อย่าหาทำ ! สั่งไม่ยั้งเหลือเป็นกิโลฯ ก่อนเช็กบิลแล้วชิ่งหนีกลัวโดนปรับ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งในกลุ่มคนรักบุฟเฟต์ (Buffet Lovers) ได้ออกมาระบุว่าตนเองได้ไปกินบุฟเฟ่ต์ ร้านบาร์บีคิว พลาซ่า ที่สาขาบิ๊กซีสุขสวัสดิ์ แต่กลับเจอโต๊ะข้าง ๆ ที่เป็นคู่รักสั่งบุฟเฟ่ต์แบบไม่ยั้ง ทั้ง ๆ ที่กินกัน 2 คน เหมือนสั่งมาเฉย ๆ ซึ่งดูแล้วไม่น่ากินหมดแน่ ๆ ทั้ง ๆ ที่ทางร้านมีกฎว่าถ้ากินเหลือจะปรับขีดละ 50 บาท ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม คดีพลิกอีกรอบ ! ดราม่าบุฟเฟ่ต์ คูปอง 8 ใบ แทนสินน้ำใจที่ลบเมนต์ ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ชื่อดังออกมาชี้แจงดราม่ากับนักรีวิวแล้ว สุดท้ายทั้งคู่ก็กินไม่หมดจริง ๆ ซึ่งสิ่งที่สองคนนี้ทำคือรีบจ่ายเงินแล้วรีบเดินออกจากร้าน ต่อมาพนักงานได้นำของเหลือมาเทรวมใส่ถุงก่อนจะชั่งได้น้ำหนักที่ 1.4 กิโลกรัม ซึ่งถือว่าเยอะมาก เจ้าของเรื่องบอกว่าเห็นใจน้อง ๆ พนักงานเสิร์ฟที่ส่วนใหญ่เป็นพนักงานพาร์ตไทม์ที่อาจจะต้องถูกหักค่าแรงมาจ่ายส่วนต่างที่ลูกค้ากินเหลือแบบนี้ แล้วพนักงานก็ทำอะไรไม่ได้ขอฝากเรื่องการมีจิตสำนึกในการกินบุฟเฟ่ต์ด้วย เจ้าของเรื่องบอกอีกว่า “ที่มาโพสต์อยากให้มองถึงเรื่องจิตสำนึกค่ะ เอาจริง ๆ เวลาไปกินบุฟเฟ่ต์รวมถึงตัวเรา กินเหลือค่ะไม่มีใครหรอกที่กินแบบเกลี้ยงเลย เหลือแบบพอดี ๆ มันก็เป็นปกติค่ะ แต่ที่เห็นวันนี้คือเหลือแบบเยอะมากจริง ๆ ถ้ามีภาพประกอบจะยิ่งตกใจค่ะ ส่วนเรื่องการหักเงินเราถามจากน้อง ๆ มาอีกทีแต่จะหักจริง ๆ มั้ย ข้อมูลตรงนี้เราไม่ทราบค่ะเพราะทางร้านคงมีวิธีจัดการเรื่องนี้อีกทีค่ะ” ต่อมา คุณบุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ผู้บริหารร้านบาร์บีคิว พลาซ่า ได้ออกมาชี้แจงกรณีนโยบายการหักค่าแรงพนักงานผ่าน เฟซบุ๊ก Boonyanuch Boom Boonbumrungsub ระบุว่า ยืนยันว่าบริษัทไม่มีนโยบายเก็บเงินพนักงานฝึกงานในกรณีที่ลูกค้ากินอาหารไม่หมด ส่วนเรื่องนโยบายการเก็บเงินเวลาลูกค้าสั่งมาแล้วทานไม่หมด ขีดละ 50 บาท แทบเทียบไม่ได้เลยกับต้นทุนวัตถุดิบที่แท้จริง อยากให้ช่วยกันสั่งแล้วทานให้หมด คนบางคนไม่มีจะกิน เรากินเหลือมันน่าเสียดายมาก ๆ และขอขอบคุณลูกค้าที่ออกมาโพสต์เพราะเสียดายอาหารและสงสารพนักงาน แต่ขอยืนยันว่าทางบริษัทไม่มีนโยบายเก็บเงินจากพนักงาน

