หญิงชาวไทยถูกชายผิวสีทำร้าย (มีคลิป)

คงจะได้เห็นข่าวคราวการทำร้ายบุคคลที่มีเชื้อชาติเอเชียกันมาบ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งกรณีเช่นนี้ก็ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ชาวเอเชียหรือผู้ที่มีเชื้อสายเอเชียตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมจากความเกลียดชังมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือคุณ Tanyapat Pymolchindhapatt หญิงชาวไทยในสหรัฐอเมริกา เธอถูกทำร้ายโดยชายผิวดำที่กำลังมีเรื่องทะเลาะกับหญิงอีก 2 รายอีกฝั่งถนน ซึ่งในขณะนั้นเองเธอกำลังขับสกูตเตอร์ในฝั่งตรงข้ามดีๆ ไม่ได้เป็นคู่กรณีกับกลุ่มคนที่กำลังทะเลาะกัน เธอบอกว่าตกใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นผู้ชายผิวสีคนนี้ได้ชกไปที่หัวของเธออย่างแรงแต่ดูเหมือนชายผิดสียังไม่จบเพียงเท่านั้นเขาพยายามจะทำร้ายเธออีกรอบ โดยที่ไม่มีใครเข้ามาให้ความช่วยเหลือเธอเลยแม้แต่คนเดียว และคนที่ทะเลาะกันมีเรื่องกันกลับแยกย้ายกันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังโชคดีที่เธอนั้นใส่หมวกกันน็อคและถุงมืออยู่จึงสามารถกันอาการบาดเจ็บได้บางส่วน แต่ก็โชคร้ายที่ตกเป็นเป้าถูกทำร้ายร่างกาย โดยหลังจากนั้นมีอาการปวดตามเข่าและศีรษะ รวมไปถึงสภาพจิตใจด้วย ส่วนความคืบหน้าคดีชายที่ทำร้ายเธอยังคงลอยนวลอยู่ และหลักฐานจากคลิปนี้ก็ต้องขอบคุณเพื่อนบ้านที่บันทึกเหตุการณ์เอาไว้ทั้งหมด โดยในระหว่างนี้กำลังรอเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อให้ไประบุตัวชายคนดังกล่าว ในส่วนของอาการบาดเจ็บนั้นก็ดีขึ้นตามลำดับ พร้อมกับกำลังใจดีๆ จากคนรอบข้างที่ช่วยให้ผ่านพ้นมาได้ และอยากให้เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ระมัดระวังตัวกันให้มากขึ้น

คลิปกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิว บุกรุกเข้าไปคฤหาสถ์ส่วนบุคคล เจอเจ้าถือปืนไรเฟิลออกมาขู่

คู่สามี-ภรรยาชักปืนขู่ม็อบต้านเหยียดสีผิว – วันที่ 30 มิ.ย. ซีเอ็นเอ็นรายงานกระแสการถกเถียงสุดแหลมคมที่นครเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา กรณีคู่สามี-ภรรยา ใช้อาวุธปืนเล็งขู่เพิ่ขับไล่กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิวที่บุกรุกเข้ามาในเขตพักอาศัยส่วนบุคคล เพื่อเดินลัดสนามไปชุมนุมยังศาลาว่าการของนายกเทศมนตรี เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นที่ย่านพอร์ตแลนด์ เพลซ . โดยนายเดเนียล ชูลาร์ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น อยู่ในที่เกิดเหตุและคอยถ่ายคลิปตลอดเวลาตึงเครียดนานกว่า 10 นาที หลังผู้ประท้วงประมาณ 500 คน เดินลัดสนามเข้าไปในที่ส่วนบุคคลเพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ที่ปิดกั้นเส้นทางบนถนนไปสู่ศาลาว่าการ นายแม็กคลอสกีย์ กล่าวชี้แจงภายหลังว่า “ตอนเกิดเรื่องมีคนกว่าร้อยทุบทำลายประตูรั้วบุกเข้ามาในพอร์ตแลนด์ เพลซ แล้วเดินมาทางคฤหาสถ์ของผม ขณะผมกับครอบครัวกำลังทานอาหารค่ำกันอยู่นอกบ้าน จนพวกเราเกิดความกลัวสุดขีด” นายอัลเบิร์ต เอส. วัตกินส์ ทนายความของครอบครัวแม็กคลอสกีย์ กล่าวว่า กลุ่มผู้ประท้วงไม่ได้เป็นที่รังเกียจจากตระกูลแม็กคลอสกีย์ ตรงกันข้ามทางครอบครัวแม็กคลอสกีย์เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนแนวคิดเดียวกันกับผู้ประท้วง แต่พฤติกรรมของผู้ประท้วงบางคนที่มีความก้าวร้าวและทำลายทรัพย์สินผู้อื่น รวมทั้งการบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อให้เกิดความกลัวว่าจะมีอันตรายถึงชีวิตของทางตระกูลแม็กคลอสกีย์ นายวัตกินส์ ยืนยันอีกว่า การกระทำของครอบครัวแม็กคลอสกีย์ถือว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมอย่างเต็มที่ตามกฎหมายเพราะอยู่บนพื้นที่กรรมสิทธิ์ของตัวเอง และมีมูลเหตุมาจากความหวาดกลัวอันตราย มิได้เกี่ยวข้องกับความเกลียดชัง หรือการเลือกปฏิบัติเพราะสีผิว สะท้อนจากข้อเท็จจริงที่ว่าบุคคลที่เริ่มนำผู้ประท้วงบุกเข้ามานั้นเป็นคนผิวขาวด้วยซ้ำ แถลงการณ์ของครอบครัวแม็กคลอสกีย์ ระบุว่า “พอร์ตแลนด์ เพลซ เป็นที่ส่วนบุคคล ไม่มีทางเดินและถนนสาธารณะ มีคนบอกเราว่าเราอาจถูกฆ่า ถูกเผาบ้าน ไม่เว้นแม้แต่สุนัขของเรา ตอนนั้นมีแค่พวกเราสองคนเผชิญหน้ากับผู้ประท้วงนับร้อยคน”