เพจดังโพสต์เตือนภัย แฉแท็กซี่หื่น เขียนข้อความสุดหื่นให้สาวเด็กปั๊ม

วันที่ 29 ธ.ค. 63 เพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ by Kim Official” โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “ไอ้หน้าหน่อ…ไอ้… ขับแท็กซี่ แต่มีการกระทำคุกคามทางเพศ โคตรอันตรายเลยวันหน้าถ้ามันหน้ามืดขึ้นมาผู้โดยสารปลอดภัยไหม อย่าหงายการ์ดนะว่าเล่น ๆ หรือไปแค่ราชบุรี ขนส่งปรับแค่พันเดียว เชื่อขนมกินได้เลย เตือนภัยครับ แท็กซี่คันนี้ขับอยู่แถวปทุมธานี ใครพบเจอโปรดระวัง ยื่นกระดาษให้เด็กปั๊มผู้หญิง แล้วเมื่อวานเจอตอนดึก ขับมานึกว่าจะขอโทษน้อง แต่ก็ไม่ขอโทษ รูปร่าง ตามภาพเลยครับ ทำตัวแบบนี้ไม่น่ามาขับแท็กซี่เลย โดยภาพที่โพสต์ เป็นภาพกระดาษถูกเขียนข้อความแสดงถึงการคุกคามทางเพศ และมีภาพของโชเฟอร์แท็กซี่ชัดเจนพร้อมภาพรถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส รุ่นปัจจุบัน สีส้ม ทะเบียน ทฬ8746 กรุงเทพมหานคร             ภาพและข้อมูลจาก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ by Kim Official

จับ ” ผัวเมีย “คารพ.หลอกขายสินค้าออนไลน์

     ตำรวจ 191 จับกุมตัว 2 ผัวเมียขณะพาลูกไปหาหมอที่โรงพยาบาล ตามหมายจับศาลฐานร่วมกันฉ้อโกง แฉพฤติกรรม เข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มซื้อขายสินค้าออนไลน์ทางเฟซบุ๊ก ก่อนหลอกขายของให้ผู้เสียหาย พอได้เงินแล้วกลับเบี้ยวส่งของ     เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น.รรท.ผบก.สปพ. สั่งการให้ ร.ต.อ.กฤตพร แสงสุระ รอง สว.งานสายตรวจ 2 ร.ต.อ.ชลอ เพชรทอง รอง สว.(ป.) งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ.พร้อมพวก ร่วมกันจับกุมตัวสองสามีภรรยาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่หลอกลวงประชาชนมีผู้เสียหายจำนวนมาก  ประกอบด้วย นายนฤชิต วงศ์ฟูเฟื่องขจร อายุ 40 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดภูเก็ต ฐานยักยอกทรัพย์ และ น.ส.ธัญญลักษณ์ วงศ์ฟูเฟื่องขจร อายุ 28 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดหล่มสัก ฐานร่วมกันฉ้อโกง จับกุมได้ขณะทั้งคู่พาลูกชายวัยขวบเศษไปรักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ      สำหรับพฤติการณ์ของสองสามีภรรยาคู่นี้คือ จะเข้าไปเป็นสมาชิกในเฟซบุ๊กกลุ่มซื้อขายสินค้าออนไลน์ต่างๆ หลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มซื้อขายพระเครื่อง กลุ่มนาฬิกา กลุ่มสะสมสุราเก่า กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก รวมถึงกลุ่มขายอาหารในช่วงล็อกดาวน์โควิด-19 ที่ผ่านมาด้วย จากนั้นทั้งคู่จะร่วมกันแสดงตัวเองเป็นพ่อค้าแม่ค้า มีสินค้ามาจำหน่าย ซึ่งมีราคาถูกกว่าสินค้าทั่วไป โดยใช้วิธีหว่านล้อมหลอกล่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้เสียหายจึงโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารชื่อของ น.ส.ธัญญลักษณ์ ผู้เป็นภรรยา โดยหวังว่าจะได้รับสินค้าตามที่ตกลง แต่พอถึงเวลานัดหมาย กลับไม่มีการส่งสินค้าให้ พอผู้เสียหายสอบถามก็จะบ่ายเบี่ยง ออกอุบายหาเหตุผลต่างๆ นานา เพื่อให้ยังเชื่อว่ามีสินค้าอยู่จริง แต่ติดปัญหาบางประการจึงยังส่งไม่ได้  หรือจะโอนเงินคืนให้ จนเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ ผู้เสียหายถึงรู้ว่าถูกหลอกจริงๆ ซึ่งทำให้สองสามีภรรยานักต้มตุ๋นมีเวลาหนีไปตามจังหวัดต่างๆ ย้ายถิ่นที่อยู่ไปเรื่อยๆ พอเรื่องเงียบ ก็จะสมัครบัญชีเฟซบุ๊กใหม่ กลับมาหลอกลวงเหยื่อใหม่ๆ อีกรอบ        สำหรับผู้เสียหายจากการฉ้อโกงของสองสามีภรรยามีเป็นจำนวนมาก ทั้งกลุ่มซื้อขายนาฬิกา บางคนถูกหลอกไปหลายแสนบาท ส่วนกลุ่มสะสมสุราเก่าก็มีผู้ถูกหลอกหลายคน รวมแล้วยอดนับแสน แม้แต่กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก และกลุ่มขายอาหารในช่วงล็อกดาวน์โควิด-19 ที่มีพ่อค้าแม่ค้ารวมกลุ่มกันซื้อขายในละแวกบ้านใกล้เคียง สองผัวเมียก็ยังเข้าไปหลอกขายกับข้าวราคาไม่กี่สิบบาท แล้วไม่ส่งของให้ สร้างความเดือดร้อนไปทั่ว ทำให้มีหมายจับติดตัวคนละ 3-4 หมาย ซึ่งสองสามีภรรยาคู่นี้ไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน ทำให้ย่ามใจกล้าก่อเหตุมาตลอด สุดท้ายหนีไม่รอด ต้องมาจนมุมตำรวจ 191 ในที่สุด