คราวซวย! ร้านอาหารไทยในสิงคโปร์ โดนปรับเงินเป็นล้าน เพราะขายเลือดหมู

สำนักงานอาหารสิงคโปร์ (เอสอีเอ) ออกแถลงการณ์ว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านอาหารไทยร้านหนึ่งที่อาคาร โกลเดน ไมล์ ทาวเวอร์ เมื่อ 14 พ.ค.หลังได้รับแจ้งเบาะแส  พบอาหารประกอบจากเลือดหมูภายในร้าน และยึดเลือดหมูที่ยังไม่ได้เปิดใช้อีกจำนวนหนึ่ง เอสอีเอ ระบุว่าอาหารนำเข้าทุกชนิด จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด และมีใบอนุญาตนำเข้าถูกต้อง  ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีเลือดสัตว์เป็นส่วนประกอบ เช่น เลือดหมู เป็นสิ่งต้องห้ามในสิงคโปร์  เนื่องจากเลือดเป็นแหล่งเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อโรคอื่นๆ นอกจากนี้ กระบวนการผลิตเลือดหมูอย่างไม่ถูกสุขลักษณะยังอาจเป็นบ่อเกิดโรคทางเดินอาหาร  สำนักงานอาหาร แนะนำประชาชนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงร้านอาหารที่ขายผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย และแจ้งเหตุหากพบเห็น การนำเข้าและจำหน่ายอาหารมีเลือดเป็นส่วนประกอบอย่างผิดกฎหมาย ถือเป็นความผิด มีโทษปรับสูงสุด 5 หมื่นดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 1.18 ล้านบาท) และ/หรือจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือทั้งและปรับสำหรับความผิดครั้งแรก หากถูกตัดสินมีความผิดครั้งที่สอง อาจถูกปรับสูงถึง 1 แสนดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2.3 ล้านบาท ) และจำคุก 3 ปี สิงคโปร์แซงหน้านิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่รับมือโควิด-19 ได้ดีที่สุดในโลก “สิงคโปร์” เปิดตัวบริการ ทำความสะอาดบ้าน โดยหนุ่มนักกล้าม หล่อ ล่ำบึ้ก

ชาวเน็ตด่ายับ! สาวจวก ให้ใส่แมสในรถยนต์ไปเพื่อ?

เมื่อวันที่ผ่านมาหลังจาก กทม. ออกประกาศ ให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากนอกนอกเคหะสถาน ชี้แม้ในรถก็ต้องสวมหน้ากาก ถึงจะเป็นครอบครัวเดียวกัน พิธีกรข่าว ก็ต้องใส่อ่านข่าว ยกเว้นให้แค่เด็กเล็กนั่น เมื่อมีบุคคลอื่นร่วมอยู่ในรถด้วยจึงต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ไม่ยกเว้นแม้เป็นครอบครัวเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรคและการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ กรณีนั่งคนเดียวจึงอนุโลมได้ว่าไม่ต้องใส่หน้ากากได้มีสาวมาจวกยับผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “กูขอด่าหน่อยเหอะ อีที่มาบังคับว่าต้องใส่แมสก์เวลาขับรถยนต์นี่เป็นเหี้ยอะไร เหมือนตอนปีที่แล้วที่ออกข่าวมาว่าติดโควิดกันทั้งบ้านเพราะอยู่บ้านไม่ใส่แมสก์อ่ะ ไปคุยเล่นกับแม่มึงนะ ต่อให้กูใส่แมสก์ไปนอนด้วย กูก้ไม่พ้นจากโควิดเหรอกค่ะถ้ามึงไม่มีวัคซีนให้กู โง่” เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เช็คด่วน! จังหวัดไหนที่ไม่สวมหน้ากากปรับ 20,000 บาท เมื่อปลัดอำเภอ และจนท.ปกครอง ลงพื้นที่เจอคนไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ การลงโทษจึงเกิดขึ้น โดยเมื่อหญิงสาวโพสต์ทวิตเตอร์นี้ออกไปชาวเน็ตต่าแสดงความเห็นวิพากษณ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก ต่างบอกว่า “มันก็ควรใส่ที่จะป้องกันไว้เฉยๆ ใส่ป้องกันไว้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เรื่องเล็กๆน้อยแค่นี้ก็ช่วยๆกันไปเถอะอย่าทำให้เรื่องใหย่โตเลย” บ้างก็บอกว่า “เค้าก็เป็นห่วงกลัวติดทั้งครอบครัว เพราะไปทำงานซื้อของข้าวก็ไม่รู้ว่าจะไปติดใครมาไหม อาการมันไม่ได้ออกด้วย” กลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ขณะนี้

โดนแล้ว สั่งปรับ หลัง “บิ๊กตู่” ถอดหน้ากากขณะประชุม ฝ่าฝืนประกาศกทม.

เมื่อเวลา 17.05 น. วันที่ 26 เมษายน 2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์เฟซบุ๊ก กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดหน้ากากอนามัยระหว่างการประชุม โดยข้อความระบุว่า ชาวเน็ตสงสัย “ประยุทธ์” ไม่ใส่หน้ากากอนามัย ต้องถูกปรับไหม?? จับ/ปรับ จริง ผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะขับรถ – เว้นนั่งขับคนเดียว กรณี มีภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดหน้ากากอนามัยระหว่างการประชุมที่ปรึกษาเกี่ยวกับการจัดหาและการกระจายวัคซีน เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 11.00 น. ณ ห้องประชุมสีเขียว ทำเนียบรัฐบาล หลังจากการประชุม นายกรัฐมนตรี ได้แจ้งมายังผม ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ตรวจสอบว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดหรือไม่ ผมจึงได้แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืน ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกเคหสถาน หรือสถานที่พำนัก เป็นความผิดตามมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งความผิดดังกล่าว พนักงานสอบสวนมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ ตามระเบียบคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบ พ.ศ.2563 โดยมีอัตราการเปรียบเทียบปรับตามบัญชีท้ายเป็นจำนวนเงิน 6,000 บาท ต่อมา ผม พร้อมด้วย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต จึงเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้กล่าวหา ในฐานความผิดดังกล่าว นายกรัฐมนตรี ยินยอมให้ทำการเปรียบเทียบปรับ จึงได้ให้พนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ทำการเปรียบเทียบปรับตามอัตราดังกล่าวครับ

