ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ชื่อดังออกมาชี้แจงดราม่ากับนักรีวิวแล้ว

ลายเป็นดราม่าร้อน ๆ กลางดึก เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2564 เฟซบุ๊ก Wisdom International Buffet ร้านบุฟเฟ่ต์ชื่อดัง ได้เผยเรื่องราวว่า มีคนอินบ็อกซ์ว่าจะมากินอาหารที่ร้าน 4 คน 2 คนคูปองบุฟเฟ่ต์ อีก 2 คน ไม่มี มีการอวดอ้างว่าเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อดัง ที่มีฐานสมาชิกล้านคน หากไม่ให้กินฟรี ร้านนี้จะถูกคนรักบุฟเฟ่ต์แบน ข่าวที่เกี่ยวข้อง สรุปดราม่ากลางดึก แอดมินขอกินบุฟเฟ่ต์ฟรี ขู่ไม่งั้นจะแบนจากกลุ่มดัง ล่าสุด ทางร้าน Wisdom International Buffe ออกมาแถลงการณ์จากคณะผู้บริหารร้าน Wisdom International Buffet กรณีโดนข่มขู่ว่าจะ “แบนร้านออกจากกลุ่ม Facebook Group ที่มีฐานสมาชิกระดับต้นๆในประเทศไทย เกี่ยวกับผู้ชื่นชอบการรับประทานบุฟเฟ่ต์” ก่อนอื่นทางร้านต้องขอขอบพระคุณทางลูกค้า ประชาชน และสำนักข่าวต่างๆที่ให้ความสนใจกับกรณีนี้กันเข้ามาอย่างล้นหลามนะคะ โดยทางร้านขอชี้แจงและตอบคำถามใน 3 ประเด็นหลักๆดังนี้ 1.สาเหตุที่ทางร้านตัดสินใจลงโพสต์ดังกล่าว : เนื่องจาก ทางร้านของเราก็เป็นร้านๆหนึ่งที่ต้องการมีพื้นที่ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ร้านของตัวเอง และมองว่าในกลุ่มดังกล่าวก็เป็นพื้นที่ๆกลุ่มลูกค้าของทางร้านเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องรีวิวของร้านบุฟเฟ่ต์ต่างๆเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจากข้อความที่ทางคู่กรณีกล่าวว่า “ทางกลุ่มขอแบนร้านนะครับ ถ้าอยากเสียสมาชิกเกือบ 1 ล้านคนในกลุ่ม กับมูลค่าที่หายไปก็ตามใจครับ ในเมื่อแลกกับความรู้สึกที่เสียไป” เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ในเมื่อกลุ่มเกิดจากสมาชิกจำนวนมาก และโพสต์รีวิวต่างๆในกลุ่ม ก็มาจากลูกค้าที่มาทานที่ร้านของเราหรือร้านอื่นๆจริง การที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งจะใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบเพื่อแบนร้านใดร้านหนึ่งจากกลุ่มคนจำนวนมาก เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ ทางร้านจึงจำเป็นต้องออกมาปกป้องตัวเอง และที่สำคัญอีกอย่างคือ ทางร้านไม่รู้ว่าเคยเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นกับร้านอื่นๆด้วยหรือไม่ ดังนั้นจึงอยากปกป้องธุรกิจร้านอาหารด้วยกัน ที่มีโอกาสจะโดนเอาเปรียบเหมือนทางร้านค่ะ 2.