(ชมคลิป) ทั้งงง ทั้งผวา!! เมื่อ “บุ๋ม ปนัดดา” โดนหนุ่มบุกเข้าบ้านกลางดึก อ้างเป็นแฟนบุ๋ม!!

ทำเอา “บุ๋ม ปนัดดา” นั้นงงและผวาไปพร้อมๆกัน รีบโร่ขอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการด่วน เมื่ออยู่ๆ ก็ถูกชายคนหนึ่งแอบอ้างว่าเป็นแฟนพยายามจะบุกเข้าบ้านในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งยังโวยวายถามว่าเธอทำอย่างนี้กับเขาได้อย่างไร…? ข่าวที่เกี่ยวข้อง เตรียมเป็นชาวสวนชาวไร่ “บุ๋ม ปนัดดา” เผยภาพบ่อน้ำเตรียมหาลือคำปรึกษาเลี้ยงปลา (ชมคลิป)”จั๊กจั่น” สายตรงเคลียร์ใจ “บุ๋ม ปนัดดา”! ชาวเน็ตตำหนิ? บุ๋ม ปนัดดา โพสต์ไอจีจอดำ ขอโทษจั๊กจั่น!   โดยสาวบุ๋ม ได้เผยภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะที่ตำรวจเดินทางมาจัดการชายคนดังกล่าวที่หน้าบ้านของเธอ และเผยข้อความว่า “คุณแป๊ะ ขายเครื่องสำอาง อ้างว่าเป็นแฟนบุ๋ม คนรู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง ขับรถกระบะมาหน้าบ้านบุ๋มตอนเที่ยงคืน พยายามจะเข้าบ้านให้ได้ โวยวายว่าบุ๋มทำอย่างนี้กับเค้าได้ยังไง ขอบคุณ 191 และ สน.บางเขน ที่มาช่วยดูแลกันอย่างรวดเร็วค่ะ แถมใช้เวลาคุยเกือบครึ่งชม. จนยอมไป วันๆ ชีวิตเจออะไรฟระเนี่ย???”       หลังจากนั้นสาวบุ๋มโพสต์คลิปอีกพร้อมแคปชั่นว่า “พรุ่งนี้ 11:00 (2 เมษา) บุ๋มจะต้องไปให้ข้อมูลเรื่องคดีน้องจั๊กจั่นที่ สน.บางเขนอยู่แล้ว เลยกะจะไปลงบันทึกประจำวันเรื่องนี้ด้วยเลยค่ะ”  

พี่สาวสุดทน แจ้งจับน้องชาย กระทืบพ่อพิการ

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 01.00 น. เจ้าที่ตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย ภายในหมู่บ้านอีสแลนด์แอนด์เฮ้าส์ บ้านเลขที่ 333/148 หมู่ 1 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบ น.ส.วิกานดา ขาวสะอาด อายุ 25 ปี อยู่ในอาการตกใจ และชี้ให้ตำรวจจับกุม นายอนันตชัย ขาวสะอาด อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นน้องชาย ที่อยู่ในบ้านชั้น 2   โดย น.ส.วิกานดา เล่าว่า น้องชายมีโลกส่วนตัวสูง เนื่องจากติดเกมไม่สุงสิงหรือคบหากับใคร จะหมกตัวอยู่แต่ในห้อง อารมณ์ร้อนรุนแรงโมโหง่าย ชอบทำร้ายคนในบ้าน โดยเฉพาะพ่อซึ่งพิการเป็นอัมพฤกษ์ซีกขวาเกิดจากสมองตีบ และแม่ก็เคยโดนทำร้ายจนบาดเจ็บส่งโรงพยาบาลมาแล้ว วันนี้ตนไม่อยู่ออกไปข้างนอก กลับมาแม่เล่าให้ฟังว่า นายอนันตชัยเกิดโมโหจึงลงมาทำร้ายพ่อ ด้วยการเตะแขนและกระทืบขาพ่อหลายครั้ง ตนทราบเรื่องทนไม่ไหวจึงแจ้งตำรวจ ต้องการให้นำตัวน้องชายไปรักษา เพื่อให้อยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมได้     […]

