มงคลกิตติ์ เสนอให้ทำเซ็กซ์ทอยและค้าประเวณี ให้ถูกกฎหมาย สร้างรายได้และยังจะแก้ปัญหาข่มขืนได้ด้วย

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาข่มขืนกระทำชำเราและล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการผลักดัน “เซ็กซ์ทอย” ถูกกฎหมายและให้รัฐจัดสวัสดิการบริการทางเพศแก่ผู้ขาดโอกาส ว่า เรื่องเซ็กซ์ทอยถูกกฎหมายนั้น เป็นข้อเสนอของ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคก้าวไกล ประมาณ 3-4 คน ซึ่งต้องยอมรับว่าเซ็กซ์ทอยมีการใช้กันทั่วประเทศ และใช้กันเกลื่อน แต่กฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่ต่างประเทศมีการอนุญาตให้สามารถใช้ได้อย่างถูกกฏหมายและเก็บภาษีเป็นรายได้เข้ารัฐ จึงมองว่าหากประเทศไทยนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ จะสร้างรายได้ให้กับรัฐอีกทางหนึ่ง ขณะที่เรื่องการจัดสวัสดิการทางเพศนั้น นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เป็นแนวคิดของตนที่คิดไว้นานแล้ว และนำกลับมาถกเถียงกันใหม่ แต่ยอมรับว่ามีกรรมาธิการฯ ที่เป็นคนรุ่นอาวุโส ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่เห็นด้วย แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่สนับสนุน โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเป็นผู้ที่มีกำลังจ่าย สามารถซื้อบริการได้ รัฐก็ควรจัดให้มีการค้าประเวณีถูกกฎหมาย ทำให้ถูกสุขอนามัย มีใบประกอบวิชาชีพ และหากขึ้นทะเบียนถูกต้อง อาชีพดังกล่าวจะมีรัฐคอยดูแล สามารถจ่ายภาษีให้ถูกต้องได้ อาชีพค้าประเวณีก็จะถูกถอนออกจากสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้การค้าประเวณีเป็นอีกอาชีพหนึ่ง เพราะวันนี้จะถามว่าปราบปรามได้หรือไม่ ต้องตอบตรง ๆ ว่าไม่สามารถปรับได้เลย เต็มประเทศไปหมด ส่วนอีกประเภท คือ เป็นส่วนที่รัฐจัดสวัสดิการไว้ให้ สำหรับผู้ที่ขาดโอกาส เพื่อป้องกันปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ เพราะคนกลุ่มนี้อาจจะมีปัญหาทางจิต อ่อน ๆ และหลังคดีไม่มีใครแจ้งความ เนื่องจากเป็นที่อับอาย ดังนั้นจึงมองว่าควรหาทางออกให้กับคนกลุ่มนี้ เมื่อถามว่า ในสังคมไทยการทำให้มีสวัสดิการทางเพศ จะยอมรับกันได้หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาหนึ่งคนจะรับได้ และต้องยอมรับว่าความจริงโสเภณีในประเทศไทยเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยตั้งกรุงศรีอยุธยา “ความจริงโสเภณีในประเทศไทยเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มาถึงปัจจุบัน ก็ 700 กว่าปี ช่วงหนึ่งถูกกฎหมาย ช่วงหนึ่งผิดกฎหมาย ช่วงก่อน 2502 ก็ถูกกฎหมาย แต่พอหลังจากนั้นมี พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ ก็ผิดกฎหมาย แต่ ณ ปัจจุบัน เราห้ามปรามกันได้หรือไม่ มันยังมีอยู่มั้ย เราต้องอย่าดัดจริตว่ามันไม่มี คล้าย ๆ กับบ่อนการพนันบอลออนไลน์ บอกไม่มี ไม่มี แต่สุดท้ายมีกันเต็มประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐก็ยอมรับว่ามันเป็นรายได้หลัก เรียกว่ารายได้นอกระบบ หรือ ส่วย มันก็จะเกี่ยวเนื่องกับการเสนอให้ทำสิ่งใต้ดินให้ถูกกฎหมาย” นายมงคลกิตติ์ กล่าว นายมงคลกิตติ์ กล่าวย้ำว่า ในฐานะกรรมาธิการฯ จะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาข่มขืน ที่จะต้องมีทั้งการป้องปรามและสนับสนุนไปพร้อม ๆ กัน ที่สำคัญสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก อีกสักระยะก็จะยอมรับกันได้ เพราะการไม่ยอมรับคือการไม่แก้ไขปัญหา การยอมรับว่ามันมีและหาทางแก้ไขจะสามารถแก้ไขปัญหาในอนาคตได้

เปิดใจสาวไทย ต้องมาขายบริการในญี่ปุ่น เพื่อปลดหนี้ที่พ่อแม่สร้าง ชีวิตพังป่นปี้

เป็นโพสต์ทีได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊ก ธนากร ใจสุขสกุลดี ซึ่งให้การช่วยเหลือคนไทยในญี่ปุ่นอยู่บ่อยครั้ง โดยครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือสาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งมีเบื้องหลังชีวิตแสนเศร้า โดยสาวไทยรายดังกล่าวอายุเพียง 26 ปี ต้องเดินทางมาขายตัวที่ประเทศญี่ปุ่น โดยเธอเล่าเรื่องราวผ่าน คุณธนากร กล่าว เธอเดินทางมาจากจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือ เพราะพ่อแม่ติดหนี้เป็นล้านเพราะดาวน์รถยนต์คันใหม่เอี่ยมให้น้องชาย พ่อแม่กดดันให้ลูกสาวไปทำงานหาเงินมาผ่อนรถยนต์และปลดหนี้ให้พ่อแม่ น้องจึงตัดสินใจเดินทางมาขายตัวกับนายหน้าเถื่อนคนไทยในญี่ปุ่น นายหน้าพามาญี่ปุ่นต้นปีที่แล้วและพาเธอไปลงทำงานที่ซ่องแห่งหนึ่งแถวๆเขตโยโกฮาม่า นายหน้าบอกว่าเธอต้องทำงานใช้หนี้ประมาณเกือบหกแสนบาท เธอก้มหน้าทำงานรับแขกอยู่นาน 6 เดือนจึงหมดหนี้กับนายหน้า หลังจากนั้นเธอโดนนายหน้าลอยแพ ร่อนเรไปทำงานอีกแห่ง ได้รับเงินส่วนแบ่งครั้งละ 5 พันเยน หรือ 1,200 บาท ได้เท่าไหร่ส่งให้ที่บ้านหมด ทำงานได้ 6 เดือนก็ไม่ไหวจำต้องเข้ามอบตัว คุณธนากร ระบุว่า “ผมถามว่า เคยรับแขกมากที่สุดกี่คน น้องบอกว่าเยอะจนจำไม่ได้ มากที่สุดประมาณวันละ 12-15 คนได้ โอ้ยตาย สงสาร ไม่พังป่นปี้หมดแล้วหรือนั่น ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นเพราะน้องสวยและอายุค่อนข้างน้อยที่สุดนั่นแหละมั้งครับเลยขายดีหน่อย แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วล่ะ น้องบอกอยากกลับบ้าน คิดถึงบ้าน เฮ้อ !! ชีวิตสาวไทยในต่างแดน ชีวิตในต่างประเทศไม่ได้สวยงามเหมือนที่หลายๆคนฝันถึงหรอกนะครับ”