“อนุทิน” ย้ำ เปิดประเทศต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศบค. เร่งฉีดวัคซีนให้ทั่วถึง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ตามที่ประเทศไทยได้สั่งซื้อวัคซีนซิโนแวค 12 ล้านโดส ซึ่งตามกำหนดจะส่งมาในเดือน กันยายน นี้ จำนวน 9 ล้านโดส และในช่วงเดือน ตุลาคม อีก 3 ล้านโดส ซึ่งปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับสูตรฉีดวัคซีนเป็นสูตรไขว้ ซิโนแวคเข็ม1 ตามด้วย แอสตร้าเซนเนก้า เป็นเข็มที่ 2 เพื่อร่นเวลาการรับเข็ม 2 ให้เร็วขึ้น ภายใน 3-4 สัปดาห์ ดังนั้น คาดว่า สิ้นเดือน ตุลาคม นี้ จะต้องฉีดซิโนแวคเป็นเข็ม 1 ให้หมด และอีกไม่เกิน 8 สัปดาห์ ก็จะได้รับเข็ม 2 ครบถ้วน และภูมิต้านทานที่ได้รับก็จะเท่ากับการฉีดแอสตร้าฯ 2 เข็ม ดังนั้นโดยภาพรวม ประเทศไทยจะฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงอย่างช้าที่สุดคือต้นเดือน พ.ย.64 ข่าวที่เกี่ยวข้อง ราบรื่น ! (สธ.) และ Pfizer ” ลงนามสัญญา ” การจัดซื้อ ” วัคซีนไฟเซอร์ ” เพิ่ม 10 ล้านโดส รวมแล้วเป็น 30 ล้านโดส ม.จ.จุลเจิม ยุคล เผยถ้ายังปล่อยให้ม็อบออกมาเสรีได้ขนาดนี้ ก็เปิดประเทศเถิดครับ ส่วนข้อกังวลเรื่องของการฉีดวัคซีนชนิด mRNA ให้กับเด็กที่มีอายุ 12-17 ปี นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างจะต้องมีการสรุปในทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขก็มีทีมการแพทย์อยู่ ในที่ประชุมอีโอซี ก็ไม่ได้มีแค่แพทย์ในกระทรวงฯ แต่มีแพทย์ คณบดีแพทย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการวิชาการ ดังนั้น จะต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วจึงนำมาใช้กับประชาชนได้ ส่วนกรณีผู้ปกครองที่อยากให้ลูกฉีดชนิดเชื้อตาย ขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากบริษัท ผู้ผลิต ยังไม่ได้ปรับทะเบียนการใช้วัคซีนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ของไทย แม้แต่ในประเทศเขาเองก็ยังไม่ได้ปรับเช่นกัน ดังนั้นการฉีดวัคซีนที่นอกเหนือจากการจดทะเบียนจะต้องมายื่นเอกสารขออนุญาตเพิ่มเติม นายอนุทิน ยังกล่าวถึงเรื่องของการเปิดประเทศ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการหารือกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ทุกอย่างต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศบค. ก่อน ทุกหน่วยงานสามารถคิดเพื่อเสนอได้ หากมีปัญหาก็ต้องตอบให้ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนวัคซีนจะต้องเร่งฉีดในทุกจังหวัด ซึ่งตนเองได้ย้ำกับ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้หารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อเร่งฉีดกลุ่มเป้าหมายให้เร็วที่สุด

เปิดประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้วยเเผน 4 ระยะ เริ่ม 1 เม.ย. นี้

หลังจากการแพร่ระบาดของ โควิด -19 ที่กินเวลามาอย่างยาวนานทั่วโลก ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจมากมาย การท่องเที่ยวต้องหยุดชะงักจากการปิดประเทศ ล่าสุด นายอนุชาน บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยถึงเเผนการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ว่า คณะรัฐมนตรี ได้พิจารณาอนุมัติให้มีการผ่อนคลายมาตรการกักตัว และเดินทางเข้าประเทศไทย 4 ระยะ ได้แก่   ระยะแรก : จะเริ่ม 1 เมษายนนี้  โดยจะให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ฉีดวัคซีน และใบรับรองการฉีดวัคซีน เข้าไทยใน 5 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา เชียงใหม่โดยกักตัวแค่ 7 วันในโรงแรม ก่อนจะไปเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ จากปกติที่ต้องกักตัว 14 วัน   ระยะที่สอง : จะเริ่ม 1 กรกฎาคม ให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว มาเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต โดยไม่ต้องกักตัว แต่หากไปพื้นที่อื่น ยังต้องกักตัว 7 วัน   ระยะที่สาม : 1 ตุลาคม เป็นต้นไป ใน 5 จังหวัดนำร่อง คือ ภูเก็ต พังงา กระบี่ พัทยา และเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไม่มีความจำเป็นต้องกักตัวอีกต่อไป หากว่ามีการฉีดวัคซีนและมีรับรองการฉีดวัคซีน   ระยะที่สี่: เริ่ม 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไม่จำเป็นต้องกักตัว หากมีใบรับรองการฉีดวัคซีน