เตือนภัย!! พนักงานร้านสะดวกซื้อ หลอกคิดเงินเกินราคา

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เฟซบุ๊ก Social Hunter Reborn V3 โพสต์ เตือนภัยเมื่อพนักงานร้านสะดวกซื้อหลอกคิดเงินเกินราคาจริง โดยข้อความระบุว่า ฝากเตือนใครที่ไปซื้อของร้านสะดวกซื้อ ปตท.บ้านผือนะคะ ของแค่นี้คิดเงินรอบแรก 815 บาท แม่เลยให้ลองคิดใหม่ได้ 807 บาท แม่เลยถามของแค่นี้ถึง 800 เลยหรอพนักงานบอกมันแพงเพราะชุดเย็บกับครีม ใบเสร็จไม่มีเลยจ่ายเงินแล้วขึ้นรถ แม่มาถามเราว่าของแค่นี้ถึง 800 เลยหรอ เลยให้คิดราคาดู เราเลยถามแม่ว่าใบเสร็จอยู่ไหน แม่บอกไม่มี เราเลยลงไปให้พนักงานคิดใหม่เลย พนักงานอีกคนมาคิดให้ดู ตกลงราคาของแค่ 458 บาท ไม่มีคำขอโทษจากพนักงานคนที่คิดเงินเราผิด แต่กับได้ยินคำขอโทษกับพนักงานอีกคน ฝากเตือนด้วยนะคะ เช็คของดีๆก่อนออกเด้อจ้าพี่น้อง หน้าตาพนักงานคนนั้นไม่รู้สึกผิดอะไรเลยฝังยาง ที่มา : Social Hunter Reborn V3 เนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง แก๊ง COD หลอกเก็บเงินปลายทาง อาละวาดนักช้อปออนไลน์ !! คาหนังคาเขา พนักงานปั๊มโกงน้ำมันซึ่งหน้า

เตือนคนชอบกินกุ้ง สาวไปซื้อกุ้งที่ตลาด อตก. โลเกือบพัน แต่ดันได้ของแถมสอดไส้มาในก้ามกุ้ง

เป็นอีกเรื่องที่กำลังถูกพูดในโลกออนไลน์ หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ไลฟ์สดว่า เธอไปซื้อกุ้งก้ามกรามมาจากตลาดแห่งหนึ่ง ย่านจตุจักร กรุงเทพฯ แต่เมื่อนำมาทำอหารกลับพบว่า ในก้ามของกุ้ง มีการนำตะปูที่ตัดหัวแล้ว แถมยังเหลาจนแหลมใส่เพื่อเพิ่มน้ำหนักลงไปด้วย โดยกุ้งก้ามกรามพวกนี้ เธอซื้อมากิโลกรัมละ 950 บาท ทั้งหมด 7 ตัว น้ำหนัก 2 กิโลกรัม ราคา 1,900 บาท กลับได้ของแถมเป็นตะปู 4 ตัว จึงได้นำมาโพสต์เตือน สำหรับใครที่ซื้อกุ้งมาทาน ให้ตรวจเช็คให้ดีก่อนทาน หลังจากคลิปแชร์ออกไป มีคนเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่บอกว่าทางร้านต้องรับผิดชอบ ขณะที่บางรายบอกว่า เรื่องแบบนี้มีมานานแล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ร้านที่ทำ แต่ทำมาจากต้นทางคือที่ทะเล ล่าสุด หญิงสาวติดต่อไปทางร้านที่ขายกุ้ง ซึ่งเจ้าของร้านขอรับผิดชอบโดยการคืนค่ากุ้งทั้งหมดให้ 1,900 บาท