กรณีเรื่องจำนวนเว้าเชอร์ที่ทางร้านให้กับทางแอดมินกลุ่ม : ทางร้านได้มีการส่งเว้าเชอร์ให้กับทางแอดมินหญิงของกลุ่มดังกล่าวจำนวน 8 ใบ โดยแบ่งเป็น ของร้านอื่นในเครือ 4 ใบ มูลค่าใบละ 2,000 บาท และของร้าน Wisdom International Buffet 4 ใบ มูลค่าใบละ 1,647 บาท (เป็นมูลค่าที่ใช้ทานในแพคเกจตัวบนสุดของทางร้าน) 3.สาเหตุการให้เว้าเชอร์ : เพื่อต้องการแสดงความขอบคุณที่แอดมินสร้างกลุ่มๆนี้ขึ้นมา ทำให้ทางร้านสามารถที่จะดูความคิดเห็นของลูกค้าจริงๆทั้งของร้านเราเองและร้านคู่แข่งได้อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะสามารถนำมาปรับปรุงการให้บริการของร้านให้ดียิ่งขึ้น และเพื่อขอบคุณที่แอดมินเป็นสื่อกลางช่วยประสานงาน ให้ทางร้านได้ติดต่อกับลูกค้าที่มาใช้บริการได้โดยตรง โดยทางร้านไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เกิดการ Cyberbullying บุคคลใดๆ และทางร้านต้องขออภัยสำหรับวงการนักรีวิวเป็นอย่างสูงที่อาจทำให้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ไปด้วย ทางร้านขอยืนยันว่ายังมีนักรีวิวที่ดีอีกมากที่มีจรรยาบรรณในการทำงาน โดยทางร้านได้มีโอกาสทำงานร่วมกันอย่างดีมาโดยตลอด อย่าโจมตีวงการนักรีวิวแบบเหมารวมเลยนะคะ ทั้งนี้ทางร้านได้รับการขอโทษจากทางแอดมินคนดังกล่าว รวมถึงแอดมินเจ้าของกลุ่มแล้ว จึงขอปิดโพสต้นเรื่อง และใคร่ขอให้ลูกค้าทุกท่าน ประชาชน และพี่ๆนักข่าวอย่าได้ถือโทษโกรธทั้งตัวบุคคลและแบนกลุ่มดังกล่าวเลย การมีพื้นที่ดีๆในการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลร้านอาหารต่างๆนั้นถือเป็นเรื่องดีๆสำหรับวงการร้านอาหารค่ะ อย่างไรก็ตาม ทางร้านต้องขอขอบพระคุณลูกค้า ประชาชน และสำนักข่าวอีกครั้ง ที่ให้กำลังใจ และความไว้ใจกับทางร้าน เราสัญญาว่าจะพยายามพัฒนาทั้งอาหารและบริการของร้านต่อไป เพื่อให้ลูกค้าได้ทานอาหารและรับบริการที่ดีที่สุด หากมีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยเป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ คณะผู้บริหารร้าน Wisdom International Buffet15 กันยายน 2564

