จีนผวาหนัก แบคทีเรียบรูเซลลาระบาด หลุดจากโรงงานผลิตวัคซีน ติดเชื้อแล้วกว่า 3 พัน

วันที่ 18 ก.ย.63 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความหวั่นวิตกในแก่ประชาชนในเมืองหลานโจวเมืองเอกมณฑลกานซู่ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เมื่อมีประชาชนนับ 3,245 ราย ในเมืองหลานโจว ติดเชื้อแบคทีเรียบรูเซลล่า ที่ก่อให้เกิดโรค brucellosis (บรูเซลโลซิส) แล้ว หลังจากเชื้อได้หลุดจากโรงงานผลิตวัคซีนสำหรับสัตว์ China Animal Husbandry Lanzhou Biopharmaceutical ในเมืองหลานโจว ตั้งแต่ปีก่อน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเมืองหลานโจว ยืนยันมีผู้ติดเชื้อบรูเซลลาในเมืองหลานโจวจนถึงขณะนี้แล้ว 3,245 ราย จากจำนวนประชากรในเมือง 2.9 ล้านคน โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพิ่งตรวจพบมีผู้ติดเชื้อบรูเซลลา 1,401 ราย ระหว่างการตรวจหาเชื้อให้ประชาชนเกือบ 22,000 ราย แต่ขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว ระบุว่า แก๊สที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียบรูเซลลา ที่หลุดออกมาจากโรงงานผลิตวัคซีนสำหรับสัตว์แห่งนี้ เป็นละอองฝอยและถูกกระแสลมพัดไปจนถึงสถาบันวิจัยทางสัตวแพทย์หลานโจว จนทำให้มีผู้ติดเชื้อบรูเซลลาเกือบ 200 ราย เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2562 และต่อมาเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเชื้อให้แก่นักศึกษา อาจารย์และบุคลากรในสถาบันวิจัยแห่งนี้ คณะกรรมาธิการสุขภาพแห่งเมืองหลานโจว แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 18 ก.ย.ว่า ส่วนใหญ่แล้ว […]

รพ.น่านเตือน! ระวังมีการระบาดของโรคเนื้อเน่า หรือ แบคทีเรียกินเนื้อคน ไม่รักษาอาจเกิดอาการรุนแรง

#โรงพยาบาลน่านขอแจ้งเตือนประชาชน ⁉️ มีการระบาดของโรคเนื้อเน่า หรือ #แบคทีเรียกินเนื้อคน ที่ จังหวัดน่าน   ในช่วงเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2562 มีผู้ป่วยโรคเนื้อเน่า และหนังเน่า (Necrotizing fasciitis) หรือแบคทีเรียกินเนื้อคน เข้ามารักษาที่รพ.น่าน มีการระบาดของโรคเนื้อเน่า โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีประวัติไปดำนา ลุยโคลน และโดนหอย หรือเศษแก้วบาด เศษไม้ตำเท้า และไม่ได้ทำแผล หรือรักษาใดๆ เนื่องจากต้องทำนาให้เสร็จ ทำให้เชื้อโรคเข้าไปในบาดแผล และเพิ่มจำนวนจนเกิดอาการรุนแรงได้ โดยอาการจะมีผิวหนังบวมแดงร้อน ถ้าเชื้อลงลึกกินทั้งชั้นผิวหนังจะพบตุ่มพุพอง และค่อยๆเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง และถ้าเนื้อตายจะกลายเป็นสีดำ บางรายอาจจะต้องตัดขา หรืออาจจะมีการติดเชื้อเข้ากระแสเลือด ไข้สูง และทำให้เสียชีวิต ถ้าผู้ใดมีผิวหนังบวมแดงอย่างรวดเร็ว แล้วมีตุ่มพุพองที่ผิวหนัง แนะนำให้รีบมาตรวจรักษาก่อนที่อาการจะลุกลามจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ #ลุยนาลุยโคลนระมัดระวัง CR. สวท.น่าน กรมประชาสัมพันธ์

