แม่น้องชมพู่สุดปัง! ถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ รับทรัพย์ก้อนโต

แม่น้องชมพู่สุดปัง! ถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ รับทรัพย์ก้อนโต วันที่ 1 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังกองสลากประกาศผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 ส.ค.64 โดยรางวัลที่ 1 ได้แก่หมายเลข 910261 ส่วนรางวัลเลขท้าย 2 ตัวได้แก่หมายเลข 69 ส่วนรางวัลที่ 2 มี 5 รางวัลได้แก่หมายเลข 066887, 160318, 539171, 595909, 855590 ข่าวที่เกี่ยวข้อง อุ๊บ วิริยะ แปลงโฉมแม่น้องชมพู่ หยุดโครงการชั่วคราว เจอชาวเน็ตแซะยังไม่เข็ดอีกเหรอ เปิดใจ แม่น้องชมพู่ หลังศาลออกหมายจับ ลุงพล ล่าสุด นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ ก็ได้โพสต์ภาพของตัวเองถือลอตเตอรี่จำนวน 1 ใบ หมายเลข 539171 งวดประจำวันที่ 1 ส.ค.64 ซึ่งตรงกับรางวัลที่ 2 ได้รับเงินรางวัล 2 แสนบาท พร้อมข้อความว่า “ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตา” หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปได้ไม่นาน ก็มีผู้ที่รู้จักคุ้นเคย รวมทั้งบรรดาแฟนคลับ ต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับโชคครั้งนี้ของแม่น้องชมพู่ด้วยเป็นอย่างมาก

เปิดใจ แม่น้องชมพู่ หลังศาลออกหมายจับ ลุงพล

เปิดใจ แม่น้องชมพู่ หลังศาลออกหมายจับ ลุงพล  ศาลจังหวัดมุกดาหาร ได้อนุมัติหมายจับ นายไชย์พล วิภา หรือ “ลุงพล” ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” เลขหมายจับที่ 53/2564 ลงวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ใน 3 ข้อหาดังนี้ 1 พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร 2 ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย 3 กระทำการใด ๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง ด่วน! ศาลจังหวัดมุกดาหารได้อนุมัติออกหมายจับ นายไชยพล วิภา หรือลุงพล ในคดีน้องชมพู่ บ้านกกกอก เงียบเป็นเป่าสาก หลัง “ลุงพล-ป้าแต๋น” หายตัวเงียบ!! ล่าสุด นางสาวิตรี แม่ของน้องชมพู่ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยสงสัยลุงพล เนื่องจากสิ่งที่ลุงพลเคยพูดกับสื่อมวลชน กับความเป็นจริงขัดแย้งกัน อย่างเช่นกรณีวันที่ 11 พ.