สคบ.ลงพื้นที่ตรวจสอบ ร้านในตำนานย่านเมืองทองธานี ถ่ายเอกสาร 11 แผ่น ราคา 420 บาท

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ราคาค่าถ่ายเอกสาร ขาวดำ ที่ร้านแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี จำนวน 11 แผ่น ราคา 420 บาท ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นราคาที่สูงเกินจริง นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผอ.ชุดปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบภายในร้านถ่ายเอกสาร เพื่อรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ หลังจากมีการแชร์เรื่องราวผ่านโซเชียล จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเป็นร้านขนาด 2 คูหา กว้างประมาณ 30 ตร.ม. รับถ่ายเอกสาร ส่งพัสดุ และรับจองห้องพัก ซึ่งปิดบริการอยู่ เจ้าหน้าที่ได้นำสาวเจ้าของร้านเข้าตรวจสอบภายใน พบป้ายราคาที่เขียนแสดงราคาไว้ว่า ถ่ายเอกสารราคาแผ่นละ 5 บาทและรายละเอียดอื่นๆ ด้านในมีเครื่องถ่ายเอกสารที่ดูเป็นเครื่องแบบปกติทั่วไปตั้งอยู่ 1 เครื่อง และอุปกรณ์สำนักงานอื่นๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นัดหมายเข้าประชุมพูดคุยกับหน่วยงานทุกฝ่ายอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ หลังสอบปากคำสาวเจ้าของร้านและจะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง โดยสาวเจ้าของร้านไม่ยอมให้รายละเอียดใดๆ กับผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าวสอบถามทางเจ้าหน้าที่เมืองทองธานี ได้รับคำตอบว่า หลังทราบจากข่าว ได้มีการเรียกเจ้าของร้านไปพูดคุยชี้แจงแล้ว และได้สั่งให้ทางร้านแก้ไขราคาให้เป็นไปตามความเหมาะสม และแนะนำให้ปิดร้านไปก่อน พร้อมทั้งให้เดินทางไปแจ้งที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนนทบุรี เพื่อชี้แจงรายละเอียดไว้ก่อน ส่วนเรื่องค่าเช่าสถานที่ คิดเป็นตารางเมตร เท่ากันทุกร้าน ซึ่งร้านนี้มีเนื้อที่มากกว่าร้านอื่นๆ ในบริเวณเดียวกัน ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ทางเมืองทองธานี ได้ลดราคาค่าเช่าให้กับผู้ประกอบการครึ่งหนึ่ง เป็นการช่วยเหลือกัน ผู้สื่อข่าวได้ลองสอบถามวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ติดกับข้างร้าน หลายคนพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าร้านนี้คิดราคาแพงมาก คิดราคาตามใจ ใครๆแถวนี้ก็รู้กันหมดในชื่อ “ร้านในตำนาน” เคยมีหลายรายที่โดนและก็มีปากเสียงกับทางร้านประจำ หลังๆคนแถวนี้ก็ไม่ค่อยมีใครไปใช้บริการ จะมีก็แต่ขาจรที่มา และก็จะโดนเหมือนกันหมด

โซเชียลวิจารณ์สนั่น แท็กซี่สนามบินราคามหาโหด คิดราคาเหมานักท่องเที่ยวต่างชาติ ไปใจกลางเมืองกรุงเทพฯ เริ่มต้นที่ 1,500

