หญิงชราโอนเงินผิดจาก 314 เป็น 31,400 ติดต่อขอคืนแต่โดนอ้างใช้หมดแล้ว!

คุณยายโอนเงินผิดจาก 314 บาทเป็น 31,400 บาท สั่งขนมไทยจากตลาด แต่ใช้แอปไม่คล่องเลยทำให้โอนเงินผิด พอติดต่อได้ไรเดอร์อ้างว่าใช้หมดแล้ว… ข่าวที่เกี่ยวข้อง หนุ่มโรงงานเครียดจัด รมควันฆ่าตัวตายคารถ คาดโดนโกงเงิน สุดรันทด ยายวัย 90 ปี ติดโควิด อาการแย่มา 5 วันแล้ว แต่ยังไม่มีเตียงเลย เพราะสถานการณ์ตอนนี้ทำให้หลายคนกักตัวและใช้ชีวิตในบ้านเป็นชีวิตประจำวัน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่กระจายอยู่ในปัจจุบันและไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นในเร็ววันนี้ ทำให้ประชาชนต้องสั่งของออนไลน์ ทำให้เกิดข้อผิดพลาดตรงนี้อยู่บ่อยๆสำหรับการโอนเงิน ล่าสุดฟซบุ๊ก Sakon Taweesap ได้เผยเรื่องราวของคุณยายรายหนึ่งได้สั่งขนมไทยจากตลาดมาส่งให้ที่บ้าน โดยใช้บริการผ่านเดลิเวอรี่เจ้าดัง ซึ่งราคาอาหารรวมค่าจัดส่งอยู่ที่ 314 บาทเท่านั้น แต่คุณยายได้โอนเงินพร้อมเพย์ให้กับไรเดอร์ไป 31,400 บาท แต่เมื่อรู้ตัวว่าโอนผิดก็ได้ศูนย์เพื่อขอความช่วยเหลือ ทางศูนย์ก็คุยกับไรเดอร์ แต่ไรเดอร์บอกว่าเอาเงินไปใช้จนหมดแล้ว และจะติดต่อมาคืนเงินยายวันที่ 20 กรกฎาคม แต่พอถึงวันที่นัดคืนเงิน ไรเดอร์คนนั้นกลับหายตัวไป ติดต่อไม่ได้ กระทั่งทางต้นสังกัดก็ติดต่อไม่ได้ แต่ปัจจุบันไรเดอร์คนนั้นก็ยังลอยนวลอยู่ เรื่องนี้ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และมีชาวเน็ตคนอื่นๆแนะนำให้คุณยายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ติดต่อธนาคารเพื่อดึงเงินกลับ พร้อมกับเรียกร้องให้ทางบริษัทเดลิเวอรี่ดังกล่าว ออกมาแสดงความรับผิดชอบให้มากกว่านี้

รวบเเล้ว โจรกระชากกระเป๋า-เคยต้องโทษคดียาเสพติดมาก่อน

ความคืบหน้า จากกรณีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 64 ที่ผ่านมา ว่าขณะเดินอยู่ภายในซอยสีลม 6 แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. ถูกคนร้าย เป็นชาย 1 คน ขี่รถจักรยานยนต์สวนทางมาแล้วกระชากเอากระเป๋า และหลบหนีไป ซึ่งในกระเป๋ามีทรัพย์สินมีค่าหลายอย่าง รวมมูลค่าประมาณ 60,000 บาท ขณะนี้จีบกุมตัวคนร้ายได้เเล้ว ซึ่งกรณีดังกล่าว ฝ่ายสืบสวนได้ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ และโครงการกล้องวงจรปิดตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้ทาง บช.น.ติดตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตรวจสอบจนพบเส้นทางการหลบหนี และตำหนิรูปพรรณของคนร้าย กระทั่งวันที่ 18 มีนาคม สืบทราบว่าคนร้าย คือ นายนัฐพงศ์ จึงได้ติดตามตัว โดยวันนี้ 26 มีนาคม พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.สน.บางรัก พ.ต.ท.สาธิต สอนชา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พูลพัฒน์ ธรรมรัชต์เจริญ พ.ต.ท.อนุพงษ์ อรุณคีรีโรจน์ สว.สส.สน.บางรัก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.บางรัก ร่วมจับกุม นายนัฐพงศ์ ยุติโยธิน อายุ 35 ปี พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ทะเบียน 6กธ 711 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมภายในสถานีตรวจสอบสินค้า 3 ท่าเรือกรุงเทพ ย่านคลองเตย กทม. จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง ปกติมีอาชีพเป็นลูกจ้างของบริษัทขนส่งสินค้า ภายในการท่าเรือแห่งประเทศไทย สาเหตุที่ลงมือกระทำความผิด ผู้ต้องหาอ้างว่าจะนำเงินไปซื้อของตกแต่งบ้าน เนื่องจากหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ระบาด รายได้จากงานประจำลดลงไม่เพียงพอแก่รายจ่าย หลังจากที่ก่อเหตุในพื้นที่ สน.บางรัก เเล้ว คนร้ายได้ก่อเหตุอีกครั้งในพื้นที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา แต่จากการตรวจสอบพบมีประวัติต้องโทษคดียาเสพติด ที่สน.หนองค้างพลู ปี 55 พ้นโทษ 4 เม.ย.56 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาข้อหา วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ  ก่อนนำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางรัก ดำเนินคดีต่อไป