รพ.ศิริราช เปิดจอง “ไฟเซอร์” สำหรับคนท้อง-ผู้ป่วยเด็ก

รพ.ศิริราช เปิดให้จองฉีดไฟเซอร์ สำหรับคนท้อง – ผู้ป่วยเด็กกลุ่ม 7 โรคเสี่ยง ผ่านแอปฯ Siriraj Connect เที่ยงพรุ่งนี้ วันที่ 19 ส.ค. 2564 โรงพยาบาลศิริราชเปิดให้จองฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ Pfizer สำหรับสตรีมีครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และ ผู้ป่วยเด็กอายุตั้งแต่ 12-18 ปี ที่มีโรคในกลุ่ม 7 โรคกลุ่มเสี่ยง ข่าวที่เกี่ยวข้อง โมเมนต์สุดซึ้ง หนึ่งกำลังใจดี ๆ บุคลากรแพทย์ศิริราช ยกเค้กเซอร์ไพรส์วันเกิดผู้ป่วย “โควิด-19” เข็มสองไม่เอาแล้ว!! หมอศิริราช วอนรัฐบาลสื่อสารความจริงกับประชาชน ศิริราช ปิดห้องตรวจเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ชั่วคราว หลังบุคลากรติดเชื้อโควิด โดยสตรีมีครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไปและผู้ป่วยเด็กที่เป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลศิริราชและมีรายชื่อในรายชื่อผู้เป็นโรคใน 7 โรคกลุ่มเสี่ยง ที่ได้รับการส่งรายชื่อเข้าระบบของกระทรวงสาธารณสุข สามารถเข้าจองวันและเวลารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท Pfizer ผ่านแอปพลิเคชัน Siriraj Connect ตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. 2564 เวลา 12.00 น. ถึง 28 ส.ค. 2564 เวลา 16.00 น. หรือจนกว่ามีการจองครบตามจำนวนที่กำหนด อาจมีการเปิดคิวจองเพิ่มเติมกรณีที่โรงพยาบาลศิริราช ได้รับวัคซีนเพิ่มภายหลังซึ่งท่านต้องเข้าระบบเพื่อตรวจสอบเป็นระยะๆ ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ฉีดวัคซีนสามารถเข้ารับบริการฉีดระหว่างวันที่ 26-29 ส.ค. 2564 เวลา 9.00-15.00 น. ณ หอประชุมราชแพทยาลัย โรงพยาบาลศิริราช โดยนำหลักฐาน บัตรประจำตัวประชาชน / สำเนาสูติบัตร / สำเนาทะเบียนบ้าน, หลักฐานการฝากครรภ์ (สำหรับสตรีมีครรภ์) ผู้มีอำนาจลงนามเพื่ออนุญาตการฉีดวัคซีน (สำหรับผู้ป่วยเด็ก) สำหรับผู้ที่ได้รับการติดต่อจากภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อนัดหมายให้มารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของบริษัท Pfizer แล้วขอความกรุณาไม่จองวัคซีนในระบบ Siriraj connect นี้อีก เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนผิดพลาดอันอาจทำให้ท่านไม่ได้รับวัคซีนครั้งนี้

