สำนักพุทธบุก!! ตรวจสอบ พส. ลงนะหน้าทอง ไม่เหมาะสม

พส.หายไปเเล้ว! สำนักพุทธบุกเข้าไปตรวจสอบ พระสงฆ์ ที่ลงนะหน้าทอง หนุ่มสาว มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ไร้เงาพส. อยู่วัด ? หลังจากที่โซเชียลเเห่เเชร์กระหึ่ม พระสงฆ์รูปหนึ่ง ในวัด จ.เชียงใหม่ ทำพิธีไสยศาสตร์เเละมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เกี่ยวกับการทำพิธีไสยศาสตร์ลงนะหน้าทองให้ชายหนุ่มและหญิงสาว อีกทั้งยังมีการทำพิธีกรรมต่างๆ ที่มีการสัมผัสแตะเนื้อต้องตัว ประกอบกับบางภาพที่มีการเผยแพร่ออกมานั้นพระรูปดังกล่าวยังมีการแสดงพฤติกรรมที่ส่งผลต่อศาสนา ข่าวที่เกี่ยวข้อง พระสงฆ์เบาหวานขึ้น คาดสาเหตุญาติโยม ถวายภัตตาหารเพลไม่ถูกหลักโภชนาการ เร่งตรวจ ‘พระสงฆ์ สามเณร บุคลากร’ วัดกุนนทีรุทธาราม หลังพระมรณภาพไป 1 ล่าสุดวานนี้ 21 ก.ย.64 เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบที่วัดปันเสา อ.เมืองเชียงใหม่ พบว่าบรรยากาศภายในวัดยังคงมีพระสงฆ์ สามเณร อยู่ภายในวัดและปฏิบัติกิจตามปกติ แต่ไม่พบพระรูปดังกล่าวที่ปรากฎในภาพแต่อย่างใด ซึ่งจากการสอบถามทางพระลูกวัดหลายรูปได้มีการยืนยันว่า พระที่ปรากฎเป็นข่าวในขณะนี้ได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้จริง โดยอยู่ที่กุฏิที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ไปก่อนหน้านี้ แต่ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ก็ไม่เจอพระรูปดังกล่าวอยู่ที่วัด และคาดว่าน่าจะออกไปรับกิจนิมนต์นอกพื้นที่ยังไม่กลับมาที่วัด ส่วนกรณีข่าวที่ปรากฎขึ้นมานี้ ทางพระภายในวัดก็เพิ่งทราบข่าวเช่นกัน ด้านพระบุญคำ ชวนะ อายุ 25 ปี พระลูกวัดปันเสา ได้เปิดเผยกับทางทีมข่าวอีจันว่า ตามภาพที่ปรากฎในโซเชียลนั้น เป็นพระที่มาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้จริง แต่ก็ไม่ได้ทราบชื่อแท้จริงของพระรูปนี้ ทราบเพียงชื่อที่เรียกกัน ชื่อว่า “พระตั้ว” โดยพระรูปนี้ก็ไม่ได้มีตำแหน่งอะไร และได้เดินทางมาจำวัดปันเสาได้ราวๆ 1 พรรษาแล้ว โดยมีเจ้าอาวาสรูปเดิมที่ได้ลาสิกขาบทไปก่อนหน้าเป็นผู้รับไว้ให้จำวัด ซึ่งที่ผ่านมา “พระตั้ว” นั้นจะอยู่กุฏิด้านหลังวัดปันเสาซึ่งเป็นหอศิลป์ที่เก็บของเก่าที่ถูกไฟไหม้เมื่อหลายเดือนก่อน แต่วันนี้ “พระตั้ว” ไม่ได้อยู่ที่วัด และไม่พบเจอมา 2-3 วันแล้ว คิดว่าจะไปกิจนิมนต์ที่อื่น ต่อมาพระบุญคำ ได้พาทีมข่าวไปดูกุฎิที่พระตั้วจำวัดอยู่ พบเพียงแต่รองเท้าแตะเพียง 1 คู่ที่วางไว้หน้ากุฏิ เมื่อผู้สื่อข่าวถามพระบุญคำ พระลูกวัดปันเสาว่า กรณีที่พระมีการลงนะหน้าทองให้กับผู้หญิงถึงเนื้อถึงตัวนั้นเหมาะสมหรือไม่โดยเฉพาะตามหน้าอก หรือต้นขาของหญิงสาว ซึ่งทาง พระบุญคำ บอกว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและถือเป็นอาบัติด้วย อีกทั้ง “พระตั้ว” ก็ยังเป็นพระหนุ่มอายุไม่มาก และส่วนตัวก็ไม่เห็นพระที่ไหนทำ ภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางวัดปันเสาแล้วนั้น ได้มีการพูดคุยกับทางพระภายในวัดเพื่อรับฟังข้อมูลคร่าวๆ แต่ขอยังไม่ให้ข้อมูลกับทางทีมข่าว และระบุเพียงว่าได้รับคำสั่งจากผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ให้เดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังจากมีกระแสข่าวปรากฏออกมา ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะเดินทางกลับเนื่องจากทราบว่าพระที่ปรากฎในภาพไม่อยู่ที่วัดแห่งนี้ ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเพจ : อีจัน

รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยืนยันไม่บังคับให้นักเรียนต้องสวมหน้ากากอนามัยสีใด

การใส่หน้ากากอนามัย ถือเป็น New Normal และการเปิดเทอมที่จะถึงนักเรียนทุกคนก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย แต่ล่าสุดโลกออนไลน์ได้มีดราม่าเกิดขึ้น เมื่อโรงเรียนแห่งหนึ่งกำหนดสีของหน้ากากอนามัยที่นักเรียนจะใช้ได้ โลกออนไลน์ได้แชร์ภาพของป้ายประกาศโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งกำหนดตัวอย่างของหน้ากากอนามัย ซึ่งระบุว่า “เหมาะสมกับเครื่องแบบนักเรียน” โดยยกตัวอย่างเช่น สีของหน้ากากที่ใช้ ต้องเป็นสีพื้น ไม่มีลวดลาย เช่นสีขาว สีเทา สีดำ สีชมพู สีฟ้า สีเขียว และยังยกตัวอย่างด้วยว่า นักเรียนหญิงต้องใช้สีอ่อน เช่นสีขาว สีชมพู ส่วนนักเรียนชายต้องใช้สีเข้ม สีเทา สีดำ ซึ่งผู้โพสต์บอกว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องกำหนดเช่นนี้เพราะเป็นการผลักภาระไปให้ผู้ปกครอง ขณะที่ ดร.กวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยืนยันว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่บังคับให้นักเรียนต้องสวมหน้ากากอนามัยสีใด การไปบังคับ หรือกำหนดสี เป็นการสร้างภาระให้นักเรียนและผู้ปกครอง ขอเน้นย้ำว่าโรงเรียนไม่ควรไปกะเกณฑ์หรือห้ามให้นักเรียนใช้หน้ากากอนามัยสีใดหรือลวดลายใด เพราะต้องการให้ใส่ เพื่อป้องกันโควิด -19