เป็นปัญหาที่เกิดบ่อยครั้ง สำหรับเรื่องแท็กซี่โกงค่าโดยสารไม่คิดตามมิเตอร์ คิดราคาเหมาจ่ายสูงมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินับวันก็ยิ่งเอาเปรียบลูกค้ามากขึ้น  ล่าสุด บัญชีทวิตเตอร์@jwesty21ได้แชร์เรื่องราวชวนน่าละอายใจ จากบัญชีทวิตเตอร์ @StickboyBangkok เผยว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเรียกใช้บริการรถแท็กซี่จากสนามบินดอนเมืองไปยังใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานครในราคามหาโหดเริ่มต้นที่1,500 บาทซึ่งเป็นราคาที่สูงมากเมื่อเทียบกับการกดมิเตอร์ตามปกติ โดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ระบุว่า รู้สึกอายมากๆ ที่แท็กซี่ไทยเอาเปรียบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากเช่นนี้เพราะหากคิดตามจริงแล้วค่าโดยสารจากดอนเมืองไปยังที่ต่างๆในกรุงเทพฯอย่างไรก็ไม่มีทางถึง1,000 บาท อย่างแน่นอน ขนาดตนนั่งจากชานเมืองไปยังดอนเมืองระยะทาง 40 กว่ากิโลเมตรค่าโดยสารยังไม่ถึง 500 บาท เลยด้วยซ้ำ ทวีตดังกล่าวถูกโพสต์ เมื่อวันที่21 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนจะถูกรีทวีตออกไปอย่างรวดเร็วมากกว่า 2.1 หมื่นครั้ง หลายคนต่างพากันเข้าไปแสดงความคิดเห็นไม่พอใจระบุว่ารับรู้เรื่องนี้มาบ่อยครั้งรู้สึกอายเพื่อนต่างชาติตลอดเกี่ยวกับเรื่องนี้แสดงถึงความเป็นประเทศไม่พัฒนาทั้งนี้แท็กซี่ส่วนที่ดีก็มีมากแต่ส่วนที่ไม่ดีก็มีไม่น้อยพาลทำให้เสียชื่อเสียงไปทั้งหมดภาพพจน์ติดลบในสายตาทั้งนักท่องเที่ยวและชาวไทยเอง  ภาพแล้วข้อมูลจาก kapook, บัญชีทวิตเตอร์@jwesty21

คลิปกลุ่มวัยรุ่นชายที่ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวเรียกรถแท็กซี่ส่ง 3 แท็กซี่โดนจับเรียบร้อย

หลังจากที่มีคนทำคลิปปลอมเป็นชาวต่างชาติไปขึ้นแท็กซี่แล้วโดนโก่งราคา ที่กก.1 บก.ทท. พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รรท.ผบช.ทท. พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ รรท.ผบก.ทท.1 พร้อมด้วยตำรวจ กก.1 บก.ทท. และเจ้าหน้าที่กรมการขนส่ง แถลงจับกุมโชเฟอร์แท็กซี่ 3 คน ประกอบด้วย 1.นายสมยศ อินสำโรง อายุ 41 ปี รถแท็กซี่สีเขียวเหลือง ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน มร 559 กทม. นายภาสวุฒิ จตุพรหมวงศ์ อายุ 48 ปี รถแท็กซี่สีเขียวเหลือง ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน 1 มก 1698 กทม. และนายสมพงษ์ คำแสน อายุ 37 ปี รถแท็กซี่สีเขียวเหลือง ยี่หัอโตโยต้า ทะเบียน 1 มก 4515 กทม. การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้มีการเผยแพร่คลิปของกลุ่มวัยรุ่นชายที่ปลอมตัวเป็นนักท่องเที่ยวเรียกรถแท็กซี่เดินทางไปสถานที่ต่างๆ เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของคนขับรถแท็กซี่ เมื่อให้บริการแก่ลูกค้าชาวต่างชาติ โดยแท็กซี่ไม่ยอมกดมิเตอร์และให้เหมา แถมยังเรียกค่าโดยสารเกินจริงด้วย ซึ่งกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้รตรวจสอบคลิปดังกล่าว จึงติดตามจับกุมตัวมาสอบสวนต่อยัง กก.1 บก.ทท. โดยมีเจ้าหน้าที่ขนส่งทางบกเข้าร่วมทำการสอบสวน โดยโชเฟอร์แท็กซี่ทั้ง 3 คนรับสารภาพได้กระทำความผิดจริง เห็นว่ามีความคุ้มในการเดินทางไปไม่ไกล และรายได้เพิ่มขึ้นจาก 80 บาทถึง 300 บาท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ไม่ใช้มาตรามิเตอร์” ซึ่งเป็นความผิดตามพ.ร.บ.รถยนต์ ตามมาตรา 5(2) โทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท และจะทำการใช้มาตราการพักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาต 3 เดือน เนื่องจากผู้ขับขี่ทั้ง 3 ได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการกระทำความผิดแล้ว 2 ครั้งแล้ว

1 2