บุคลากรทางการแพทย์อยุธยา ติดเชื้อโควิด 9 ราย และระบุสายพันธ์ุไม่ได้ 8 ราย

วันที่ 30 มิ.ย. 2564 นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ในกลุ่มบุคลากรโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จำนวน 7 คน หลังนำตัวอย่างผู้ติดเชื้อ 17 คน ส่งตรวจหาการกลายพันธุ์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์เขต 4 สระบุรี เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผลตรวจพบว่าเป็นสายพันธุ์เดลตา 7 คน สายพันธุ์อัลฟา 2 คน และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นสายพันธุ์ใด 8 คน ข่าวที่เกี่ยวข้อง ตรวจเจอเชื้อโควิด-19 แคมป์คนงาน หนีออกจาก กทม.แพร่เชื้อ 22 ราย? เคสเเรกใน จ.นครนายก สามี-ภรรยา ดับด้วยโควิด-19 “สายพันธุ์อินเดีย” ยังไหว ! พร้อมช่วยผู้ได้รับผลกระทบ ยัน ” รัฐทำงานอย่างเต็มที่ “   ทั้งนี้กลุ่มบุคลากรของโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาทั้งหมดได้รับการรักษาหายครบตามระยะเวลาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกลุ่มผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตา ที่ฉีดวัคซีนซิโนแวค ครบ 2 เข็ม ไม่เกิดอาการรุนแรง หรือเสียชีวิต และทางสาธารณสุขได้ควบคุมการแพร่ระบาดไว้ในวงจำกัดแล้ว

เคสเเรกใน จ.นครนายก สามี-ภรรยา ดับด้วยโควิด-19 “สายพันธุ์อินเดีย”

วันนี้ 30 มิถุนายน 2564 พบผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย เป็นชายวัย 75 ปี จ.นครนายก ช่วงเช้าที่ผ่านมากู้ภัยสว่างอริยะนครนายก นำร่างผู้เสียชีวิต  ธรรมนิยม อายุ 75 ปี อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เข้าประกอบพิธีฌาปนกิจ ที่วัดโพธินายก อ.เมือง จ.นครนายก ซึ่งนายธาดา ได้เสียชีวิตเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลนครนายก โดยแพทย์สรุปสาเหตุการเสียชีวิตด้วยโรคโควิค-19 สายพันธุ์อินเดีย ต่อมาในวันเดียวกัน ภรรยาของนายธาดาก็เสียชีวิตด้วยโดวิด-19 ตามไปด้วย ด้านลูกสาว บอกว่า ผู้เป็นพ่อน่าจะติดเชื้อมาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน กทม. เพราะก่อนหน้านี้ตนได้พาคุณพ่อไปรักษาตาที่นั้น เเละระหว่างเดินทางกลับบ้านก็ไม่ได้เเวะที่ไหนเลย ทั้งนี้ครอบครัวดังกล่าวอาศัยอยู่ร่วมกัน 10 คน มีผู้ติดเชื้อ 7 คน รักษาหายแล้ว 4 คน รักษาตัวอยู่ 1 คน เเละเสียชีวิต 2 คน ซึ่งถือว่าเป็นรายแรกในจังหวัดนครนายก ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย   ตรวจเจอเชื้อโควิด-19 แคมป์คนงาน หนีออกจาก กทม.แพร่เชื้อ 22 ราย? ด่วน!!!”โก๊ะตี๋ อารามบอย”ติดโควิดจากคนร่วมงาน พร้อมชี้แจงไทม์ไลน์