เผยนาทีพนักงานธนาคาร แอบขโมยเงินลูกค้าจนสามารถซื้อบ้านซื้อรถ ด้วยเงินสด เพื่อนสุดทนแจ้งผู้จัดการแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงตั้งกล้องแอบถ่ายแฉ

เมื่อวานนี้ (14 กันยายน 2562) เพจเฟซบุ๊ก โย คณากร คนปั้นข่าว ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอความยาว 34 วินาที เป็นคลิปลักษณะแอบถ่ายพฤติกรรมพนักงานธนาคารสาวของธนาคารแห่งหนึ่ง สาขาพหลโยธิน กม.26 ก่อเหตุแอบขโมยเงินลูกค้า พร้อมระบุว่า พนักงานสาวรายนี้ก่อเหตุมานานเป็นปี จนสามารถซื้อบ้านและรถให้ตัวเองได้ด้วยเงินสด ซึ่งคลิปดังกล่าว ถูกถ่ายได้จากฝีมือเพื่อนพนักงานด้วยกัน เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา เนื่องจากทนพฤติกรรมของพนักงานสาวรายนี้ไม่ไหว เพราะมีการแจ้งผู้จัดการแล้ว แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดย ทางเพจระบุว่า พนักงานสาวรู้มุมกล้องของธนาคาร ทำให้ก่อเหตุขโมยเงินได้ เงินที่ขโมยนั้น ก็เป็นของลูกค้าที่จะฝากเงินกับเธอประจำจนไว้ใจ ไม่นับเงิน มาถึงธนาคารก็วางเงินให้แล้วก็ไป ซึ่งพบว่าพนักงานผู้ก่อเหตุรู้ตัวแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี ขณะที่ ทางธนาคารชี้แจงว่า จากการตรวจสอบโดยกระบวนการปฏิบัติงานของธนาคารโดยละเอียด พบว่าพนักงานผู้นี้กระทำความผิดจริง โดยจะไม่ประนีประนอมต่อพฤติกรรมที่ขัดต่อจรรยาบรรณในการทำงาน นั่นหมายถึงการยุติการจ้างงาน และจะดำเนินการตามข้อกำหนดและระเบียบปฏิบัติของธนาคารต่อไป วินาทีที่ 10 แฉ!! สาวแบงค์ยักยอกเงินลูกค้า เข้ากระเป๋าตัวเอง.ขออนุญาตไม่เซ็นเซอร์นะครับ… โพสต์โดย โย คณากร คนปั้นข่าว เมื่อ วันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2019 คำชี้แจงจากธนาคาร UOBจากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับพนักงานธนาคารที่มีพฤติกรรมส่อทุจริต… โพสต์โดย โย คณากร คนปั้นข่าว เมื่อ วันเสาร์ที่ 14 กันยายน 2019       ภาพและข้อมูลจากKapook, เฟซบุ๊ก โย คณากร คนปั้นข่าว

