เตรียมรับเงิน ผู้ประกันตน ม.33 เตรียมรับเงินเยียวยา ผ่านพร้อมเพย์ 4 ส.ค.64

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ว่า กระทรวงแรงงานจะเร่งรัดขยับเวลาการจ่ายเงินเยียวยาให้กับ ผู้ประกันตน ม.33 ให้ทุกคนได้รับเงินไม่เกินวันที่ 6 สิงหาคม 2564 โดยจะเริ่มทยอยจ่ายตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม เช็กสิทธิประกันสังคม เตรียมโอนเงินเยียวยา ม.33 ม.39 ม.40 วันไหน ประกันสังคม…!! เพิ่มเงินเยียวยาช่วยเหลือ “ม.33” เป็น “1หมื่นบาท” โดยสาเหตุที่ต้องขยับวันจ่ายเงินให้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 4 สิงหาคม 2564 เนื่องจาก การจ่ายเงินระบบพร้อมเพย์สามารถดำเนินการได้วันละ 1 ล้านบัญชีเท่านั้น จึงต้องเลื่อนวันให้เร็วขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้รับเงินภายในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 ซึ่งล่าสุด ผู้ประกันตน ม.33 ที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยามีจำนวน 2.87 ล้านคน จึงคาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 3 วัน จึงได้สามารถโอนได้ครบภายในกำหนดเวลาวันที่ 6 สิงหาคม ตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นจะทยอยโอนเงินครั้งต่อไปให้กับนายจ้าง และผู้ประกันตนมาตรา 33 ทุก ๆ วันศุกร์ จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2564

เตือน! มิจฉาชีพปลอม “ม.33เรารักกัน” ทุจริตแลกเป็นเงินสดว่อนโซเชียล

หลังจากรัฐบาลเปิดโครงการ “ม.33 เรารักกัน” สำหรับผู้ประกันตนที่ผ่านสิทธิ งวดแรก 1,000 บาท ตรวจพบกลโกงขบวนการรับแลกสิทธิเปลี่ยนเป็นเงินสดผ่านโซเชียลมีเดียมากมาย ล่าสุดในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ พบข้อความช่องทางแลกเงิน ม.33 เรารักกัน โดยเปิดให้ผู้ได้สิทธิ์โครงการ ม.33 เรารักกัน นำสิทธิ์มาแลกเป็นเงินสด พร้อมโชว์รีวิวเป็นสลิปเงินโอนเข้าบัญชี 900 บาท คือหักเงินค่าบริการ 100 บาท จากที่ได้รับผ่านแอพฯ เป๋าตัง   ทางด้าน นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ โฆษกสำนักงานประกันสังคม เตือนร้านค้าที่ทำผิดเงื่อนไขโครงการ หากตรวจพบการทุจริตจะถูกตัดสิทธิเข้าร่วมโครงการของรัฐ และดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเข้าข่ายทุจริตต่อรัฐ และโทษฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีโทษทางอาญา ทั้งจำทั้งปรับ พร้อมเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เพราะจะไม่สามารถใช้เงินที่เป็นสิทธิของตัวเองได้เต็มสิทธิ และบางกรณีอาจถูกโกง โดยที่ไม่ได้เงินเลย   สำหรับขบวนการทุจริตโครงการ ม.33 เรารักกัน จะหักเงินค่าบริการตั้งแต่ 5-10 % ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขโครงการ โดยโฆษกสำนักงานประกันสังคมเตือนร้านค้าที่ทำผิดเงื่อนไขและกระทำการลักษณะนี้ถือว่าเข้าข่ายทุจริต ซึ่งจะถูกตัดสิทธิ์เข้าร่วมทุกโครงการของรัฐและดำเนินคดีตามกฎหมาย