พบแล้ว!! เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดียในไทย

ศบค. เปิดเผยว่า พบเชื้อโควิด 19 สายพันธุ์อินเดีย กับสาวชาวไทยที่เดินทางมาจากปากีสถาน เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 10 พฤษภาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวในการแถลงข่าวสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 รายงานว่า มีการพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย (Indian variant) เป็นรายแรกในประเทศไทย เป็นหญิงสาวชาวไทย อายุ 42 ปี ตั้งครรภ์อยู่ 25 สัปดาห์ เดินทางมาจากปากีสถาน เดินทางมาไทยและแวะพักเครื่องที่ดูไบ และมาถึงไทยตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. 64 พร้อมกับบุตรชายสามคนอายุ 4,6 และ 8 ขวบ จึงตรวจหาโรคโดยศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จากการตรวจทราบว่า ลูกชาย 4 ขวบที่พักห้องเดียวกันติดโควิด ส่วนลูกชายสองคนผลเป็นลบ และในขณะนี้ได้มีการชะลอการเดินทางของคนต่างชาติที่มาจากอินเดียไว้แล้ว ส่วนผู้ป่วยอินเดียมาตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 64 และตรวจหาเชื้อ 21 เม.ย. 64 ที่มีความล่าช้าของข้อมูล โดยเที่ยวบินที่เข้ามาเป็นการพาคนไทยกลับบ้านเท่านั้น ข่าวที่เกี่ยวข้อง “พลอย เฌอมาลย์” ประกาศติดเชื้อโควิด-19 พร้อมแจ้งรายละเอียดไทม์ไลน์ “อนุทิน” เผย Pfizer พร้อมส่งวัคซีนต้านโควิด-19 ให้ไทย กรกฎาคมนี้ กทม.เร่งควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 พื้นที่กรุงเทพ ให้อยู่ในวงจำกัด!!  

