โควิดสายพันธุ์ผสมระหว่าง “อินเดีย-อังกฤษ”

เวียดนามประกาศพบโควิดสายพันธุ์ใหม่ ลูกผสม! อินเดีย-อังกฤษ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ‘ศบค.’ รายงาน ติดโควิดเพิ่มขึ้นอีก อังกฤษ แถลง พบโควิด 19 สายพันธุ์ไทย ระบาดแล้ว 109 ราย เหวียน แถ่ง ลอง รัฐมนตรีสาธารณสุขเวียดนาม กล่าวว่า เวียดนามตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์ที่พบครั้งแรกในอินเดียกับอังกฤษ สามารถติดต่อกันได้อย่างรวดเร็วผ่านอากาศ เหวียน แถ่ง ลอง กล่าว การจัดลำดับยีนที่ได้จากคนไข้ที่ติดเชื้อรายใหม่กลุ่มหนึ่ง แลพเจ้าหน้าที่พบว่าเป็นสายพันธุ์อินเดีย-อังกฤษ และยังกล่าวอีกว่า เวียดนามจะประกาศเรื่องการค้นพบนี้อีกครั้งในเร็วๆ นี้ และเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่สามารถติดต่อกันได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ที่มาก่อนหน้านี้ เชื่อไวรัสอยู่ๆก็แพร่เชื้อ แถมเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาอันสั้น  

สื่อเกาหลีแฉ สภาพคุกไทยนอนอัดเบียด ดาดเป็นเหตุให้เกิดคลัสเตอร์ใหญ่ในเรือนจำ

วันที่ 17 พ.ค. 2564 ได้มีสื่อชื่อดังของเกาหลี ‘ยอนฮัปนิวส์’  ได้รายงานข่าวสภาพเรือนจำของประเทศไทย ซึ่งมีสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดเบียดเสียด โดยระบุว่านี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด-19 คลัสเตอร์ใหญ่ภายในเรือนจำ โดยได้รายงานว่า ในวันที่ 16 พ.ค.64 ผู้ต้องขังเกือบ 5,000 คน ในประเทศไทย ได้รับการยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 ในเรือนจำไทย ผู้ต้องขัง ถูกบังคับให้เข้านอนติด ๆ กันอย่างแออัด ประมาณ 60-70 คน ในห้อง ยาว 4 กว้าง 10 เมตร หรือ ประมาณ 2 คนต่อ 1 ตารางเมตร ข่าวอื่นเพิ่มเติม เปิด 8 เรือนจำที่พบผู้ต้องขังติดเชื้อโควิด-19 รวมเเล้ว 9,783 ราย ยอดพุ่ง!! นักโทษติดเกือบ 4,000 ล่าสุด นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงถึงข่าวดังกล่าวว่า ภาพที่ปรากฎในสื่อต่างประเทศที่มีการนำเสนอนั้นเป็นภาพเก่าที่เรือนจำ มีความแออัดจริง อย่างไรก็ตามแต่ปัจจุบันได้เบาบางลงแล้ว อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมากว่า “อายประเทศเค้าเนอะ แม้แต่เรือนจำยังน่าอายขนาดนี้” บ้างก็บอกว่า “ตลกที่บอกว่า เบาบางลงแล้ว กล้าพูดเนอะ”

