สาวไทยร่ำไห้ วอนเพจดังช่วยพากลับบ้าน หลังถูกหลอกไปทำแบบนี้ (มีคลิป)

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “อีซ้อขยี้ข่าว2” โพสต์คลิป พร้อมข้อความระบุว่า “วัยรุ่นสาวคนนึงอัดคลิปขอความช่วยเหลือหลังถูกหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศดูไบโดยติดต่อจากคนรู้จักเพื่อให้ไปอยู่ร้านนวดแต่เมื่อไปถึงกลับถูกบังคับให้ตัวเธอขายบริการ ตอนนี้น้องต้องการเดินทางกลับไทยแต่ทางนายจ้างได้ยึดพาสปอร์ตและบอกให้เธอชดใช้เงินที่ติดค้างไว้ให้ครบ ซึ่งตัวเธอไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากใครที่โน้นได้เลยเพราะไม่สามารถสื่อภาษาได้ ขอหน่วยงานสถานฑูตและสื่อช่วยตรวจสอบเรื่องนี้เพื่อจะได้ช่วยเหลือน้องต่อไป” ข่าวที่เกี่ยวข้อง คุณแม่พิการขา วอนช่วยลูกสาว ถูกบังคับค้ากามที่บาห์เรน ถ้าไม่ได้กลับตายแน่ ดีเอสไอ! บุกจับนายหน้าลวงสาวไทยค้ากามต่างแดน โดยคลิปดังกล่าวเป็นหญิงสาวร้องไห้ระบายความรู้สึก ต้องการความช่วยเหลือหลังเดินทางไปทำงานนวดที่ประเทศดูไบ เพื่อต้องการหาเงินดูแลครอบครัว ลูก กับแม่ ให้ได้มีความเป็นอยู่ที่สบายขึ้น แต่กลับถูกยึดเอกสารการเดินทางแล้วบังคับให้ขายบริการ จึงติดต่อมาทางเพจดังกล่าว โดยทางเพจมีการนำบทสนทนาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงมาโพสต์ต่อในคอมเมนต์ พร้อมให้แฟนเพจช่วยกันแชร์และหาทางช่วยเหลือ โดยมีผู้เข้ามาคอมเมนท์ให้กำลังใจและแนะนำวิธีขอความช่วยเหลือพร้อมแชร์กันออกไปจำนวนมาก

พลาดเพราะโลภ แม่ค้าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หลอกยืมเงิน 39 ล้าน อ้างจะใช้คืนให้ 5,000 ล้าน

วันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า นางอาภา อายุ 48 ปี แม่ค้าร้านชำ ชาว จ.กาฬสินธุ์ เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ยางตลาด พร้อมนำหลักฐานเป็นเอกสารกว่า 200 หน้า สลิปการโอนเงิน รูปถ่าย และคลิปเสียง เพื่อแจ้งความเอาผิดคู่กรณี หลังถูกหลอกให้โอนเงินหลายครั้ง ระหว่างปี 2558 – 2560 มูลค่ากว่า 39 ล้านบาท นางอาภา เปิดเผยว่า ตนมีเงินเก็บจากการไปทำงานต่างประเทศอยู่จำนวนหนึ่ง ก่อนจะย้ายกลับมาเปิดร้านขายของชำที่บ้าน ตนได้รู้จักกับ 2 สามีภรรยาคู่หนึ่ง อ้างว่ารู้จักกับครูที่เคยสอนตน ก่อนทั้งคู่จะแนะนำให้รู้จักกับสองสามีภรรยาชาวมหาสารคาม อีกคู่หนึ่ง ซึ่งเป็นคนนามสกุลดัง มีชื่อเสียงในจังหวัด ทั้งนี้ นางอำภาเผยว่า เมื่อเดือนเมษายน 2558 คู่สามีภรรย าชาว จ.มหาสารคาม ได้ติดต่อมาขอยืมเงินกับตนจำนวน 180,000 บาท เพื่อนำเงินนี้ไปวิ่งเต้นถอนอายัดบัญชีเงินฝากที่ถูกธนาคารอายัดเอาไว้ และจะนำเงิน 180,000 บาท มาคืนใน 7 วัน แต่พอถึงเวลาที่จะคืนเงิน กลับไม่มีคืนให้ สามีภรรยาคู่นี้กล่าวกับนางอำภาว่า บัญชีธนาคารที่ถูกอายัดนั้น มีเงินกว่า 10,000 ล้านบาท หากต้องการเอาเงินออกมาก็ต้องใช้เงินอีก 380,000 เพื่อนำไปวิ่งเต้นกับ ปปง. เพราะเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ และจะคืนเงินให้ 2,500 ล้านบาท ถ้าบัญชีกลับมาเป็นปกติ อีกทั้งยังมีการ อ้างว่าตัวสามีเป็นลูกเลี้ยงของเศรษฐีชาวลำปาง ทางครอบครัวมีเงินอยู่เยอะมาก แต่โดนอายัดเอาไว้ ตนจึงหลงเชื่อและเบิกเงินไปให้ จากนั้น ตั้งแต่เดือนเมษายน 2558 ถึงปี 2560 สองสามีภรรยาก็มายืมเงินอีกเรื่อย ๆ เฉลี่ยครั้งละ 400,000 บาท ถึง 1 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่า 39 ล้านบาท และยังอ้างว่าจะคืนเงินให้มากกว่าเดิม จากที่จะมีส่วนแบ่งให้ 2,500 ล้านบาท จะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท ตนหลงเชื่อจึงนำโฉนดที่ดินทั้งของตัวเองและญาติพี่น้องไปเข้าธนาคาร เพื่อนำมาให้สองสามีภรรยาคู่นี้ยืมเอง นางอาภา กล่าวว่า ที่เพิ่งมาแจ้งความทั้งที่เหตุเกิดมานาน 4 ปีแล้ว เพราะหวังว่าจะได้เงิน 5,000 ล้านบาท หรืออย่างน้อยก็ได้เงิน 39 ล้านคืนก็ยังดี แต่ก็ยังไม่ได้สักบาท จนอีกฝ่ายถูกออกหมายจับ จึงรู้ตัวแล้วว่าถูกหลอก และเดินทางเข้าแจ้งความดังกล่ าว สาวอึ้ง! เพื่อนขอยืมเงินเลยจะให้ยืม พอเห็นรูปถึงกับเงิบ สาวเอะใจ จู่ๆ เพื่อนสนิททักมาขอยืมเงิน ตัดสินใจโทรหาจึงรู้ความจริง !!

หนุ่มคลั่งรัก ในโลอกออนไลน์ โอนเงินให้เกือบ 7 ล้าน สุดท้ายรู้ความจริง

อีกหนึ่งเรื่องราวอุทาหรณ์ที่อยากจะมาเตือนทั้งชายหญิง เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาโดยทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศได้มีการนำเสนอเหตุการณ์เกิดขึ้นเขตมินหัง ชานเมืองของเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ชายหนุ่มชาวจีนได้เผยว่าเมื่อ 7 ปีก่อนเขาได้เจอหญิงสาวรายหนึ่งในเกมออนไลน์ จากนั้นก็ได้คุยกัน ก่อนจะตกลงคบหาเป็นแฟนกัน ซึ่งตอนนั้นหญิงสาวได้บอกไปเรียนอยู่ต่างประเทศ เลยไม่เคยโทรคุยกัน แต่ได้พิมพ์ข้อความส่งหากันไปมา และตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เขากับแฟนไม่เคยเจอกันเลยแต่เขาก็ให้เงินเธอไปเรื่อย ๆ เวลาที่เธอขอเขาก็โอนให้ทันที รวมแล้วที่ผ่านมาประมาณ 1.3 ล้านหยวน หรือราว 6.8 ล้านบาท จนต่อมาเขาได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพราะคิดตนเองถูกหลอก สุดท้ายตำรวจได้ตามตัวเจอปรากฏว่า หญิงสาวที่เขาคุยด้วยไม่มีอยู่จริง แต่กับเป็นผู้ชาย และรูปภาพที่ใช้นั้นก็เป็นรูปของภรรยาของเขา ซึ่งแต่งงานและมีลูกด้วยกันแล้ว 1 คน ซึ่งชายคนดังกล่าวได้สารภาพว่าว่าเป็นผู้ที่ทำจริง เนื่องจากต้องการเงินไปจ่ายหนี้พนัน นั้นเอง อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ตั้งวงเล่นการพนัน ไม่สนโควิดระบาด ตำรวจบุกจับเครือข่ายการพนันออนไลน์ ย่านลาดปลาเค้า       ขอบคุณภาพและข้อมูล

