รอรับได้เลย ครม.อนุมัติแจกเงิน “เราชนะ” 7,000 บาท อีก 2.4 ล้านคน

รอรับได้เลย ครม.อนุมัติแจกเงิน “เราชนะ” 7,000 บาท อีก 2.4 ล้านคน วันนี้ (20 เม.ย. 64)  ที่ประชุมครม. เห็นชอบเปลี่ยนแปลงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของ “โครงการเราชนะ” เพื่อให้ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการ สามารถได้รับความช่วยเหลือตามโครงการและสามารถใช้จ่ายวงเงินที่ได้รับภายในระยะเวลาที่เหมาะสมตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ดังนี้ พ่อค้าหัวใส ขายใบกระท่อม ผ่านแอปฯ “เราชนะ” เกิดดราม่า! ร้านอาหารชื่อดังแบ่งแยก ใครใช้สิทธิคนละครึ่ง-เราชนะ นั่งข้างนอก ขยายกลุ่มเป้าหมายและกรอบวงเงินของโครงการจากกลุ่มเป้าหมายจำนวนประมาณ 31.1 ล้านคน กรอบวงเงินไม่เกิน 210,200 ล้านบาท เป็นกลุ่มเป้าหมายจำนวนประมาณ 33.5 ล้านคน หรือเพิ่มอีก 2.4 ล้านคน ใช้กรอบวงเงินไม่เกิน 213,242 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3,042 ล้านบาท ขยายระยะเวลาใช้วงเงินสนับสนุนสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการจาก สามารถใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 เป็นใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2564  

ขยายเวลา! ‘เราชนะ’ คนชรา-กลุ่มผู้พิการ-ป่วยติดเตียง

วันที่ 26 มี.ค. 2564 น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง มีนโยบายให้ขยายระยะเวลาการเปิดรับลงทะเบียนออกไปเป็นครั้งที่ 3 เฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง (ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ทุพพลภาพ ผู้ป่วยติดเตียง) ที่ไม่สามารถเดินทางออกจากที่พักอาศัยได้ และจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยรับลงทะเบียนเคลื่อนที่ ซึ่งจากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 26 มี.ค. เป็นวันที่ 9 เม.ย. 2564 ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือน!! เราชนะ กลุ่มพิเศษ ไร้สมาร์ทโฟน ลงทะเบียนได้ถึงพรุ่งนี้ 5 มี.ค. วันสุดท้าย กดเลย “เราชนะ” กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนลงทะเบียน 22 ก.พ. – 5 มี.ค. ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2564 เป็นต้นมา จำนวน 8,409 ล้านบาท ทำให้มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการเราชนะแล้ว รวมทั้งสิ้น จำนวน 32.4 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 160,716 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.2 ล้าน กลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการเราชนะแล้ว จำนวน 16.7 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 2564 เป็นต้นมา จำนวน 92,106 ล้านบาท

ป้างง! อยู่ๆเป็นเจ้าของบริษัท อดได้สิทธิคนละครึ่ง เราชนะ

วันที่ 25 มี.ค.2564 ได้มีรายงานมาว่านางศิรินภา พานเหนือ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 11 ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้นำเอกสารการเสียภาษีของบริษัทแห่งหนึ่งเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอพิมาย หลังจากถูกนำชื่อไปใช้ในการเสียภาษีประจำปีของบริษัทแห่งหนึ่ง จำนวนเงินปีละ 1,028,640 บาท เป็นระยะเวลา 8 ปี ทำให้ตนเองไม่ได้รับสิทธิประโยชน์การเยียวยาช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด เนื่องจากมีชื่อเป็นเจ้าของบริษัทประกอบธุรกิจ มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเกินกว่าที่กำหนด ทั้งๆที่ตนเองเป็นเพียงชาวบ้านคนหนึ่ง มีอาชีพรับจ้างทั่วไปเท่านั้น เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง แฉกลโกง “เราชนะ” ใช้สิทธิ์ 2 นาทีกินก๋วยเตี๋ยว 40 ชาม เตือน! มิจฉาชีพปลอม “ม.33เรารักกัน” ทุจริตแลกเป็นเงินสดว่อนโซเชียล นางศิรินภา พานเหนือ กล่าวว่า  เมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ตนเคยไปทำงานเป็นแม่บ้านที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง แต่หลังจากสามีป่วยจึงได้ลาออกมารับจ้างทำงานอยู่ที่บ้านในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งช่วงที่ตนสมัครเป็นแม่บ้านของบริษัทที่จังหวัดระยองนั้น ตนได้ยื่นเอกสารสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนไว้ตามระเบียบของบริษัท กระทั่งลาออกมาอยู่บ้าน ก็เป็นระยะเวลา 8 ปีแล้ว และในช่วงที่รัฐบาลมีโครงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 “โครงการเราชนะ” “โครงการคนละครึ่ง” และโครงการต่างๆ ตนได้สมัครเข้ารับสิทธิประโยชน์ แต่กลับไม่ได้รับสิทธิ์ เพราะทางระบบฯตรวจพบว่าตนเป็นเจ้าของบริษัทประกอบธุรกิจ มีรายได้ปีละกว่า 1 ล้านบาท และจะต้องหักจ่ายภาษีปีละกว่า 3 หมื่นบาท ทำให้ตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก และไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่าไปเป็นเจ้าของบริษัทตั้งแต่เมื่อไหร่ ตนเองจะได้นำเอาหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอาผิดบริษัทที่เอาชื่อของตนเองไปใช้ในการเสียภาษีส่งผลให้ตนไม่ได้รับสิทธิช่วยเหลือจากทางภาครัฐและเกรงว่าหากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับบริษัทดังกล่าวจะส่งผลให้ตนได้รับผลกระทบตามมาด้วยจึงต้องเข้าแจ้งความเพื่อบันทึกเป็นหลักฐานไว้ก่อน