“วัยรุ่น” รุมทำร้ายหนุ่ม 22 ในปั๊มน้ำมัน ไม่พอใจถูกมองหน้า

วันที่ 19 มี.ค. 2564 เมื่อเวลา 05.00 น. ได้รับแจ้งตำรวจสายตรวจ สน.บางเขน รับแจ้งเหตุการณ์จากตำรวจ สน.บางเขน  จากภาพกล้องวงจรปิดจะเห็นว่ามีกลุ่มวัยรุ่นชายหญิงได้ขี่รถจักรยานยนต์กันเข้ามา 5 คัน หลังจากนั้นได้เข้าไปขว้างสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวทั้งเก้าอี้พลาสติก ขวด และมีดไล่ทำร้ายร่างกายชายหนุ่ม อายุ 22 ปี ที่อยู่ภายในปั๊ม ทำให้ชายคนดังกล่าวต้องวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในห้องผู้จัดการปั๊มและขว้างสิ่งของใกล้มือเป็นอาวุธป้องกันตัวเอง กลุ่มวัยรุ่นก็พยายามเข้ามารุมทำร้ายร่างกายก่อนที่จะขี่จักรยานยนตร์หนีออกไป ผู้กำกับการ สน.บางเขน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุชายคนที่บาดเจ็บมาแจ้งความกับตำรวจแล้ว เบื้องต้นมาจากที่ฝ่ายหญิงนัดตกลงเคลียร์ปัญหาการซื้อขายสินค้ากัน โดยต่างฝ่ายต่างได้พาแฟนหนุ่มของตนเองไปด้วย ต่อมาหลังเคลียร์ปัญหากันเสร็จสิ้นก็ปรากฏว่าแฟนหนุ่มของทั้ง 2 ฝ่าย เกิดสบตากันแล้วเขม่นไม่พอใจกันก่อนจะเกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้น ผู้ได้รับบาดเจ็บเล่าว่า ตนมาหาเพื่อนและนั่งเล่นอยู่หน้าห้องน้ำที่ปั้มน้ำมันแห่งนี้ จากนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นขี่รถจยย.เข้ามาก่อนใช้อาวุธมีดวิ่งไล่ฟัน ซึ่งตนก็ไม่รู้จักและไม่เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อน ส่วนสาเหตุน่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้าของเพื่อนหญิง แต่ไม่รู้ว่าทำไมกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุถึงมาวิ่งไล่ฟันตนจนได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิด และติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หญิงวัย 65 ปี เจอเงินกว่าแสนในถังขยะ โร่แจ้งตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของ

วันที่ 27 ก.ค. 61 ตำรวจ สภ.เมืองระยองได้รับแจ้ง จาก นางอัจฉรา กนกพัชรกุล อายุ 65 ปี ชาว จ.ระยอง ว่า พบเงินสดในถังขยะ ต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดตามเจ้าของเงิน โดยนางอัจฉราเล่าว่า เมื่อเช้าวันนี้ เธอได้มาทำงานช่วยเพื่อนบ้านที่เปิดร้านขายหอยทอด ซึ่งเธอก็เริ่มทำความสะอาด กวาดพื้น เพื่อเตรียมขายตามปกติ หลังจากนั้นเธอก็ได้เอาขยะไปทิ้งยังจุดที่ทิ้งขยะด้านข้างตลาดห่างจากร้านไปประมาณ 20 เมตร และระหว่างที่เธอกำลังจะทิ้งขยะ ก็ได้ก้มลงไปมอง แล้วก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นธนบัตร 1,000 บาท ทิ้งเกลื่อนอยู่ก้นถัง โดยไม่ได้มีการการมัดแต่อย่างใด ด้วยความตกใจ เธอจึงรีบเก็บใส่ถุงพลาสติก นำกลับไปนับที่บ้านทันที โดยนับได้ทั้งหมด จำนวนทั้งสิ้น 117,000 บาท เเล้วให้ลูกสาวพามาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้ช่วยตามหาเจ้าของเงิน พร้อมลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยตำรวจ สภ.เมืองระยอง ที่รับแจ้งบอกว่า หลังจากนี้ถ้าภายในระยะเวลา 1 ปี ไม่มีใครมาแสดงหลักฐานเป็นเจ้าของ เงินทั้งหมดนี้ก็จะตกเป็นของคนที่เก็บได้

1 2