ค. 63 ที่ลุงพลระบุว่ามาเติมลมรถจักรยานที่บ้านและเห็นน้องชมพู่ร้องไห้ตามลุงพล หากลุงพลนำตัวน้องไปด้วยก็คงไม่เสียชีวิต แต่ความเป็นจริงแสดงให้เห็นว่าลุงพลมาที่บ้านก่อนที่น้องจะหายตัวไป ลุงพลควรจะมีความเมตตาสงสารน้องชมพู่มากกว่าคนอื่นอื่นที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่ในเมื่อเป็นคนรู้จักเป็นญาติควรจะมีความเมตตา แม่เชื่อว่าวันที่ 11 น้องยังไม่เสียชีวิตน้องต้องร้องไห้ต้องทำทุกวิถีทางอ้อนวอนทุกวิถีทางเพื่อจะมาหาพ่อแม่แต่ทำไมคนเป็นญาติไม่มีความเมตตาเลย ควรมีความเมตตาและมีจิตสำนึก แต่ลุงพลไม่มีจิตสำนึกไม่มีความเมตตาเลยหรือไง ซึ่งลุงพลตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว เขาคือคนที่เคยพูดถึงตั้งแต่แรกว่าลุงพลเป็นคนทำน้อง แต่ช่วงนั้นแม่พยายามอธิบายอะไรกับสังคมแต่คนก็ไม่เชื่อ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ที่ลุงพลกลายเป็นผู้ต้องหา ลุงพลต้องชดใช้กรรมที่เกิดขึ้น ส่วนน้องชมพู่ น้องได้รับความยุติธรรมแล้วและพ่อกับแม่ก็ได้พ้นมลทินและทำให้สังคมรับรู้ได้แล้วว่า เราไม่ได้ทำร้ายลูก เราไม่ได้ฆ่าลูก เพราะน้องชมพู่ คือลูกที่รอคอยให้เกิดกับเรา จึงอยากให้สังคมมองครอบครัวเราใหม่ด้วย หลังจากนี้ตนและครอบครัวของลุงพล คงมองหน้ากันไม่ได้อีกต่อไปเพราะเขาไม่มีค่าอะไร ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา ครอบครัวเรามีความหวังมาทุกวันหวังเสมอและเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจทีมนี้และต้องขอบคุณตำรวจขอบคุณท่านผบ.ตร. ที่เข้ามาช่วยเหลือดูแลเรื่องนี้ และขอบคุณที่ให้โอกาสที่เราได้บอกกับสังคมในวันนี้และได้นำทีมสืบมือดีมาช่วยติดตามจนสามารถออกหมายจับจับกุมคนร้ายได้และเราได้รับความส่วนเรื่องการต่อสู้ทางคดีนั้นเชื่อว่าหลักฐานที่ตำรวจมีอยู่รวมทั้งหลักฐานต่างๆที่ตำรวจรวบรวมในคดีนี้มีความชัดเจนและแน่นหนาแต่ตนก็ยังมีความกังวลในการต่อสู้คดีของลุงพลเพราะมีทนายความที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นับถือของสังคมก็มีความกังวลใจบ้าง แต่แม่ก็เชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมมาได้ “ถ้าวันนี้น้องชมพู่ดูอยู่ แม่อยากฝากบอกน้องว่าขอให้น้องขอเป็นเด็กดี ให้น้องอยู่บนสวรรค์เป็นเด็กหญิงที่น่ารัก ขอให้น้องไปสู่สวรรค์ ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น วันนี้ลูกได้รับความยุติธรรมแล้ว”ยุติธรรม

