ไล่ออกแล้ว ครูสาวโหด ตบเด็กอนุบาล เผยผลตรวจสารเสพติด พร้อมรับแจ้ง 1 ข้อหา

จากกรณีโลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปพฤติกรรมของครูจุ๋ม ที่กำลังทำร้ายร่างกายเด็กอนุบาลอายุ 3 ขวบในชั้นเรียนทั้งผลักหัวเด็กจนไปฟาดกับกำแพง ลากเด็กไปมากับพื้นแล้วนั้น ปรากฏว่ามีกลุ่มผู้ปกครองทั้งที่ส่งลูกหลานเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ และผู้ปกครองที่ไม่ได้ส่งลูกหลานในโรงเรียนแห่งนี้ ต่างเข้าไปโพสต์ประณามการกระทำของครูจุ๋มและเรียกร้องให้ครูโรงเรียนนี้ออกมารับผิดชอบกับการกระทำที่ไม่เหมาะสมและรุนแรง จนกระทั่งโรงเรียนปิดเพจเฟซบุ๊กของทางโรงเรียนลง ไม่สามารถเปิดรับชมได้ ตามที่มีข่าวไปนั้น ความคืบหน้า วันที่ 26 ก.ย.63 กลุ่มผู้ปกครองของเด็กอนุบาลวัย 3 ขวบที่ถูกครูจุ๋มทำร้ายร่างกาย เข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.ชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยนำคลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ทางโรงเรียนติดไว้ในห้องเรียน อนุบาล 1 อีพี (Ep) มาเป็นหลักฐาน มีรายงานล่าสุดว่า พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตนพันธ์ ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ สั่งให้ร้อยเวรเร่งรวบรวมหลักฐาน และประสานสหวิชาชีพร่วมสอบปากคำเด็กๆ ที่โดนทำร้าย พร้อมตรวจสารเสพติดในตัวครูผู้ก่อเหตุ ตามข้อเรียกร้องของผู้ปกครองที่สงสัยว่าครูผู้นี้จะเสพยาหรือไม่ โดยผลตรวจสอบไม่พบการเสพยาแต่อย่างใด ทั้งนี้ตำรวจได้รับแจ้งไว้แล้ว 1 ข้อหา คือข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยในวันนี้กลุ่มผู้ปกครองจะเข้าแจ้งความเอาผิดครูจุ๋มเพิ่ม ก่อนที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐานแจ้งข้อหาต่อไป ล่าสุด มีรายงานว่า ทางโรงเรียนออกหนังสือชี้แจงไปยังศึกษาธิการ จ.นนทบุรี เรื่องการลงโทษนักเรียนที่ไม่เหมาะสม จากเหตุการณ์พฤติกรรมการลงโทษนักเรียนที่เกิดขึ้นในวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางโรงเรียนขอแสดงความเสียใจต่อนักเรียนและผู้ปกครอง และขอแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเร่งติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีผู้ปกครองหลายรายร้องเรียนว่าเด็กถูกครูพี่เลี้ยงทำโทษเกินกว่าเหตุ […]

เจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งข้อหาคนขับรถตู้และครูเวรประจำรถ ที่ลืมน้องกองบินไว้บนรถจนเสียชีวิต

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า รับรายงานจาก สภ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช ว่า เมื่อวันที่ 12 ส.ค.63 พนักงานสอบสวนรับแจ้งเหตุลืมเด็กไว้ในรถจนเป็นเหตุให้เด็กหมดสติ จนต้องเข้าพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลพิปูน เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ภรรยาผู้แจ้งส่งผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กอายุ 2 ขวบ ขึ้นรถตู้รับส่งนักเรียน ต่อมามารดาเด็กเปิดไลน์กลุ่มผู้ปกครอง และครูส่งวิดีโอเด็กทำกิจกรรมในชั้นเรียน แต่ไม่เห็นลูก จึงไลน์ไปถามครูว่า บุตรชายของตนหายไปไหน ครูจึงบอกว่าไม่มาโรงเรียน ภรรยาผู้แจ้งบอกว่าลูกขึ้นรถตู้โรงเรียนแล้ว ทางครูจึงได้ตามหา และพบว่าผู้เสียหายติดอยู่ในรถตู้ โดยเสื้อผ้าเปียกและหมดสติ จึงนำตัวผู้เสียหายส่ง รพ.พิปูน และส่งตัวรักษาต่อยัง รพ.มหาราช และต่อมาพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลว่า เด็กรายดังกล่าวเสียชีวิต รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า ในทางคดีพนักงานสอบสวนได้มีการสอบปากคำผู้ปกครอง และพยานที่เกี่ยวข้อง ทำการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในวันนี้ (15 ส.ค. 63) ได้มีการเรียกในส่วนของผู้ขับขี่รถตู้และครูเวรประจำรถที่ได้นั่งไปด้วย มาดำเนินการแจ้งข้อหากระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี […]

ผอ.กอล์ฟ โจรปล้นทอง ตำรวจแจ้ง​ความผิด 7 ข้อหาหนัก

ตำรวจแจ้ง​ความผิด​ กอล์ฟ​นายประสิทธิชัย เขาแก้ว ถึง 7 ข้อหา จากหมายจับดังกล่าว สรุปได้ 7 ข้อหาหนัก ซึ่งเป็นไปตามคำร้องพนักงานสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 12/2563 ลงวันที่ 13 มกราคม 2563 ให้จับตัว นายประสิทธิชัย เขาแก้ว ในความผิด 7 ข้อหา ได้แก่ 1.ฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำผิดอย่างอื่น 2.ฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอา หรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ อันเกิดแต่การกระทำผิดอื่น หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ 3.พยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น 4.ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและใช้ยานพาหนะเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 5.ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน 6.พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผย โดยไม่มีเหตุอันควร และโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว 7.มีและใช้อาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้และมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ด้านพล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม เปิดเผยกรณีการจับกุมตัว นายประสิทธิชัย หรือ ผอ.กอล์ฟ ว่า ขณะนี้ได้มีคำสั่งจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ให้โอนสำนวนคดีดังกล่าวจากลพบุรีมาให้กับทางพนักงานสอบสวนกองปราบเป็นผู้ดำเนินการเพียงหน่วยเดียว พร้อมกับเตรียมจะควบคุมตัว นายประสิทธิชัย ผู้ต้องหามาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดต่อยังกองปราบ […]