ผอ.โรงเรียนบ้านท่าใหม่ ยังหนีหน้าขอลากิจต่ออีก 5 วัน หลังสอบแล้วมีมูลความผิด ทุจริตงบอาหารกลางวันเด็ก

ยังเป็นประเด็นกันต่อเนื่องกับเรื่องโกงเงินค่าอาหารกลางวันเด็กนักเรียน นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เข้ารายงานตัวหลังครบกำหนดลากิจ 5 วัน ขอยื่นลากิจต่ออีก 5 วันตามสิทธิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต 2 สรุปสำนวนให้ออกจากราชการยื่นศึกษาธิการจังหวัดพิจารณา จากกรณีมีผู้เผยแพร่คลิป โรงเรียนบ้านท่าใหม่ ม.17 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ให้เด็กนักเรียนอนุบาลกิน “ขนมจีนคลุกน้ำปลา” ในถาดหลุม พร้อมเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง ต่อมาได้มีคำสั่งย้ายนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ออกจากพื้นที่ ไปช่วยราชการประจำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สุราษฎร์ธานี เขต2(สพป.สฎ เขต 2 ) ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.61 เป็นต้นมา ต่อมาคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนให้ตรวจสอบความผิดของ ผอ.โรงเรียนจำนวน 10 ข้อ ซึ่งผลสรุปชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรงจำนวน 5 ข้อ 1.เรื่องโครงการอาหารกลางวันไม่ได้คุณภาพ “ขนมจีนคลุกน้ำปลา” 2.ทุจริตโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตภายในโรงเรียน 3.ขายน้ำอัดลมให้เด็ก 4.ขายปาล์มน้ำมันโรงเรียนนำเงินไปใช้ส่วนตัว 5.ทุจริตโครงการปักเสาไฟฟ้ามีโทษปลดออกหรือไล่ออกจากราชการตามที่เสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่องนั้น ล่าสุด นายสมเชาว์ […]

ปปช.สอบปากคำพยานแวดล้อม พร้อมตรวจหลักฐานเอกสาร พบเบิกงบ 5000 แต่ใช้จริงแค่ 3000 ต่อวัน

วันที่ 12 มิ.ย. นายพล ศรัทโธ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ ปปช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี กำลังเร่งรวบรวมและสรุปสำนวนการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการจัดอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน โรงเรียนบ้านท่าใหม่ ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ โดยคาดว่าจะให้แล้วเสร็จ และส่งสำนวนให้คณะกรรมการปปช. พิจารณาได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยไม่ต้องรอการสอบสวนปากคำผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางปปช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ประสานทางวาจาไปยังต้นสังกัดให้ นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านท่าใหม่ เข้าชี้แจงต่อปปช. แต่ไม่มีการตอบรับเราจึงไม่จำเป็นต้องรอสำนวนในส่วนนี้อีก นายพล กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีเรื่องร้องเรียนอื่นๆ ซึ่งผลการสืบสวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการต้นสังกัดของผู้อำนวยการคนดังกล่าว ซึ่งทราบว่า เบื้องต้นพบเป็นความผิดวินัยร้ายแรงอีก 4 เรื่อง นอกเหนือจากเรื่องการจัดอาหารกลางวัน เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานต้นสังกัดหรือโรงเรียนในฐานะนิติบุคคลที่จะต้องมีหน้าที่แจ้งความร้องทุกข์ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ 2 ทางคือ 1.แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนพื้นที่เพื่อพิจารณาส่งสำนวนให้กับปปช. หรือ ผู้เสียหายโดยตรงสามารถเข้าร้องเรียนต่อปปช.ประจำจังหวัด เพื่อให้ดำเนินการเข้าตรวจสอบและดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า ในการสอบสวนปากคำพยานของบุคคลที่เกี่ยวข้อง และการรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารในการจัดการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านท่าใหม่ต่อไปในทางทุจริต เนื่องจากพยานหลักฐานที่ได้เกี่ยวกับเอกสารไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในการสอบปากคำบุคคลเกี่ยวข้องและพยานแวดล้อม โดยเฉพาะในปีการศึกษา 2561 ที่เพิ่งดำเนินการมาพบว่ามีเอกสารการเบิกจ่ายเงินค่าอาหารวันละกว่า 5,000 บาท แต่เมื่อมีการตรวจสอบกลับพบว่ามีการใช้เงินในโครงการอาหารกลางวันสำหรับเด็กเพียงวันละ 3,000  บาทเท่านั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่ามีเงินจำนวนหนึ่งถูกเบียดบังออกไปจริง