แม่น้องชมพู่ สุดทน! โดนยูทูบเบอร์ คุกคาม-ตามด่า ล่าสุดนำหลักฐานเอาผิด

(22 ม.ค.64) ผู้สื่อข่าวรายงาน  ความคืบหน้าสถานการณ์ที่บ้านกกกอก นอกจากกรณีของลุงพลกับปมดรามาต่างๆ แล้ว วันนี้มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกลุ่มยูทูบเบอร์และบุคคลภายนอกที่เข้ามาสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านไปร้องเรียนถูกกลุ่มยูทูบเบอร์คุกคาม  จากนั้นทางจังหวัดนำโดย นายประหยัด คูณมี  ปลัดอาวุโสอำเภอดงหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่มาพูดคุยและรับฟังปัญหาที่วัดบ้านกกกอก โดยนางสาวิตรี และนายอนามัย วงศ์ศรีชา พ่อและแม่น้องชมพู่ นำเอกสารหลักฐานกว่า 20 ชุด มาร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา ระบุว่า ตนไม่เคยออกมาร้องเรียนเรื่องการถูกคุกคามจากกลุ่มยูทูบเบอร์ และเพจต่างๆ แต่วันนี้ ตนทนไม่ไหวแล้ว และเห็นเจ้าหน้าที่ลงมาหาจึงนำหลักฐานมาให้ เป็นข้อความและข้อมูลที่กลุ่มยูทูบเบอร์เอาข้อมูลเป็นเท็จไปลงและด่าหยาบคาย แม้ว่าที่ผ่านมาตนไม่ตอบโต้ เพราะทำมาหากินไม่สนใจ แต่กลุ่มเหล่านี้ก็ไม่หยุด ไม่ว่าแม่จะทำอะไร เปิดร้านขายผ้า ก็เข้าไปปั่นป่วนว่าแม่ขายผ้าราคาแพง คุกคามไปทุกเรื่อง และด่าด้วยคำหยาบคาย ตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันนี้ แม้ว่ากลุ่มยูทูบเบอร์บางคน เคยถูกดำเนินคดี ตำรวจเรียกมาสอบปากคำ และเจอตนที่โรงพัก ต่อหน้าขอโทษ นั่งตัวงอ จะไม่ทำอีก พอออกจากโรงพัก ก็กลับมาด่าทอ และยังไม่หยุดพฤติกรรมหากเป็นไปได้ ตนอยากให้กลุ่มยูทูบนี้ออกไปจากหมู่บ้าน ไม่ใช่ตนคนเดียวเดือดร้อน ชาวบ้านคนอื่นด้วย ขณะที่บรรยากาศ การพบปะชาวบ้านวันนี้ ทางจังหวัดได้รับเรื่องร้องเรียน พบว่ามีชาวบ้านลงชื่อร้องเรียนถูกกลุ่มยูทูบเบอร์ คุกคามจำนวน 40 คน  เจ้าหน้าที่ได้เรียกชาวบ้านเข้าให้ข้อมูล จนกว่าจะครบทั้ง 40 คน  จากนั้นนายประหยัด คูณมี ปลัดอาวุโสอำเภอดงหลวง พร้อมคณะได้ลงพื้นที่หมู่บ้านยูทูบเบอร์ในสวนยางพาราใกล้บ้านลุงพล ตามที่ชาวบ้านร้องเรียน ส่วนทางด้านสำนักงานสาธารณสุขอำเภอดงหลวง นำโดยนายมนตรี  สกุลเดช หัวหน้าสำนักงานสาธารณอำเภอดงหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตั้งจุดลงทะเบียน สื่อมวลชน และเหล่ายูทูบเบอร์ เพื่อคัดกรองพร้อมติดตามบุคคลภายนอกที่เข้ามาในพื้นที่บ้านกกกอก เพื่อป้องกันโควิด-19 โดยทางเจ้าหน้าที่ ขอความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือบ่อย ๆ และเช็คอินไทยชนะในการเข้าออกสถานที่ต่างๆ  ส่วนบุคคลที่เข้าพื้นที่มุกดาหารต้องลงทะเบียนรายงานตัวในแอฟพลิเคชั่น  DATA MUK  เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการสวบสวนโรค ของจังหวัดมุกดาหาร ขณะเดียวกันนายนภัส  ปราณีตพลกรัง หรือ ฟ้า ผู้สื่อข่าวช่องอมรินทร์ทีวี  ได้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมกับร้อยเวรสอบสวน สภ.กกตูม  โดยแจ้งข้อหาพยายามชิงทรัพย์ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมาได้แจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายและข่มขืนจิตใจ หลังจากถูกลุงพลกระชากไมค์และพยายามทำร้ายร่างกาย ระหว่างทำข่าว

เปิดสภาพ “บ้านน้องชมพู่” หลังกระแส แม่ไม่ต้องการรู้ตัวคนฆ่าลูกแล้ว!!