ตำรวจปฏิเสธ ไม่ได้ชนแล้วหนี ต้องรีบออกพื้นที่…

พลตำรวจโท ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงถึงสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณแยกดินแดง เมื่อคืนวันที่ 12 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งมีคลิปวิดีโอปรากฎว่า ตำรวจขับรถคุมผู้ต้องขังขับรถชนแล้วหนี ขอชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับรถคันดังกล่าวสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จริง โดยได้รับคำสั่งจาก บช.น. ว่าให้นำรถผู้ต้องขังไปสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากสถานการณ์ยุติลงก็ให้ไปจอดคอยรับคำสั่งที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม บช.น. แจง รถตำรวจ สน.พลับพลาไชย 1 พุ่งชนผู้ชุมนุม อ้าง โดนทำแบบนี้ ?! รีบขับหนีเพราะกลัวอันตราย คลิปนาทีรถตำรวจ เข้าฝ่ากลุ่มผู้ชุนนุม พุ่งชนโดนผู้ชุมนุม แล้วก็ขับหนีไป พลตำรวจโทภัคพงศ์กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นได้รับแจ้งว่าเหตุการณ์ยุติ มีการเปิดเส้นทางจราจรแล้ว ก็ให้รถควบคุมผู้ต้องขังคันดังกล่าวกลับไปยังต้นสังกัดได้ จึงขับผ่านทางถนนวิภาวดี มาถึงสามเหลี่ยมดินแดง แต่กลับพบกลุ่มบุคคล 6-7 คน ใช้ของแข็งทุบรถควบคุมผู้ต้องขัง และมีเสียงระเบิด ซึ่งในเวลานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับรถไม่มีอาวุธ เกรงว่าจะได้รับอันตรายและทรัพย์สินเสียหาย จึงได้ขับรถหลบหนี หลังจากนั้น ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวยังพยายามขัดขวาง จึงได้มีการเฉี่ยวชน และได้หยุดดูแล้ว ปรากฏว่าผู้ที่ถูกเฉี่ยวชนไม่ได้รับอันตราย จึงได้ขับรถต่อไป แต่สุดท้ายพบว่ารถคันดังกล่าวได้รับความเสียหาย ไม่สามารถขับต่อได้ จึงได้นำรถไปจอดไว้ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ก่อนจะรายงานให้ต้นสังกัดทราบ พร้อมทั้งให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสภาพรถในเวลา 3.00 น. ทั้งยังได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจนครบาลดินแดง และจะไปร้องทุกข์กลุ่มบุคคลดังกล่าว ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวอีกว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ตำรวจได้โทรศัพท์สอบถามทุกโรงพยาบาลในพื้นที่ ก็ไม่ได้รับแจ้งว่ามีบุคคลเข้ารักษาตัวจากเหตุดังกล่าว แต่ทั้งนี้ หากบุคคลดังกล่าวได้รับความเสียหาย ก็มีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นกัน “ถ้าจอดตรงนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าตำรวจจะได้รับบาดเจ็บขนาดไหน หรือว่ารถจะเสียหายขนาดไหน เพราะเหตุการณ์มันมีหลายครั้งหลายหนที่กลุ่มบุคคลเข้ามาแล้วเผาทรัพย์สินของทางราชการ เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจของเราก็ได้รับบาดเจ็บ” สำหรับภาพการขับรถผู้ต้องขังเฉี่ยวชนคนนั้น ปรากฏในการไลฟ์สดของสำนักข่าว The Reporters โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.55 น. ที่แยกดินแดง มุ่งหน้าไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยเป็นภาพชัดเจนว่า หลังจากรถคันดังกล่าวขับชนจนมีผู้บาดเจ็บแล้ว รถได้แล่นออกไปจากพื้นที่เกิดเหตุทันที พลตำรวจโทภัคพงศ์ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ที่มีตำรวจเข้าไปในแฟลตดินแดงเพื่อจับกุมกลุ่มผู้ชุมนุม เมื่อคืนวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา จนปรากฏเป็นข่าวการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ว่า การปฏิบัติงานทุกอย่างเป็นไปตามพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อยับยั้งการก่อเหตุวุ่นวาย และยับยั้งความพยายามทำร้ายตำรวจ โดยในวันดังกล่าว ตำรวจพยายามเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่ในเคหะสถานตลอดเวลา แต่วันนั้นสถานการณ์ไม่มีทีท่าจะยุติ ตำรวจจึงเข้าไปปฏิบัติการ และในวันนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดบริเวณใบหน้าและเบ้าตา ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่ามีการใช้อาวุธจากฝั่งผู้ชุมนุม แต่ตำรวจก็ยังไม่เคยใช้อาวุธจริง ใช้เพียงอุปกรณ์ควบคุมการชุมนุม เช่น กระสุนยางและแก๊สน้ำตาเท่านั้น

“กบ ไมโคร”โพสต์ เป็นปัญญาชนแล้วเป็นยังไง?