เหมือนตายแล้วเกิดใหม่!! เผยความรู้สึกของผู้ป่วยโควิด ที่มีอาการรุนแรงระดับวิกฤต

เมื่อวันที่ 31 เม.ย. 2564 ได้มีเพจ ‘โรงพยาบาลนครพิงค์’ ได้บอกเล่าถึงปาฎิหาริย์ของอาการป่วยตัวเองที่มีอาการรุนแรงระดับวิกฤต ซึ่งเธอได้บอกว่า “เหมือนตายแล้วเกิดใหม่” โดยโรงพยาบาลนครพิงค์ได้เผยคำบอกเล่าของผู้ป่วยโควิด ที่มีอาการรุนแรงระดับวิกฤต ที่เคยต้องพึ่งพาเครื่องช่วยหายใจมานานหลายวัน จนในวันที่ได้ถอดพันธนาการจากเครื่องพยุงชีวิตต่างๆเหล่านั้น และแข็งแรงพอที่จะบอกเล่าความรู้สึกกับเราได้ เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ชื่นชม! คุณหมอผ่าตัดทำคลอดให้ผู้ป่วยโควิด-19 ปลอดภัยทั้งแม่และลูก ให้กำลังใจ!! คุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ เหนื่อยหนักรับมือโควิด ผู้ป่วยคนแรก เป็นหญิงวัย 58 ปี ส่งตัวจากรพ.ชุมชนมารักษาที่รพ.นครพิงค์ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน บอกกับเราด้วยเสียงที่ยังแหบ เนื่องจากใส่ท่อช่วยหายใจอยู่นาน 6 วัน” ขอบคุณนักๆเจ้า ตี้จ้วยฮื้อป้ารอดชีวิต ขอบคุณหมอพยาบาล อยากบอกกู้คนว่า กินร้อนช้อนกลาง ใส่หน้ากากนะเจ้า” คุณป้าไม่ลืมที่จะเป็นห่วงคนอื่นๆ ผู้ป่วยคนที่ 2 เป็นชายวัย 44 ปี ส่งตัวจากรพ.สนามมารักษาที่รพ.นครพิงค์ ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ได้ใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ 6 วัน อาการค่อยๆทุเลาลง จนถอดท่อช่วยหายใจได้แล้ว ได้บอกกับเราว่า “อาการผมดีขึ้นมาก เหนื่อยนิดเดียวแล้ว ขอบคุณหมอ พยาบาลครับที่ช่วยผมผ่านวิกฤตมาได้ ” ผู้ป่วยทั้ง 2 รายนี้ ได้รักษาตัวในรพ.นครพิงค์ 8 และ 16 วันตามลำดับ จากที่เคยมีอาการระดับวิกฤต (สีแดง) จนในวันนี้อาการลดระดับลงมาเหลือเพียงปานกลาง (สีเหลือง) จึงได้ส่งตัวไปพักฟื้นต่อที่รพ.ชุมชน เพื่อให้รพ.นครพิงค์มีพื้นที่สำหรับดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหนักกว่าต่อไป อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างชื่นชนชมและขอบคุณคุณหมอเป็นจำนวนมากต่างแสดงความเห็นว่า”เป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยทุกๆคนค่ะ ขอบคุณคุณหมอ คุณพยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกๆคนค่ะ ขอให้ทุกคนปลอดภัยค่ะ” บ้างก็บอกว่า “เป็นจังหวัดที่ รักษาผู้ป่วยเป็นระบบระเบียบมาก น่าชื่นชม ส่วนกลางควรไปศึกษาดูงาน ว่าเชียงใหม่เขาทำยังไงถึงทำได้ดีทุกขั้นทุกตอน”

สาวช็อค! เจอค่ารักษาโควิดครึ่งล้าน หวังรัฐฯช่วย พบความจริง “เตียงน่ะว่างแต่ต้องมีเงิน”

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2564 ได้มีสาวโวยคิดว่าติดโควิด19 แล้วสบาย รัฐจะออกค่าใช้จ่ายให้ พาแม่รักษาที่เอกชน สุดท้ายเจอค่ารักษาไปครึ่งล้าน แฉ คำอ้างรัฐฯ ที่ว่า รักษาที่ไหนก็ได้ไม่มีอยู่จริง กรณี รายการข่าว 3 ยามเช้า ออกอากาศหลัง ได้รับร้องเรียนมาจากหญิงสาวชื่อ ‘อ๋อ’  ที่เผยว่า แม่ของเธอติดเชื้อโควิด-19 จึงพาแม่ไปพ่นยาที่โรงพยาบาลเอกชนจากอาการโรคประจำตัว และให้แม่เข้ารับการรักษาทันทีเนื่องจากอายุมาก โดยเห็นว่าก่อนหน้านี้มีการแจ้งข่าวจากหน่วยงานรัฐบาลระบุว่ารักษาที่ไหนก็ได้ทั้งตรวจและรักษาฟรีหากเป็นโควิด-19 ที่ไหนได้ทางโรงพยาบาลปฏิเสธว่าทางโรงพยาบาลไม่ได้เข้าร่วมโครงการกับรัฐบาล ซึ่งได้เรียนแจ้งผ่านโทรศัพท์ระบุว่าทางรัฐบาลไม่เคยช่วยเหลือเลย และทางโรงพยาบาลได้แจ้งว่า ถ้าจะให้ผู้ป่วยรักษาในห้อง ICU ต้องเสียเงินเองในจำนวน 500,000 บาท แต่ถ้ารักษาในห้องธรรมดา ต้องจ่ายในจำนวนเงิน 200,000 บาท เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง สระบุรี ป่วยโควิดดับรายที่ 2 นั่งดื่มกับเพื่อนแถวบ้าน 3 คน สลดอีกราย! หนุ่มดับคาคอนโด รอ 8 ชม. ถึงมีคนมาเก็บศพ อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตต่างวิพากษ์วอจารณ์และเห็นใจหญิงสาวคนนี้เป็นจำนวนมาก ต่างบอกว้่า “จริงๆควรรักษาฟรีได้แล้วนะ รัฐบาลควรควบคุมทุกโรงพยาบาลได้แล้ว” บ้างก็บอกว่า “แบบนี้ไม่ยุติธรรม สงสารคนป่วยนะแบบนี้มัวแต่รอรพ.รัฐ จะให้คนเค้าตายคาบ้านกันหมดไม่ได้รักษานะแบบนี้” กลายเป็นประเด็นดร่าม่าในโลกออนไลน์ในขณะนี้