โซเชียลแฉพฤติกรรมร่างทรงองค์ 108 ทำรายได้จากค่าครู มีทั้งเงินสด ทองคำ เดือนละแสนกว่าบาท

          โซเชียลมีเดียพากันแชร์โพสต์จาก เฟซบุ๊ก SSBN – Thailand ที่ได้เผยเรื่องราวแต่แผ่พฤติกรรมของชายวัย 20 ปีรายหนึ่ง ที่อ้างตนเป็นร่างทรงมากมายกว่า 108 องค์ จนสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ตกเดือนละเป็นแสน ยังไม่รวมถึงทองคำจำนวนมาก โดยชายรายนี้ใช้ชื่อแทนว่า แม่วินหรือพ่อปู่วิน เปิดสำนักอยู่ที่จังหวัดราชบุรี อ้างว่าเป็นร่างทรงขององค์เทพจำนวนมาก สามารถอัญเชิญองค์เทพ ต่าง ๆ มาประทับร่างของตนได้ ตามคำเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็น องค์เง็กเซียนฮ่องเต้, องค์เห้งเจีย (ซุนหงอคง), องค์จี้กง, องค์โป๊ยเซียน, องค์เจ้าแม่กวนอิม, องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว, องค์เจ้าแม่ทับทิม, พ่อปู่ฤาษี, แม่ย่าศรีปทุมมา, พระแม่กาลี, พระแม่มวยโค้กสัตตะยะ, พระแม่เทวาพิลัย ฯลฯ โดยค่าขันครู มีหลายอย่าง ตั้งแต่เงินจำนวน 500-15,000 บาท ไปจนถึงทองคำรูปพรรณ และทองคำแท่ง (ราคาขึ้นอยู่กับองค์เทพที่อัญเชิญลงมาประทับร่าง) รวมแล้วมีรายได้จากการทรงเจ้าอยู่ที่ประมาณเดือนละ 100,000-150,000 บาทต่อเดือน ทั้งยังชอบสะสมทองคำ มีทั้งคำเก็บจำนวนมาก           ภายหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป หลายคนก็แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ ระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน หลังจากนั้นไม่นาน ชายรายดังกล่าวก็ออกมาชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า ตนไม่ได้เรียกร้องพานครูเป็นเงินเป็นทอง แต่ก็แล้วแต่ศรัทธา ส่วนที่เห็นโพสต์ทองเพราะชอบเล่นทอง ซื้อมาแล้วขายไป แล้วบางรูปก็เป็นของจริง บางรูปก็เป็นของปลอม บางชิ้นก็ยืมเพื่อนมาใส่ถ่ายรูป ยืนยันว่าไม่ได้มีเงินทองมากมายตามที่ถูกกล่าวอ้าง และยินดีให้ตรวจสอบ พร้อมทั้งเรียกร้องขอความเห็นใจ อย่ามาต่อว่ากันจนถึงขนาดไม่มีที่ยืนในสังคมเลย

แม่รับลูกชายเปลี่ยนหลังคบ อิ๋ว หลอกครอบครัวจนแตกแยก สุดทนโทร.ด่า เมียมึงอุบาทว์ แต่ลูกกลับตัดขาดแม่กว่า 2 ปี