“กบ ไมโคร” โพสต์ถึง ‘ปัญญาชนไร้เดียงสา’ ก่อนหน้านี้ มือกีตาร์ชื่อดัง “กบ ไมโคร” หรือ ” ไกรภพ จันทร์ดี”  อดีตสมาชิกวงไมโคร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ใช้ชื่อว่า ไกรภพ จันทร์ดี ถึงคนในวงการบันเทิงและเซเลปที่มีชื่อเสียงที่เคยออกมาเป่านกหวีดในอดีต “เคยโพสต์ไปนานมากแล้วเรื่อง“สเตตัสสุดท้ายเกี่ยวกับนกหวีด” แล้วผมก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ซึ่งมันจริง ผมไม่มีอะไรต้องพูดถึงนกหวีดแล้ว ยกเว้นเรื่องเดียวที่ผมไม่เคยแตะต้อง “คนวงการบันเทิงที่ออกไปเป่านกหวีด” จะดารานักร้องหรือเซเลปมีชื่อเสียงที่ออกไปเป่าปิ๊ดปี้ปิ๊ดครั้งนั้น ถ้าคุณคิดว่าเหนื่อยกันมาแทบตาย ทำไมลงท้ายแม่งอีหรอบเดิม ถ้าคุณยังอยากเห็นประเทศชาติดีอย่างที่ฝัน และถ้าคุณคิดว่าคุณเป็นคนของประชาชนจริง รออีกนิดนะ แล้วผมจะขอพูดถึงพวกคุณตรงๆซักครั้ง เร็วๆนี้ครับพี่น้องวงการมายา “ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ฟาดจุก!! “กบ ไมโคร” คนบันเทิงที่ออกไปเป่านกหวีด เหนื่อยกันมาแทบตาย ทำไมยังเหมือนเดิม กบ ไมโคร โพสต์ข้อความเตือน อย่ากวักมือเรียกรัฐประหาร!! ล่าสุดออกมาโพสต์ว่า ปุถุชน-ปัญญาชน ครบรอบ 7 ปี เหตุการณ์รัฐประหาร องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) ร่อนแถลงการณ์ ขอโทษที่เข้าร่วมการชุมนุม จนนำไปสู่การรัฐประหาร เมื่อปี 2557 สังคมเรามักเชื่อในเหตุผลว่า ประชาธิปไตยจะพัฒนาได้ ประชาชนต้องมีการศึกษา แน่นอน ผมไม่เถียงว่ามันสำคัญ แต่มันไม่ใช่สรณะที่จะพัฒนาการเรียนรู้ให้ผู้คนในสังคม ดูได้จากเคสนี้ ถ้าการศึกษามีส่วนทำให้เข้าใจปัญหาการเมืองจริงมันจะไม่มีเมื่อวานที่เหล่าปัญญาชนแห่กันไปเป็นพลังด่านหน้า สร้างสภาพขัดแย้งตีบตันเพื่อเปิดทางให้มีการทำรัฐประหาร ซึ่งถ้าไม่มีเมื่อวาน มันก็จะไม่มีวันนี้ที่ต้องร่อนแถลงการณ์ขอโทษ ผมถามหน่อยเถอะ เป็นปัญญาชนแล้วเป็นยังไง ทำไมถึงโง่อ่านอะเจนด้าของฝ่ายอำนาจนำไม่ออกว่า หลังการทำรัฐประหารแล้วสภาพบ้านเมืองมันจะดีขึ้นหรือเลวลง มันจะลดความเหลื่อมล้ำได้จริงมั้ย มันจะคืนความเท่าเทียมทางกฏหมายให้คนข้างล่างที่ไม่มีแรงต่อกรได้มั้ย มันจะปฏิรูปการเมืองจริงมั้ย มันจะ absolute power absolute corruted มั้ย ไอ้ปัญญาชนทั้งหลาย !!! เรียนหนังสือจนจบปริญญามาเพื่ออะไร ประชาธิปไตยจะดีขึ้นคนต้องมีการศึกษาเท่านั้นหรือ ? ในขณะที่ปุถุชนคนข้างล่างไม่เห็นด้วยกับความเคลื่อนไหวนั้น คุณกลับใช้มายาคติตัดสินว่าคนข้างล่างแม่งจน โง่ ขายเสียง เป็นประชากรไร้คุณภาพ ในขณะที่ปัญญาชนอย่างพวกคุณกลับเป็นพวกไร้เดียงสาทางการเมือง ปริญญาพวกคุณมีคุณภาพมากหรือปัญญาชน ทำไมคิดไม่ทันปุถุชนคนเดินดิน ถามจริงๆ กว่าจะขอโทษก็โคตรนาน เจ็ดปีถึงรู้สึกตัว ขอโทษเพราะเข้าใจจริงๆหรือเพราะยอมจำนน หืมมม ปัญญาชน หลัง องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) มีมติ อนุมัติจำนวน 9 เสียง ในขณะที่ไม่อนุมัติจำนวน 8 เสียง และงดออกเสียงจำนวน 4 เสียง ให้ออกแถลงการณ์ขอโทษ กรณีที่ อบจ.เคยเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2556 ถึงการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 “ขอแสดงความสำนึกผิดและขออภัยต่อประเทศชาติและประชาชนอันเป็นที่รักยิ่ง จากการเข้าร่วมการชุมนุม กปปส. ซึ่งเป็นการชุมนุมที่ “เซาะกร่อนบ่อนทำลายสิทธิเสรีภาพของคนไทยจนถึงแก่น” และนำ “ความอัปยศอดสูมาสู่เกียรติประวัติของสถาบันการศึกษาอันเก่าแก่แห่งนี้อย่างพ้นประมาณ” ต่อจากนี้ จะทำหน้าที่สนับสนุนประชาธิปไตยต่อไปด้วย