‘อัศวิน’ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อม Hospitel กทม. ก่อนเปิดรับผู้ป่วย 26 เม.ย.นี้

วันนี้ 24 เม.ย.64 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ(Hospitel) โรงพยาบาลสิรินธร ณ โรงแรม Elegant Airport Hotel ถนนกาญจนาภิเษก เขตประเวศซึ่งกรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิดที่มีจำนวนมากขึ้น โดยแบ่งแผนการรับผู้ป่วยออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง เช็คเลย 10 อันดับจังหวัดที่พบผู้ติดโควิดระลอกใหม่มากสุด พุ่งไม่หยุด อุดรธานีพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 24 ราย ยอดรวมจ่อทะลุ 300 ราย   – ระดับที่ 1 การเพิ่มศักยภาพโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครให้รองรับผู้ป่วยโควิดให้มากขึ้น ทั้งในโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครและนอกสังกัด – ระดับที่ 2 การเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ให้รักษาตัวในโรงแรมที่จัดหาไว้ให้ – ระดับที่ 3 จัดทำโรงพยาบาลสนามเต็มรูปแบบเพื่อรองรับผู้ป่วย ในส่วนของการเปลี่ยนโรงแรมให้เป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยนั้น กรุงเทพมหานครได้อยู่ระหว่างเร่งประสานโรงแรมที่เข้าเกณฑ์มาตรฐานให้เป็น Hospitelสำหรับโรงแรม Elegant Airport Hotel เขตประเวศ ซึ่งเป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจแห่งแรกของกรุงเทพมหานคร เป็นอาคาร 7 ชั้น 2 อาคาร อาคารหนึ่งเปิดให้บริการเป็น สถานกักตัวของรัฐ State Qualantine (SQ) อีกอาคารจะเปิดเป็นหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (Hospitel) มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 230 ห้อง สามารถดูแลผู้ป่วยเป็นไปตามมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 หรือ covid 19 โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ จะต้องมีหลักเกณฑ์ครบ ทั้ง 5 ข้อดังนี้ 1. ผู้ป่วยได้รับการรักษาในโรงพยาบาลมาแล้ว 4- 7 วันและมีผลภาพถ่ายรังสีปอด(Chest x-ray)คงที่ กรณีที่เป็นผู้ป่วยใหม่ต้องเป็นผู้ป่วยยืนยันโควิด ที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี ไม่มีอาการและไม่มีภาวะเสี่ยง/ภาวะอื่นร่วม โดยที่ผลการถ่ายรังสีปอดปกติดี 2. ผู้ป่วยยินดีให้ความร่วมมือสามารถสื่อสารได้รู้เรื่อง ดูแลตนเองได้ดี ไม่ก้าวร้าว และไม่มีความเสี่ยงทางจิตเวช 3. ผู้ป่วยไม่มีไข้ กรณีที่มีโรคประจำตัวต้องควบคุมอาการได้ดี มีเพียงยารับประทาน 4. ต้องจัดยามาพร้อม สำหรับให้ผู้ป่วยรับประทานด้วยตนเองจนครบตามแผนการรักษาของแพทย์ 5. ทางโรงพยาบาลต้นทางยินดีมารับผู้ป่วยกลับเข้ารักษาในโรงพยาบาลต้นทาง หากผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้จะทยอยรับผู้ป่วยเข้าพัก ดังนี้ วันที่ 26 เม.ย.64 จำนวน 70 ห้อง วันที่ 30 เม.ย.64 จำนวน 80 ห้อง วันที่ 15 พ.ค.64 จำนวน 40 ห้อง วันที่ 30 พ.ค.64 จำนวน 40 ห้อง

1 2 3 5