเป็นเพราะเบญจเพศ แต่ต้องยอมรับว่าโชคร้ายจริง ๆ ที่มามีอาการป่วยดังกล่าวแบบไร้สาเหตุเช่นนี้ หลังจากนั้น ตนเองได้เข้ารับการรักษา โดยแพทย์ได้ทำการเจาะท้อง ก่อนจะเริ่มฉายแสง และหลังจากจบการรักษายกที่ 1 ซึ่งคือการฉายแสงครบ 33 ครั้ง ก็คอไหม้ ต้องกินอาหารปั่นเหลวๆ ผ่านทางสายที่เจาะอยู่ตรงหน้าท้อง ยอมรับว่าเครียดมาก เกือบจะคิดสั้นกระโดดลงจากห้องพักที่ชั้น 4 แต่ทำไม่ลง เมื่อคิดถึงแม่ของตัวเอง ทั้งนี้ หลังจากจบการรักษายกที่ 2 ซึ่งเป็นการทำคีโม 3 รอบใหญ่ น้ำหนักของตนลดลง จาก 67 กิโลกรัม ลดเหลือ 57 กิโลกรัม กล้ามและซิกแพคที่เคยมีก็หายไป และผอมจนเหมือนคนขาดสารอาหาร โดยใช้เวลาพักฟื้นร่างกาย 1 เดือน และกลับไปเล่นฟิตเนสถึง 2 เดือน ก่อนจะมีร่างกายกลับมาดูสมบูรณ์อีกครั้ง ผู้โพสต์เล่าว่า ปัจจุบันตนเองกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้แล้ว ไปเที่ยว เล่นฟิตเนส และกินอาหารได้ตามปกติ แม้การรับรสชาติจะยังมีปัญหานิดหน่อย แต่ก็บอกกับตัวเองว่า “นี่แหละ คือการก้าวข้ามผ่านข้าวร้ายที่สุดในชีวิตของเรา” หวังว่าเรื่องราวของตนเองจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นไม่สิ้นหวังและพร้อมจะต่อสู้กับปัญหาที่เข้ามาในชีวิตต่อไป

พลทหาร พลปืนเล็ก เหยียบกับระเบิดขาขาด ขณะลาดตระเวนชายแดนกัมพูชา ผู้บังคับบัญชานับถือหัวใจเข้มแข็ง วอนอย่าลืมคนที่เสียสละเพื่อแผ่นพื้นดิน

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.62 มีรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญ ขณะ ร้อย.ร.112 พัน.ร.11 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 จัดชุดออกลาดตระเวนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่รวงผึ้ง อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยพลทหาร พัชรพงษ์ หาลาภ หรือ เมฆ อายุ 22 ปี ตำแหน่ง พลปืนเล็ก เหยียบกับระเบิดไม่ทราบชนิดจนได้รับบาดเจ็บขาขวา และข้อเท้าขาด หน่วยได้ลำเลียงตัวพลทหาร พัชรพงษ์ ออกมาจากพื้นที่ และเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลน้ำยืน ต่อมาทางกองกำลังสุรนารีได้จัด ฮท.212 นำส่ง รพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี เรียบร้อยแล้ว ทางด้าน ผบ.ชุดลาดตระเวนดังกล่าว ได้โพสต์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบน เฟซบุ๊ก No Play เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ทุกคนเดินกันมาเป็นแถว คนแรกและคนที่สองเดินผ่านไป ไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระทั่ง พลทหาร พัชรพงษ์ หรือ เมฆ ซึ่งเป็นคนที่สาม เดินผ่านจุดดังกล่าว ก็ได้เหรียบกับระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ มันเป็นเหตุที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่โชคชะตาทำให้พลทหารเมฆต้องมาประสบพบเจอ ตัวเองรู้สึกชื่นชมในความเป็นชายชาติทหารในตัวพลหทารหนุ่มคนนี้มาก เพราะเข้มแข็งมาก ไม่ร้องไห้และไม่มีน้ำตาให้เห็น ตนในฐานะผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบ รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การบอกข่าวร้ายกับครอบครัวของพลทหารเมฆเป็นสิ่งที่ยากมาก ลำบากใจมากที่สุด แต่เมื่อได้พูดคุยกับ พ่อ กับแม่ และยายของพลทหารเมฆ ความกังวลใจของตนก็ลดลงไป และทำให้ตนรับรู้ได้ในตอนนั้นเลย พลทหารกล้าคนนี้ ได้ความเข้มแข็งมาจากใคร ตนเสียใจกับเหตุการณ์นี้มากแค่ไหน ครอบครัวของพลทหารเมฆยิ่งเสียใจกว่าหลายร้อยเท่า สำหรับตัวพลทหารเมฆเอง ยิ่งเสียใจมากกว่านั้น แต่ทุกคนเข้มแข็ง ไม่มีใครทำให้ความหดหู่นั้นมาลดทอนกำลังใจได้เลย “ผมคงไม่บอกว่าเรามีทหารไว้ทำไม เราทำตามหน้าที่และไม่เคยเลือกสถานที่ แค่ทำเพื่อประเทศชาติก็พอ ทหารในเมือง วันหนึ่งก็ต้องมาชายแดน ทหารชายแดน วันหนึ่งก็ต้องมาทำหน้าที่ในเมือง ทุกคนมีความเสี่ยงหมด ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีในทุก ๆ อาชีพ แล้วสังคมจะดีเอง สุดท้ายตัวผมคงไม่มีวันลืมและทอดทิ้งน้องแน่นอน เป็นความทรงจำที่แฝงด้วยทุกความรู้สึก และถ้าขออะไรสักอย่างได้ ก็คงขอให้อย่าลืมคนที่เสียสละเพื่อแผ่นพื้นดินเรา ไม่ว่าจะอาชีพอะไรก็แล้วแต่” 

1 2