สหรัฐเตรียมส่งวัคซีน ช่วยนานาประเทศ

ทำเนียบขาวได้แถลงว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน จะเปิดเผยในวันนี้ เกี่ยวกับแผนการจัดส่งวัคซีนโควิด-19จำนวนหลายล้านโดสให้กับประเทศที่ยังประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า ข่าวที่เกี่ยวข้อง วัคซีน “ไซโนแวค” เพิ่ม 5 แสนโดส! เบิร์ดธงไชย ขอร้องคนไทยฉีดวัคซีน ทั้งนี้ คาดว่าประธานาธิบดี โจ ไบเดนจะแถลงว่า สหรัฐจะส่งออกวัคซีนอย่างน้อยประมาณ 20 ล้านโดสของบริษัทไฟเซอร์,จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และ โมเดอร์นา ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ก่อนหน้านี้ นายแอนดี สเลวิตต์ ที่ปรึกษาอาวุโสของประธานาธิบดี ไบเดน กล่าวว่า สหรัฐจะแจกจ่ายวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 60 ล้านโดสให้กับประเทศอื่นๆ หากวัคซีนดังกล่าวผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) หากรวมกับวัคซีนล็อตใหม่ จะทำให้สหรัฐส่งวัคซีนรวม 80 ล้านโดสให้แก่ประเทศอื่นๆ ภายในช่วง 6 สัปดาห์ข้างหน้า

ผบ.ตร. เผย “คดีน้องชมพู่” ภายในมิ.ย.นี้ รอฟังแถลงการณ์

ผบ.ตร. เผย “คดีน้องชมพู่” ภายในมิ.ย.นี้ รอฟังแถลงการณ์ มีคำตอบแน่ หลังผ่านมามากกว่า 1 ปี คดี “น้องชมพู่” ผบ.ตร.ได้เผยความคืบหน้าของคดีน้องชมพู่ ขอให้รอฟังแถลงการณ์ ภายในเดือน มิ.ย.นี้ จะมีความชัดเจนมากขึ้น   ข่าวที่เกี่ยวข้อง ทนายตั้ม ควงลุงพล ขึ้นภูเหล็กไฟ…!! ยันน้องชมพู่ ขึ้นเอง ไม่ได้ ขอคุยแม่น้องก่อนตัดสินใจจะว่าความไหม แม่น้องชมพู่ สุดทน! โดนยูทูบเบอร์ คุกคาม-ตามด่า ล่าสุดนำหลักฐานเอาผิด   เมื่อวันที่ 17 พ.ค.64 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ชาวหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ที่หายตัวจากบ้านและพบเสียชีวิตบนภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพักกว่า 2 กิโลเมตร เหตุเกิดเมื่อ 11 พ.ค.63 ว่า สำหรับคดีน้องชมพู่นั้นรอฟังแถลงการณ์ความคืบหน้าของคดีได้ไม่เกินมิ.ย.นี้ มีคำตอบแน่ ด้านแนวทางการส่งสำนวนให้อัยการสั่งยุติการสอบสวน หากรู้ตัวคนร้ายหรือไม่นั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้กล่าวว่า ตนเชื่อว่า มีคำตอบที่สังคมพอใจแน่นอน รอฟังแถลงการณ์เดือนมิถุนายนนี้ จะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนวันไหน ตนจะแถลงข่าวให้ชัดเจนอีกครั้ง

1 2 3 4