รายงานจากแพทย์ แม้ฉีดวัคซีน Pfizer ไปแล้วแต่ก็ยังติดโควิดสายพันธุ์อินเดียได้อยู่

รายงานข่าวระบุว่า ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา (หมอธีระวัฒน์) ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว (ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha) โดยมีข้อความว่า อย่างที่เคยคุยกันครับ ไตรมาส 3/4 อาจต้องฉีดใหม่ อิสราเอล ฉีด Pfizer ไปทั้งประเทศแล้ว ยังเจอติดสายพันธุ์ อินเดีย น่ากังวล !! อิสราเอลพบผู้ฉีดวัคซีน Pfizer ยังติดโควิดสายพันธุ์อินเดียได้รวดเดียว 4 ราย จากการที่ประเทศอิสราเอล เป็นประเทศอันดับหนึ่งของโลก ในการที่สามารถจัดหาวัคซีนและเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ซึ่งมีจำนวนพลเมืองทั้งสิ้น 9.19 ล้านคนได้สำเร็จ จนเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ กล่าวคือ สามารถฉีดวัคซีนให้กับ คนอิสราเอลครบสองเข็มได้ 5.41 ล้านคน คิดเป็น 58.7% และฉีดวัคซีน รวมนับคนที่ได้เข็มเดียวด้วย ได้มากถึง 62.4%ทำให้สถานการณ์ของประเทศอิสราเอล ซึ่งใช้วิธีผ่อนหนักผ่อนเบามาโดยตลอด เพื่อหล่อเลี้ยงให้ระบบเศรษฐกิจเดินหน้าไปได้ แลกกับการที่ระบบสาธารณสุขต้องรองรับผู้ติดเชื้อจำนวนมาก จนประเทศอิสราเอลมีผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับที่ 29 ของโลกคือ ติดเชื้อ 838,407 คน คิดเป็นเกือบร้อยละ 10 ของจำนวนพลเมือง และมีผู้เสียชีวิตมากถึง 6362 คน เมื่อมีวัคซีนเกิดขึ้น ทางการอิสราเอลจึงต้องจัดซื้อจัดหาโดยเร่งด่วน โดยยอมรับเงื่อนไขสองประการคือ จัดซื้อด้วยราคาที่สูงกว่าราคาตลาดค่อนข้างมาก 2) ต้องยอมรับเงื่อนไขของบริษัทไฟเซอร์ ในการทำการวิจัยทดลองขนาดใหญ่กับคนอิสราเอล อันหมายรวมถึงการทดลองฉีดในเด็กอายุห้าขวบขึ้นไปด้วย หลังจากที่ทางการอิสราเอลสบายใจมาได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง จากการเร่งระดมฉีดวัคซีนจำนวนมาก ถึงขั้นมีการประกาศให้ผู้ที่อยู่นอกบ้าน สามารถถอดหน้ากากได้นั้น ดูเหมือนความดีใจจะอยู่ได้ไม่นานแล้ว เพราะเมื่อวานนี้ (29 เมษายน 2564) กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลได้รายงานการพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์อินเดีย (B.1.617) จำนวน 41 ราย เป็นคนต่างชาติ 21 ราย คนอิสราเอลที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ 3 รายในจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดมีเด็กมากถึง 5 ราย แต่ที่สร้างความวิตกกังวลให้กับรัฐบาลอิสราเอลมากก็คือ ในรายที่ติดเชื้อสายพันธุ์อินเดียดังกล่าว มีอยู่ถึง 4 รายด้วยกัน ที่ได้ฉีดวัคซีนของไฟเซอร์แล้ว ประเด็นดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะทางการอิสราเอลคาดหวังว่า เมื่อฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ครบสองเข็ม จนได้ภูมิต้านทานหมู่แล้ว น่าจะสามารถดำเนินการทุกอย่างได้ดีตามปกติ ทั้งการทำมาหากิน การผ่อนคลายวิถีชีวิต และการท่องเที่ยว การนำเข้าส่งออก แต่แล้วก็มาพบไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดีย ซึ่งถ้าทำให้ติดเชื้อเฉพาะคนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนก็ยังพอทำเนา แต่ถ้าสามารถฝ่าด่านคนที่ฉีดวัคซีนมาแล้ว ทำให้ติดเชื้อได้ ก็ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว การแถลงดังกล่าวเกิดขึ้น ในวันเดียวกับที่ผู้บริหารของบริษัทไบโอเอ็นเทค(BioNTech) ซึ่งร่วมกับบริษัทไฟเซอร์ (PfizerBioNTech) กล่าวถึงความมั่นใจว่า วัคซีนของไฟเซอร์จะสามารถป้องกันไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดียได้ เพียงแต่ขอรอดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อน แต่ในวันนี้ (30เมษายน2564)ห่างกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทางการอิสราเอลก็รายงานว่า วัคซีนที่ฉีดให้สี่คนนั้น ติดเชื้อสายพันธุ์อินเดียไปแล้ว และยังมีข่าวเพิ่มเติมอีกว่าทางการเวียดนาม ก็ตรวจพบผู้ติดไวรัสสายพันธุ์อินเดียอีกด้วย นั่นหมายความว่า ประเทศเพื่อนบ้านของไทย คือ อินเดีย นับเป็นประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันตก มีบังคลาเทศและเมียนมาร์กั้นอยู่กับประเทศเวียดนามทางด้านตะวันออก ซึ่งมีลาวและเขมรกั้นอยู่ ได้พบไวรัสสายพันธุ์อินเดียเรียบร้อยแล้ว ไทยจึงจะต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะถึงแม้เราเร่งฉีดวัคซีนจนครบในสิ้นปีนี้ได้ แต่ถ้ามีไวรัสกลายพันธุ์ที่วัคซีนเอาไม่อยู่ ก็จะเป็นปัญหาต่อไป ทอ.บินรับจนท.ทูตติดโควิดออกจากอินเดียพร้อม 32 คนไทยกลับถึงไทยแล้ว! คนไทย(เคย)ติดโควิดที่อินเดีย อันตรายกว่าที่คิด เล่าประสบการณ์จริง รักษาที่บ้าน