จากกรณีการเสียชีวิตปริศนาของน้องชมพู่ อายุ 3 ขวบ เหตุเกิดที่บ้านกกกอก อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 63 กระทั่งไปพบศพกลางป่าบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 5 กม. ขณะที่ตำรวจกำลังเร่งหาหลักฐานเพื่อตรวจหาผลเลือด ดีเอ็นเอ แต่ผ่านไปเดือนกว่าแล้วก็ยังไม่สามารถคลี่คลายคดีได้   หลังจากนั้นเมื่อลุงพลทราบเรื่องที่ แม่น้องชมพู่ สงสัยก็เกิดความเสียใจเป็นอย่างมากไม่คิดว่า แม่ น้องชมพู่ จะคิดแบบนี้กับตน จึงประกาศตัดญาติ เรื่องราวเริ่มบานปลายเพราะต่างฝ่ายๆต่างแฉกันไปมา และเรื่องราวดังกล่าวมีชาวโซเชี่ยลจำนวนมาก เกรงว่าลุงพลจะโดนหมายจับ และเชื่อว่าลุงพลไม่ได้ทำแน่นอน   ต่อมาได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์ระบุว่า ผู้สูญเสียให้สัมว่า เบื่อ อยากจบสีกที ไม่ต้องเอาคนร้ายก็ได้ ชมพู่ก็ไม่อยู่แล้ว แล้วที่ผ่านมาพวกเราเผือกไปเพื่ออะไร เสียดายเวลา       หลังจากนั้นได้มีการปล่อยคลิปเสียงออกมา 6 คลิป ซึ่งเป็นคลิปเสียงของผู้ใหญ่บ้าน พูดถึงตาชาญ และสาวิตรี ในวันที่เจอน้องชมพู่ เรียกได้ว่าคลิปเสียงนี้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก ล่าสุดทางบ้านของแม่น้องชมพู่ ต้องบอกเลยว่ามีสภาพที่ปิดมิดชิด เรียกว่าไม่รับแขกกันเลยทีเดียว       ติดตามข่าวสารทาง Line

จริงหรือไม่…!! ได้รับบริจาค 30 ล้าน แจงแล้วเหตุทำไมไม่ปิดบัญชี

แม่แจงแล้วปม30ล้าน – จากกรณีมีกระแสไปร่ำลือกันว่า นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ เด็กหญิง 3 ขวบ ที่เสียชีวิตปริศนาบนเขาภูเหล็กไฟ หลังหายออกจากบ้าน จ.มุกดาหาร โดยไปร่ำลือกันว่า แม่ของน้องชมพู่ได้เงินบริจาคถึง 30 ล้าน หลังเกิดคดีน้องชมพู่มากว่า 60 วัน บ้างก็บอกแม่น้องชมพู่ยังไม่ปิดบัญชีเลย สงสัยว่าแม่น่าจะมีเงินเยอะนั้น โดยบัญชีเงินบริจาค เปิดรับเมื่อวันที่ 15 พ.ค. หลังเจอศพน้องชมพู่เมื่อวันที่ 14 พ.ค. โดยแม่น้องชมพู่ ยืนยันว่าปิดรับแล้วตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. โดยได้รับบริจาคมาประมาณ 130,000 บาท ไม่ใช่ 30 ล้าน ล่าสุด นางสาวิตรี แม่ของน้องชมพู่ แจงข้อสงสัย ทำไมแม่ไม่ปิดบัญชีว่า บัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีส่วนตัว บัญชี ธกส. ใช้กู้หนี้มาทำการเกษตร ไม่ใช่บัญชีที่เปิดขึ้นใหม่ เพื่อรับเงินบริจาค และเงินที่ได้รับบริจาคมา ก็นำไปใช้จ่ายค่าน้ำค่าไฟค่าโทรศัพท์ ไม่ได้นำไปใช้ฟุ่มเฟือย ส่วนพ่อก็ไม่มีบัญชีธกส. แม่มีคนเดียว พ่อมีหนี้กับธนาคารออมสิน มีสมุดบัญชีออมสินเล่มเดียว มีหนี้ 5 หมื่น ตอนนี้น่าจะเหลือประมาณ 4 หมื่น “ถ้าแม่เอาบัญชีมาให้ดูตอนนี้ จะมีคอมเมนต์ใหม่อีกว่า ก็แม่ถอนไปแล้ว แล้วมีประโยชน์ไหมที่แม่จะให้ดู หรืออยากดูแม่ก็ให้ดูได้ แม่ใช้ไปนิดหน่อย จ่ายแค่ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟ แม่ให้ดูได้ จะเชื่อหรือไม่เป็นอีกเรื่อง” ********************************* (ขอขอบคุณเรื่องจาก อมรินทร์ทีวี)

1 2