โอ้!! “น้องวรรณนา” หลอกพี่ด้วยรูปโปร “เจนนี่ Blackpink” เชิดเงินหนี 7,000 บาท

หนุ่มใหญ่โอด โดนน้องวรรณนาหลอกเงินพี่ไป 7,000 บาท ล่าสุด เมื่อเหล่าเพจดังแห่แชร์เรื่องราวของเฟซบุ๊กหนุ่มใหญ่รายหนึ่ง ที่ได้โพสต์ว่าตนถูกสาวที่กิ๊กกั๊กกันมา 6 เดือนผ่านการคุยในเฟสบุ๊ค หลอกยืมเงินไปกว่า 7,000 บาท ให้โอนเงินผ่านบัญชีชื่อ ลัดดาวัลย์ ภู่ทอง โดยน้องวรรณนาสุดแสบใช้รูปของนักร้องเกาหลีชื่อดัง เจนนี่ BLACKPINK มาแอบอ้าง ซึ่งแน่นอนว่าหนุ่มใหญ่คนนี้ไม่รู้จักวงดังกล่าว     นอกจากนี้เจ้าตัวยังโพสต์ว่าตนได้ไปแจ้งความแล้ว และได้ทราบแล้วว่าอีกฝ่ายที่โดนเอารูปมาใช้คือนักร้องดัง ทั้งยังบอกอีกว่าไม่อยากให้ชาวเน็ตแชร์เพราะกลัวภรรยาจะรู้ว่าแอบมีกิ๊ก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันแล้ว เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมงเรื่องดังกล่าวถูกแชร์ว่อนโซเชียล หลายคนเข้ามาแสดงความเห็นใจ หลายคนเข้ามาขำความซื่อของเจ้าของเรื่องที่ไม่รู้จักสาวเจนนี่ บางคนก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่านี่เป็นการโพสต์ปั่นเพื่อความสนุกของเจ้าของโพสต์ และบางส่วนบอกว่า หากจะคบเจนนี่ต้องต่อคิวอีก 40 ล้านคนนะ  

เตือนภัย สาวใช้แอพหาคู่ เจอคนหลอกเอาทองไปจากคอ ก่อนหลอกพาไปทิ้งที่ห้องน้ำปั๊ม

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุหญิงสาวถูกหลอกพามาทิ้ง แล้วถูกขโมยสร้อยคอทองคำภายในปั้มน้ำมัน หมู่ 3 ต.หนองรี อ.เมือง จึงรีบรุดไปตรวจสอบ พบ น.ส.สวย (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ชาวลาว ยืนอยู่หน้าห้องน้ำ และพาไปชี้จุดที่รถกระบะพามาปล่อยทิ้งไว้บริเวณหน้าห้องน้ำหญิง น.ส.สวย เล่าว่า ตนได้เล่นแอปพลิเคชันหาคู่ และได้คุยกับชายคนหนึง อายุ 31 ปี จากการพูดคุยด้วยฝ่ายชายดูมีความเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ จึงตัดสินใจคุยมาเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 3 ที่ฝ่ายชายนัดมาเดท และพบหน้ากันครั้งแรกที่ทะเล ฝ่ายชายได้ขับรถกระบะไปรับตนมาจาก อ.บ้านบึง พอขึ้นรถฝ่ายชายเห็นสร้อยทองที่คอจึงถามตนว่าน้ำหนักเท่าไหร่ ตนตอบว่า 2 สลึง ก่อนที่ฝ่ายชายจะบอกว่าขอเพื่อจะนำไปเพิ่มให้ ด้วยความเชื่อใจตนจึงถอดให้ น.ส.เอ เล่าต่อว่า ต่อมาฝ่าชายขับรถเลี้ยวเข้าปั๊มขอเข้าห้องน้ำ พร้อมถามตนว่าจะเข้าห้องน้ำด้วยไหม ตนเลยลงไปเข้าห้องน้ำด้วย แต่เมื่อออกจากห้องน้ำมากลับไม่เจอรถกระบะฝ่ายชายแล้ว จึงมั่นใจว่าถูกหลอกแน่ ๆ และรีบโทรแจ้งตำรวจทันที ด้านตำรวจเบื้องต้นได้ประสานกับปั๊มน้ำมัน เพื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดหาเบาะแสจากทะเบียนรถ และรูปร่างหน้าตาฝ่ายชาย เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

1 2