“หมอยง” เผย โควิดสายพันธุ์อินเดีย กลายพันธุ์ท้าทายความสามารถของมนุษย์

“หมอยง” เผย โควิดสายพันธุ์อินเดีย กลายพันธุ์ท้าทายความสามารถของมนุษย์ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก นพ.ยง ภู่วรวรรณ เกี่ยวกับการระบาดของโควิดในอินเดีย มีเชื้อกลายพันธุ์สายพันธุ์อินเดีย ที่ทำให้ติดได้ง่ายขึ้น ข้อความระบุว่า… “โควิด-19 ระบาดในประเทศไทย แพร่กระจายและติดต่อได้ง่าย ดังที่ได้เคยเรียนมาแล้ว สายพันธุ์อังกฤษแพร่กระจาย ได้ง่ายและรวดเร็วกว่า ตัวอย่างที่เห็นชัด ก็ในประเทศอังกฤษ ในเดือนธันวาคม ทำให้ระบบการแพทย์ของอังกฤษ แทบล้มเหลว สายพันธุ์เดิม สมมุติว่าต้องรับเชื้อ 100 ตัว จึงจะติด และเกิดโรคได้ สายพันธุ์ใหม่หรือสายพันธุ์อังกฤษ การรับเชื้ออาจจะเหลือแค่ 50 ตัว ก็สามารถติดและเกิดโรคได้ สายพันธุ์นี้เกาะติดกับเซลล์ของเราได้ดีกว่า สายพันธุ์เดิม จึงแพร่กระจายได้ง่ายอย่างที่เห็น มาตรการที่ใช้ในการป้องกันต้องมากกว่า สายพันธุ์เดิม การระบาดในวงจรแรก จะอยู่ในสถานบันเทิง และจะอยู่ในตัวเมืองใหญ่ การแพร่กระจาย จะออกนอกตัวเมืองใหญ่ ไปยังตัวเมืองต่างจังหวัด ในวงจรต่อๆไป และจากต่างจังหวัดในตัวเมือง ก็จะเริ่มออกสู่อำเภอ และตำบล และจะลงสู่หมู่บ้าน ข่าวเพิ่มเติม “หมอยง” เผยโควิด-19 เป็นแล้วสามารถ เป็นอีกได้!!? หมอยง แจง โควิดระลอกที่ 3 อาจมาจากเขมร? เราเห็นตัวอย่างได้จากหลายประเทศ เริ่มจากเมืองใหญ่ก่อน การหยุดการเคลื่อนที่ของประชาชน เป็นหนึ่งในวิธี ของการหยุดการแพร่กระจาย ช่วงสงกรานต์ เป็นช่วงที่มีการเคลื่อนที่ของประชาชนมากที่สุด การควบคุมต่อไปนี้ จะต้องใช้วิธีการที่มากขึ้น จึงจะควบคุมโรคได้ การตรวจผู้สงสัยจะต้องตรวจเชิงรุก ทุกรายที่ตรวจให้ผลบวก จะต้องเข้าสู่โรงพยาบาลสนาม หรือโรงแรมที่กำหนด ผู้ป่วยที่มีอาการมากเท่านั้น จึงจะรับการรักษาไว้ในโรงพยาบาล โรงพยาบาลทุกแห่ง ควรเพิ่มอัตราการตรวจให้เพิ่มขึ้น และทางฝ่ายรัฐ จะต้องเป็นผู้ดูแล ผู้ที่ตรวจให้ผลบวกทั้งหมด และจัดสรร ผู้ที่มีอาการมาก เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ถ้าให้โรงพยาบาลที่ตรวจพบ เป็นผู้จัดการผู้ป่วยเอง เพราะเมื่อจัดการไม่ได้ ก็จะงดการตรวจ หรือจำกัดการตรวจ ฝ่ายรัฐควรควบคุมค่าตรวจ ให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม ในมาตรฐานเดียวทั้งประเทศ และให้ห้องปฏิบัติการ ทุกคนช่วยกันตรวจให้มากที่สุด เพื่อแยกผู้ป่วยออกจากประชากรให้ได้มากที่สุด ความสามารถในการตรวจของประเทศไทยสูงมาก แต่ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยหาที่ตรวจได้ยาก เพราะบางโรงพยาบาลจะจำกัดจำนวนการตรวจแต่ละวัน หรืองดการตรวจ ว่าน้ำยาหมด ตัวอย่างที่เราเห็นคือประเทศอินเดีย ที่ขณะนี้ยากเกินกว่าที่จะควบคุมโรคนี้ได้ เมื่อเกิดการระบาดมาก ก็มันจะเกิดเชื้อที่กลายพันธุ์เพิ่มขึ้น ในอินเดียมีเชื้อกลายพันธุ์ที่เรียกว่า Double mutations สายพันธุ์อินเดีย ที่ทำให้ติดได้ง่ายขึ้น และมีแนวโน้มที่จะลดประสิทธิภาพของวัคซีน เป็นสายพันธุ์ที่จะท้าทายความสามารถของมนุษย์ ประเทศอินเดียอยู่ไม่ไกลจากเรา และทำนองเดียวกัน ถ้าเรามีผู้ป่วยหรือระบาดจำนวนมาก ก็จะมีการกลายพันธุ์ของไวรัสได้ เราไม่อยากได้ยิน ชื่อไวรัส สายพันธุ์ประเทศไทย”