‘ศิริราช’ เผยหญิงจีนถุยน้ำลายป่วน ยังรอผลแลป คาดไม่น่าติดโควิด

ผอ.รพ.ศิริราช ระบุ ยังรอผลแลปหญิงชาวจีนถ่มน้ำลายที่หัวลำโพง พบมีอาการทางจิต คาดไม่น่าติดเชื้อโควิด-19 เพราะอาการยังไม่เข้าข่าย และจากประวัติไม่พบเข้าออกประเทศใน 1 เดือน จากกรณีหญิงชาวจีนนั่งรถไฟมาที่หัวลำโพง เเล้วมีการถ่มน้ำลายใส่เจ้าหน้าที่ จึงถูกคุมตัวส่งมาตรวจที่โรงพยาบาลศิริราช รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการ รพ.ศิริราช จะชี้แจงว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 23.00 น. ของวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งตำรวจท่องเที่ยวนำ หญิงชาวจีน อายุ 33 ปี มาส่งที่โรงพยาบาลศิริราช หลังพบมีอาการไข้และไอมาไม่ต่ำกว่า 3 สัปดาห์ ทำให้มีคนสงสัยว่าเป็นโควิด-19หรือไม่ ซึ่งทันทีที่ได้รับตัวหญิงชาวจีนรายนี้มา พบว่าไม่ให้ความร่วมมือและโวยวายมาก จึงต้องใช้ยาระงับสติอารมณ์ ก่อนจะนำตัวส่งตรวจโควิด-19 ได้เมื่อเช้าที่ผ่านมา รศ.นพ.วิศิษฎ์ กล่าวต่อว่าเบื้องต้นจากการประเมิน หญิงชาวจีนดังกล่าว มีอาการเครียดตลอดเวลา รวมถึงคาดว่ามีอาการทางจิตที่ไม่ปกติแพทย์จึงได้ทำการการตรวจหาเชื้อ เเล้วกักตัวไว้ในห้องเเยกโรค โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอผลตรวจจากห้องเเลปยืนยัน ผอ.รพ.ศิริราช กล่าวต่อไปว่าเบื้องต้นคาดว่า ไม่น่าจะเป็นผู้ติดเชื้อ เพราะไม่มีอาการที่เข้าข่าย เเม้จะมีไข้มา 3 สัปดาห์ เเต่เป็นลักษณะของไข้หวัดธรรมดา อีกทั้งจากการตรวจสอบประวัติ ก็ไม่พบการเดินทางออกต่างประเทศกว่า 1 เดือนเเล้ว แต่ต้องตรวจความความชัดเจนประวัติกับตำรวจอีกครั้ง ส่วนในเรื่องการพูดคุย ยังไม่ต้องใช้ล่าม เนื่องจากหญิงชาวจีนรายนี้ สามารถพูดภาษาอังกฤษได้บ้างรศ.นพ.วิศิษฎ์ กล่าวทิ้งท้ายว่าทั้งนี้ ถ้าหากพบว่า หญิงชาวจีนดังกล่าวไม่ติดเชื้อ ก็จะจักษาตามอาการทั่วไปแต่หากพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ก็จะต้องทำการสอบสวนโรคต่อไป สำหรับหญิงชาวจีนได้ดังกล่าว นั่งรถไฟจากจังหวัดสระบุรีมาที่กรุงเทพฯ เพียงลำพัง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีญาติเข้ามาติดต่อ  

คณะแพทย์โรงพยาบาลศิริราชเผย พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ

วันที่ 6 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 11.20 น.ของวันเดียวกันนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (กห.) ได้รีบออกจากทำเนียบรัฐบาลและเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราช หลังจากที่คณะแพทย์ซึ่งรักษาอาการป่วยของ พ.อ.ประพัฒน์ จันทร์โอชา บิดา ซึ่งรักษาอาการป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ และมีอาการสมองเสื่อม มีสติสัมปชัญญะไม่ครบถ้วนมาก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลานานพอสมควร ทั้งนี้ รายงานข่าวจากคนใกล้ชิดเปิดเผยว่าในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พ.อ.ประพัฒน์ ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ สิริรวมอายุ 97 ปี ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่าจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในเวลา 17.00 น.ของวันที่ 8 มกราคม ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร

พยาธิไส้เดือน เป็นปรสิต อาศัยอยู่ในทางเดินอาหารของคน

คณะแพทย์โรงพยาบาลศิริราช ผ่าตัดลำไส้ใหญ่ของผู้ป่วยรายหนึ่ง เพื่อนำพยาธิไส้เดือนออกจากลำไส้ใหญ่ คณะแพทย์พบว่าพยาธิที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ของผู้ป่วยรายนี้ ได้กลายเป็นแบบโตเต็มวัยและมีนํ้าหนักมากกว่า 1 กิโลกรัม พยาธิไส้เดือน (Ascaris lumbricoides) มีลักษณะเป็นพยาธิตัวกลม ขนาดใหญ่ลักษณะคล้ายไส้เดือนดิน ตัวผู้โตเต็มวัยจะมีขนาดยาวประมาณ 15-30 เซนติเมตร ตัวเมียโตเต็มวัยจะมีขนาดยาวประมาณ 25-35 เซนติเมตร ตัวแก่จะมีอายุประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี พยาธิไส้เดือน เป็นปรสิต อาศัยอยู่ในทางเดินอาหารของคน โดยคนเป็นตัวให้อาศัย หรือ โฮสต์ ซึ่งตัวและไข่ของมันจะปะปนออกมากับอุจจาระ คนติดพยาธิไส้เดือนได้ โดยการรับประทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ หรือ ดื่มน้ำที่มีไข่พยาธิปะปนอยู่ โดยเฉพาะน้ำที่ไม่ได้ต้มสุก หรือ อาหารที่ไม่สะอาด ไข่ที่ไม่ถูกผสมจะไม่ติดต่อเพราะไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวได้ จะติดต่อเฉพาะไข่ที่ถูกผสมแล้วเท่านั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่ของโรคพยาธิไส้เดือนจะอยู่ในประเทศเขตร้อน พบได้ทุกเพศและทุกวัย แต่มักพบได้บ่อยในเด็กวัยเรียน เพราะเป็นวัยชอบเล่นสิ่งสกปรก ตัวแก่ของพยาธิไส้เดือน จะอยู่ในลำไส้เล็กของมนุษย์ จากนั้นจะผสมพันธุ์ออกไข่ปนออกมากับอุจจาระ โดยตัวเมีย 1 ตัวสามารถออกไข่ได้ถึง 200,000 ฟองต่อวัน ไข่จะออกมากับอุจจาระ ทำให้สามารถตรวจพบได้ในอุจจาระของผู้ป่วย ไข่ที่ผสมแล้วจะเจริญเป็นตัวอ่อนภาย ในเวลา 10-21 วัน และเป็นระยะติดต่อ ถ้าผู้ป่วยไม่ได้ถ่ายอุจจาระลงส้วม ไข่จะอยู่ในดินหรือปะ ปนอยู่ในน้ำ ถ้ามีคนอื่นดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่มีไข่พยาธิที่ถูกผสมแล้วเข้าไป เปลือกไข่พยาธิจะไปแตกในลำไส้ หลังจากนั้นตัวอ่อนของพยาธิที่ออกมาจากไข่ จะไชออกจากผนังลำ ไส้ เข้าสู่กระแสเลือด เลือดจะพาตัวอ่อนไปผ่านปอด ซึ่งตัวอ่อนจะเจริญเป็นตัวแก่ในปอดโดยใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน จากนั้นตัวพยาธิจะออกมากับเสมหะ ซึ่งจะถูกกลืนเข้าหลอดอาหารลงสู่ลำไส้ เจริญเติบโตกลายเป็นตัวแก่เต็มที่ต่อไป – อาการของโรคพยาธิไส้เดือนเป็นอย่างไร – 1. อาการที่เกิดจากพยาธิตัวอ่อนเดินทางผ่านปอดได้แก่ ไอ แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย มีไข้คล้ายปอดอักเสบ ตรวจเสมหะอาจพบตัวอ่อนปนออกมาได้ (มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์) บางครั้งอาจมีอาการลมพิษเกิดด้วย อาการดังกล่าว จะเกิดหลังได้รับไข่ประมาณ 4 -16 วัน บางคนอาจนานถึง 3 สัปดาห์ 2. อาการที่เกิดจากพยาธิตัวแก่ในลำไส้เล็กได้แก่ อาการขาดอาหารโดยเฉพาะในเด็ก ผอมผิดปกติ ท้องใหญ่ ปวดท้องบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน ถ้ามีพยาธิจำนวนมาก อาจจะพันกันเป็นก้อนจนเกิดลำไส้อุดตันได้ (ปวดท้องมาก และไม่ผายลม จนเป็นสาเหตุต้องไปโรงพยาบาล) บางครั้งพยาธิจะไชไปอุดท่อน้ำดี เกิดอาการตัวเหลืองตาเหลืองหรือดีซ่านได้ บางครั้งพยาธิจะย้อนกลับมาที่หลอดอาหารและเข้าไปในหลอดลม เกิดหลอดลมอุดตันเฉียบพลันได้ และที่พบได้บ้างไม่บ่อยนัก คือ พยาธิไชทะลุผนังลำไส้ ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดออกในลำไส้ หรือ ลำไส้ทะลุได้ (ผู้ป่วยมีอาการซีด ปวดท้องมาก และอาจมีไข้สูงจากเยื่อบุช่องท้องอักเสบ) – ป้องกันโรคพยาธิไส้เดือนอย่างไร – 1. งดกินอาหารอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ 2. ถ่ายอุจจาระในส้วมที่ถูกสุขลักษณะเสมอ อย่าถ่ายอุจจาระลงแม่น้ำลำคลอง อย่าถ่ายอุจจาระลงพื้นดิน 3. ล้างมือให้สะอาด ฟอกสบู่ก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง เพื่อกำจัดไข่พยาธิที่อาจติด ตามมือและนิ้ว 4. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง โดยฟอกสบู่หลังจากถ่ายอุจจาระทุกครั้ง เพื่อกำจัดไข่พยาธิที่อาจติดมือไปแพร่ให้ผู้อื่นได้ 5. ล้างมือเด็กบ่อยๆ เพราะเด็กชอบดูดมือและนิ้ว ถ้ามือเด็กสกปรก อาจมีไข่พยาธิเข้าปากได้ 6. ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำที่ผ่านการกรองอย่างถูกต้อง เพื่อกำจัดไข่พยาธิที่อาจปนเปื้อนอยู่ในน้ำได้ 7. ล้างผัก ผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทานเสมอ เพราะในผักผลไม้สดอาจมีไข่พยาธิปะ ปนมาได้ เพราะสวนผัก ผลไม้บางแห่งอาจใช้อุจจาระเป็นปุ๋ย 8.สำหรับผู้ทำอาหาร หรือ เตรียมอาหารต้องล้างมือฟอกสบู่ก่อนทำอาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันไข่พยาธิปะปนลงไปในอาหาร 9. ถ้าเดินทางไปประเทศที่การสาธารณสุขยังไม่ดี ต้องระมัดระวังเรื่องการดื่มน้ำและอา หารเป็นพิเศษ 10. ไม่นำอุจจาระมาเป็นปุ๋ยรดผัก