แปรงสีฟันในห้องคุณ ควรทำความสะอาดให้ดี

คุณรู้หรือไม่ว่าสิ่งที่สะสมเชื้อโรคมากที่สุดในห้องน้ำคือแปรงสีฟัน โดยเฉพาะหากแปรงสีฟันนั้นวางไว้ใกล้กับชักโครกมากเกินไป เพราะ เวลาที่คุณกดชักโครกขณะที่เปิดฝาทิ้งไว้ ละอองสิ่งสกปรกจะกระเด็นออกจากชักโครกไปติดตามพื้นผิวทุกอย่างในห้องน้ำ และไม่ใช่แค่ละอองจากชักโครกเท่านั้นแต่ทุกครั้งที่แปรงฟันก็จะมีเศษอาหาร แบคทีเรีย คราบเลือดและน้ำลายติดมากับแปรงสีฟัน ซึ่งหากไม่ทำความสะอาดดีๆหลังแปรงฟัน สิ่งสกปรกและเชื้อโรคก็จะกลับเข้าร่างกายอีกครั้งเมื่อแปรงฟันครั้งต่อไป ทางด้าน ด็อกเตอร์ทอม กลาส แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคในช่องปากที่มหาวิทยาลัยโอกลาโฮม่า บอกว่า แปรงสีฟันแต่ละอันมีจุลินทรีย์อย่างน้อย 10 ล้านตัว ซึ่งรวมถึงไวรัสไข้หวัดใหญ่ สเตร็ปโตคอคคัส สตาฟีโลคอคคัส ยังไม่นับรวมแบคทีเรียอีกหลายชนิดที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือกและหินปูน นอกจากนี้แปรงสีฟันยังเป็นแหล่งผสมพันธุ์ที่ดีของจุลินทรีย์ต่างๆที่สามารถ รอดชีวิตได้หลายวันจากเศษอาหารและน้ำที่ติดตามแปรงสีฟัน คำแนะนำวิธีทำให้แปรงสีฟันห่างไกลจากแบคทีเรียมากที่สุด 1. อย่าวางแปรงไว้ใกล้กับชักโครกมากเกินไป 2. อย่างใช้แปรงสีฟันร่วมกับคนอื่น พยายามเก็นแปรงของสมาชิกในครอบครัวให้ห่างกันอย่างน้อย 1 นิ้ว เพื่อไม่ให้เชื้อโรคติดต่อถึงกัน 3. ล้างแปรงให้สะอาดหลังใช้ ปล่อยให้แห้งสักพักในตำแหน่งหัวแปรงชี้ขึ้นฟ้า ซึ่งจะป้องกันไม่ให้แบคทีเรียผสมพันธุ์กันได้ง่ายนัก และอย่างเก็บในภาชนะปิดที่อับชื้น 4. เปลี่ยนแปรงสีฟันทุกครั้งหลังเป็นหวัด 5. พยายามใช้น้ำยาบ้วนปากก่อนแปรงฟัน ซึ่งจะลดจำนวนแบคทีเรียที่ติดไปกับแปรงสีฟัน 6. เปลี่ยนแปรงใหม่ทุก 3-4 เดือน หรือบ่อยกว่านั้นหากขนแปรงเริ่มบานออก ส่วนข้อไม่แนะนำคือไม่ควรนำแปรงสีฟันล้างในเครื่องล้างจานหรือใส่ในเตาไมโครเวฟเพื่อฆ่าเชื้อโรคเพราะจะทำให้ด้ามพลาสติกละลายได้

จักษุแพทย์แชร์ภาพอุทาหรณ์ ใส่คอนแทคเลนส์นอน ถูกแบคทีเรียกัดกินกระจกตา มีโอกาสถึงตาบอด

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 เว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ เผยว่าเมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา จักษุแพทย์ จากคลินิก Vita Eye Clinic ในสหรัฐอเมริกา ได้แชร์เคสตัวอย่างสุดสะพรึงมาเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่ชอบใส่คอนเทคเลนส์นอน โดยภาพที่ถูกนำมาเผยแพร่นั้น แสดงให้เห็นว่าที่บริเวณกระจกของคนไข้ถูกเชื้อแบคทีเรียกัดกินจนน่ากลัว พร้อมกันนี้ได้ระบุว่า เชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุของอาการบาดเจ็บ และโรคทางตา อันมีโอกาสทำให้ตาบอดได้ในที่สุด สำหรับดวงตาของคนไข้รายนี้ถูกแบคทีเรียกัดกินบริเวณกระจกตาเกิดเป็นบริเวณสีขาวส่วนสีเขียวที่เห็นเป็นสารเรืองแสงที่แพทย์หยอดเข้าไป ซึ่งตรงบริเวณที่เป็นสีเป็นจุดที่เกิดแผลบนกระจกตา โดยสามารถเกิดขึ้นในเวลาแค่ 36 ชั่วโมง และถึงแม้ว่าแพทย์จะช่วยรักษาให้ได้ในเบื้องต้น แต่ก็ยังมีโอกาสสูญเสียการมองเห็นอยู่ พร้อมกันนี้ทางแพทย์ได้เตือนว่า “มันใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีในการถอดคอนแทคเลนส์ดีกว่าต้องใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่กับความสูญเสียที่ไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้“ ดังนั้นจึงขอนำภาพดังกล่าวมาแชร์ให้ดูเพื่อนให้ทุกคนได้เห็น บอกต่อกันถึงอันตรายของการใช้คอนเทคเลนส์แบบผิดๆ สำหรับใครที่เคยทำแล้วคิดว่าไม่เคยมีปัญหาก็อย่าชะล่าใจ เพราะพฤติกรรมเสี่ยงเช่นนี้อันตรายมากกว่าที่คิด ภายหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกนำมาเผยแพร่ก็มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นมากกว่า 2.2 แสน คอมเมนต์ และแชร์ต่อกันไปมากเกือบ 3 แสนครั้ง  

1 2