สาวโวยเจอฝีหนองในหมูกระทะ แถมโดนปรับกินเหลือ!

สาวโวยเจอฝีหนองในหมูกระทะ แถมโดนปรับกินเหลือ! สาวแชร์ประสบการณ์ หลังไปกินหมูกระทะกับเพื่อน กลับเจอหมูช้ำมีฝีหนอง เธอจึงเลือกที่จะไม่กิน แต่เมื่อเช็กบิลกลับถูกเสียค่าปรับจากทางร้าน หลังโพสต์ถูกแชร์ออกชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก โลกออนไลน์เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ ขอหญิงสาวรายหนึ่งและเพื่อนไปกินหมูกระทะที่ร้านแห่งหนึ่ง ปรากฏว่า เจอเนื้อหมูที่มีฝีหนองหลายชิ้น และเนื้อยังช้ำ จึงแยกออกไว้ไม่รับประทาน แต่เมื่อเช็กบิลกลับถูกเสียค่าปรับจากทางร้าน และเพื่อนต้องจำใจกินเนื้อหมูที่มีฝีหนอง หลังโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไปชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก  มีการตั้งคำถามว่าถ้าไปกินร้านหมูกระทะ แล้วบังเอิญว่าหมูมันเป็นฝี จะฝืนรับประทานหรือไม่  และสมควรโดนทางร้านปรับหรือไม่ เรื่องราวไปยังผู้โพสต์เป็นหญิงอายุ 20 ปี  เล่าว่า ไปกินหมูกระทะแห่งหนึ่งย่านรังสิต กับเพื่อน รวม 5 คน ปกติกเป็นคนชอบอ่านข่าวเกี่ยวกับการสังเกตฝีหนองในเนื้อหมู แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง โดยในเนื้อหมูที่เจอฝีหนอง มีประมาณ 2 ชิ้น และเนื้อหมูชิ้นอื่นเป็นรอยช้ำเลือดหลายชิ้น ทำให้ตนและเพื่อนไม่กล้ากิน เพราะกลัวเป็นโรค จึงแยกชิ้นเนื้อที่มีปัญหาออกใส่จานอื่นไว้ และเลือกกินเนื้อหมูที่กินได้ พอกินเสร็จ ตนและเพื่อนลุกออกจากร้าน พนักงานก็เข้ามาบอกว่าจะเก็บค่าปรับ แม้จะอธิบายกับพนักงานร้านว่าจานที่แยกออกเพราะเนื้อหมูมันช้ำ มีหนอง ก่อนจะเจอสวนกลับมาว่าเนื้อหมูมันก็เป็นแบบนี้แหละ และยืนยันว่าจะเก็บค่าปรับ จนสุดท้ายเพื่อนต้องจำใจกินเนื้อที่ช้ำและมีหนองจนฝืนกินไม่ไหวโดยหลังเกิดเหตุการณ์ เจ้าของร้านหมูกะทะ ได้ติดต่อเข้ามาขอโทษและขอแสดงความรับผิดชอบคืนเงินให้ แต่ขอให้ตนต้องลบโพสต์ เพราะไม่อยากให้ร้านเสียชื่อเสียง แต่ตนยืนยันที่จะไม่ลบโพสต์ เพราะราคาหมูกะทะรวมน้ำดื่ม แค่ 149 บาท แต่สุขภาพสำคัญกว่า สิ่งที่ตนโพสต์เพื่อต้องการเตือนประชาชนที่ชอบกินหมูกะทะ ให้สังเกตและระมัดระวังในการกินทุกครั้ง เพราะเป็นอันตรายกับสุขภาพ ไม่นึกว่าสิ่งโพสต์ไป จะถูกแชร์ออกไปมากขนาดนี้ มีทั้งกระแสด้านดี และด้านลบที่ออกมาต่อว่าเธอ แต่ตนยืนยันว่าในฐานะที่เป็นผู้บริโภค มีสิทธิที่จะได้รับอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ไม่ต้องการทำให้ร้านเสียชื่อเสียง แม้อาหารจะราคาถูก แต่อยากแนะนำให้ร้านหมูกะทะดังกล่าวปรับปรุงคุณภาพในการคัดสรรอาหารมาให้ลูกค้าให้ดีกว่านี้

1 2 3