รพ.ศิริราชจัดกิจกรรม 1 ปีผ่านไป อยากบอกอะไรแด่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลศิริราชได้จัดกิจกรรม “1 ปีผ่านไป อยากบอกอะไรแด่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9” เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเขียนความในใจที่มีต่อพระองค์ท่าน ลงบนไปรษณียบัตร ส่งไปยัง ตู้ ปณ.999 ปณฝ.ศิริราช กท.10702 ปิดรับไปรษณียบัตรในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ซึ่งข้อความทั้งหมดจะเก็บบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ แทนความทรงจำอันยิ่งใหญ่ที่ชาวไทยทุกคนมีร่วมกัน ขณะเดียวกัน ได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ 2 ชุด ให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายประกอบด้วย นิทรรศการ “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ณ พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน จัดแสดงภาพพระราชกรณียกิจทั้ง 4 ภาค ที่หาชมได้ยาก ผ่านซุ้มสัญลักษณ์ขนาดใหญ่ และวีดิทัศน์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจนานัปการ ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคมถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2560 เวลา 10.00-17.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน โดยจะปิดทำการวันอังคาร วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันที่ 25-27 ตุลาคม 2560 นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ “นบพระภูบาลสู่แดนสรวง” เปิดให้เข้าชมระหว่างระหว่างนี้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ที่ศาลาศิริราช 100 ปี นำเสนอเรื่องราว 3 ส่วน ได้แก่ 1.นวมินทร์มหาราชปวัติ 2.กรณียพัฒน์เพื่อประชาไทย และ 3.น้อมดวงใจสืบสานราชปณิธาน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตลอดระยะเวลา 70 ปี 4 เดือน ที่ทรงครองราชย์ ผ่านเทคโนโลยีเออาร์ โปรเจคชั่น แมปปิ้ง และจอแอลอีดีขนาดใหญ่ ที่มา – มติชน