จากกรณีการจับกุม นางธนิตา จันทร์อิ่ม หรือ อิ๋ว และนางสาวกัญจ์หทัย สุขใส หรือ ป้าง สาวจ้างผู้เสียหายทำข้าวกล่องนับหมื่น ซึ่งนอกจากผู้เสียหายจำนวนมากในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ยังพบว่าทั้งคู่มีการไปหลอกเอาเงินญาติพี่น้องของตัวเองอีกด้วยนั้น ล่าสุด วันที่ 9 พ.ย. 61 รายการทุบโต๊ะข่าว ได้สอบถาม นายณัฐวุฒิ นาคนวล น้องเขยของป้าง เปิดเผยว่า ตนได้เจอกับอิ๋วครั้งแรก เพราะว่านายอรุณ พี่เขยได้พาอิ๋วมาที่บ้าน ต่อมาอิ๋วได้ทำตัวให้น่าเชื่อถือ อ้างว่าขายที่คืนได้ 20 ล้าน พร้อมชวนให้ลงทุนจำนำรถ ตอนแรกจ่ายไป 2 แสน ตนก็ได้ดอกเบี้ยกลับมา 3 ครั้ง จึงหลงเชื่อเพิ่มทุนไปอีกเป็น 8 แสนบาท แต่จากนั้นก็ไม่ได้เงินคืนอีกเลย นอกจากนี้ อิ๋วยังหลอกตนและญาติให้ไปลงทุนข้าวกล่องที่เป็นข่าว แต่พอเห็นท่าไม่ดี จึงถอนตัวออกมาทัน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตั้งแต่อิ๋วเข้ามาในครอบครัว พี่น้องก็แตกแยกกันหมด มองหน้ากันไม่ติด เงินก็หลอกเอาไปหมด ตนเชื่อว่าอิ๋วก็หลอกป้างด้วย แต่เมื่อตกกระไดพลอยโจรไปแล้ว ป้างก็ถอนตัวไม่ขึ้น เชื่อว่าแม้จะติดคุก แต่อิ๋วคงไม่สำนึก เพราะว่าเป็นนิสัยแล้ว ตอนนี้คนที่นี่ (อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี) ก็ไม่เอาอิ๋วแล้ว พี่น้องเราทุกคนโดนหนักมาก ก็หวังพึ่งพี่สะใภ้ แต่กลับถูกหลอกมากกว่าเดิม ด้าน นางละอาย สุขใส แม่ของนายอรุณ กล่าวว่า พักหลังตนไม่สามารถติดต่อกับลูกชายได้ 2 ปีแล้ว เหตุเกิดเพราะตนทนพฤติกรรมของ อิ๋ว ไม่ได้จึงโทร. ไปต่อว่ากับลูกว่า “เมียมึงอุบาทว์ เมียมึงเป็น 18 มงกุฎ” นอกจากนี้พบว่าลูกชายยังไม่ไปทำงาน เพราะมีหนังสือจากหน่วยงานราชการทหารส่งมาที่บ้าน เรื่องการตรวจสอบสถานภาพว่า นายอรุณยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เนื่องจากไม่ได้เข้าไปรายงานตัวเลย ซึ่งตนหวังจะพึ่งพาลูกยามแก่เฒ่า แต่ตอนนี้ก็พึ่งพาไม่ได้ ยอมรับว่าลูกเปลี่ยนไปหลังรู้จักอิ๋ว แต่หากกลับมาก็พร้อมให้อภัยเพราะรักลูก จะชั่วดีอย่างไรก็คือลูก นอกจากนี้ นางละอาย เผยว่า น.ส.อิ๋ว เคยบอกให้ตนขายที่ดินสวนยางพารา โดยอ้างว่าฟังข่าวมาว่า อ.เคียนซา มีคนมาวางระเบิดก่อความไม่สงบ ต้องขายทิ้งแล้วชวนไปอยู่ด้วยกันที่ จ.อุตรดิตถ์ แต่ตนเองไม่เชื่อ ถ้าเชื่อตอนนั้นแล้วขายที่ดินไป ก็คงไม่เหลืออะไรเลย

1 2