เงินเข้าแล้ว “เราชนะ” กลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน เช็กที่นี่ !

วันที่ 19 มี.ค.2564  กระทรวงการคลังโอนเงินมาตรการเราชนะให้กลุ่มพิเศษหรือกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.0 ล้านคน  ที่ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 22 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2564 โดยผู้ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติจะได้รับการโอนวงเงินสิทธิ์ จำนวน 7,000 บาท และสามารถใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์ผ่านบัตรประชาชนแบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ได้ที่ผู้ประกอบการร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2564  สามารถนำไปใช้จ่ายผ่าน ร้านธงฟ้า,ร้านค้าเราชนะ และร้านค้าคนละครึ่ง อีกทั้งยังสามารถใช้กับผู้ให้บริการขนส่งที่เข้าร่วมโครงการ เช่น แท็กซี่ รถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้าบีทีเอส  รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง   เงื่อนไขการได้รับวงเงิน  ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 15 -21 กุมภาพันธ์ – วันที่ 5 มีนาคม ได้รับวงเงิน จำนวน 4,000 บาท -วันที่ 12  มีนาคม ได้รับวงเงิน จำนวน 1,000 บาท -วันที่ 19 มีนาคม ได้รับวงเงิน จำนวน 1,000 บาท -วันที่ 26 มีนาคม ได้รับวงเงิน จำนวน 1,000 บาท ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์- 5มีนาคม -วันที่ 19 มีนาคม ได้รับวงเงิน จำนวน 6,000 บาท -วันที่ 26 มีนาคม ได้รับวงเงิน จำนวน 1,000 บาท ลงทะเบียนระหว่างวันที่8-26 มีนาคม วันที่ 9 เมษายน ได้รับเงินจำนวน 7,000 บาท วิธีเช็คสิทธิผ่านเว็บเราชนะ เข้าเว็บไซต์ www.เราชนะ.com  เลือกเมนู “ตรวจสอบสถานะผู้รับสิทธิ” กรอกข้อมูล ได้แก่ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน, ชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิด (ข้อมูลตามบัตรประชาชน) เลือกเมนู “ตรวจสอบสถานะ”   วิธีเช็คสิทธิผ่านธนาคารกรุงไทย Call Center ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1122    

มาแล้ว! #เราชนะ โอนเงินให้ ‘กลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน’ 6,000 บาท

วันที่ 19 มี.ค.2564 กระทรวงการคลัง ได้โอนเงินโครงการ เราชนะ ให้กลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ที่ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 22 ก.พ.- 5 มี.ค.2564 งวดแรกจำนวน 6,000 บาท สามารถตรวจสอบผลการคัดกรองสิทธิได้ที่ www.เราชนะ.com ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสามารถเช็กสิทธิผ่านคอลเซ็นเตอร์ “ธนาคารกรุงไทย” โทร.02-111-1122. ผู้ที่ผ่านการคัดกรองสิทธิ สามารถนำไปใช้จ่ายผ่าน “ร้านธงฟ้า-ร้านค้าเราชนะ-ร้านค้าคนละครึ่ง” และยังสามารถใช้กับผู้ให้บริการขนส่งที่เข้าร่วมโครงการ เช่น แท็กซี่ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟใต้ดิน รถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยใช้จ่ายผ่าน บัตรประชาชน (แบบสมาร์ทการ์ด) ทั้งนี้ เงินจากโครงการ เราชนะ สามารถใช้จ่ายได้ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2564 ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติสามารถขอทบทวนสิทธิ ได้ที่เว็บไซต์ www.เราชนะ.com ระหว่างวันที่ 6 มี.ค.-20 เม.ย. 64 โดยจะประกาศผลตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. 64 และรับวงเงิน 7,000 บาท เข้าบัตรประชาชน (Smart Card) ในวันที่ 29 เม.ย. 64

1 2 3