หนุ่มแชร์ประสบการณ์ ป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูก ในวัย 25 ปี แม้ท้อแต่เลือกลุกขึ้นสู้ จนตอนนี้กลับมาปกติ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี นายจิรภัทร เลิศเมธาตฤณชาติ หรือ จิ หนุ่มวัย 26 ปี ที่โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก JI Jiraphat เล่าประสบการณ์ที่ตนเอง ซึ่งเป็นคนรักสุขภาพ และดูแลร่างกายเป็นอย่างดี แต่วันหนึ่งกลับมีเม็ดปริศนาโตขึ้นที่ข้างคอด้านล่างติ่งหู ก่อนจะทราบข่าวช็อกว่าเม็ดดังกล่าวเป็นก้อนเนื้อร้าย และตนเองป่วยเป็นมะเร็งโพรงจมูก จากการสอบถามแพทย์ ยังไม่ทราบว่าเนื้อร้ายนี้เกิดขึ้นเพราะปัจจัยอะไร อีกทั้งคนในครอบครัวไม่มีประวัติ และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ก็ไม่มี ซึ่งตนเองไม่อยากคิดว่าเป็นเพราะเบญจเพศ แต่ต้องยอมรับว่าโชคร้ายจริง ๆ ที่มามีอาการป่วยดังกล่าวแบบไร้สาเหตุเช่นนี้ หลังจากนั้น ตนเองได้เข้ารับการรักษา โดยแพทย์ได้ทำการเจาะท้อง ก่อนจะเริ่มฉายแสง และหลังจากจบการรักษายกที่ 1 ซึ่งคือการฉายแสงครบ 33 ครั้ง ก็คอไหม้ ต้องกินอาหารปั่นเหลวๆ ผ่านทางสายที่เจาะอยู่ตรงหน้าท้อง ยอมรับว่าเครียดมาก เกือบจะคิดสั้นกระโดดลงจากห้องพักที่ชั้น 4 แต่ทำไม่ลง เมื่อคิดถึงแม่ของตัวเอง ทั้งนี้ หลังจากจบการรักษายกที่ 2 ซึ่งเป็นการทำคีโม 3 รอบใหญ่ น้ำหนักของตนลดลง จาก 67 กิโลกรัม ลดเหลือ 57 […]

หนุ่มเตือนภัย!! กินหลู้หมูดิบจนติดเชื้อในกระแสเลือด ต้องตัดขาทั้ง 2 ข้าง

เพจ บิ๊กเกรียน โพสต์เตือนอันตรายกินหลู้หมูดิบเสี่ยงติดเชื้อ โดยโพสต์ภาพนายนพรัตน์ มิลินทานุช ติดเชื้อในกระแสเลือดเพราะกินหลู้หมูดิบจนต้องตัดขาทั้ง 2 ข้างทิ้ง โดยระบุว่า หนุ่มสุโขทัยกลับบ้านวันสงกรานต์ จัด หลู้หมูดิบ เกิดอาการติดเชื้อในการะแสเลือด ทำชีวิต เปลี่ยนเหมือนตายทั้งเป็น “เปา นพรัตน์ มิลินทานุช” หนุ่มผู้เคราะห์ร้าย เล่าว่า เมื่อสงกรานต์ ปี 59 กลับบ้านเกิด จังหวัดสุโขทัย จัดงานเลี้ยงสังสรรค์กัน หลังจากกลับมากรุงเทพ เริ่มมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว หนาวสั่น มือเท้าเย็น อาการเริ่มทรุดหนัก ตัดสินใจไปโรงพยาบาล ผลคือ ติดเชื้อในกระแสเลือด อาการเริ่มทรุดหนัก โลหิตเป็นพิษ ไตวายเฉียบพลัน การหายใจล้มเหลว และผิวหนังอักเสบ หากภายใน 48 ชั่วโมง ชีพจรยังไม่ดีขึ้นก็คือไม่รอด สุดท้าย เขา สูญเสียขาทั้งสองข้าง เนื่องจากเชื้อไปรวมอยู่ที่ปลายเท้า ทำให้เกิดภาวะเนื้อตาย มีลักษณะ ดำ แข็ง แห้ง ต้องตัดขาออกอย่างเดียว ถึงจะหยุดการแพร่เชื้อได้ เชื้อที่พบคือ […]

สาวโพสต์เตือนภัย ประสบการณ์เจอหนุ่มโรคจิตแถวจุฬาฯ

วันที่ 2 พ.ย.61 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อคุณ apinya dornlao ได้โพสต์เล่าประสบการณ์เจอหนุ่มโรคจิตแถวมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า ได้ยินเรื่องโรคจิตแถวจุฬามาหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอกับตัวเอง วันนี้ตอนประมาณบ่ายสอง เรากำลังจะเดินไปรอรถปอพที่ป้ายฝั่งตรงข้ามโรงอาหารรัฐศาสตร์ ผู้ชายในรูปก็เดินมาหาเราแล้วเรียกหนูๆ เราก็นึกว่าจะถามทางอะไรทำนองนั้น แต่พอเค้าเดินมาเค้าก็บอกขอกินน้ำหนูได้ไหม ตอนนั้นเราถือขวดน้ำอยู่ในมือ เราก็ไม่แน่ใจถามเลยเค้าอีกครั้งว่าอะไรนะคะ นึกว่าเค้าจะขอเงินอะไรทำนองนั้น (พอยืนใกล้ๆได้กลิ่นตัวแรงมากเลยคิดว่าอาจเป็นคนจรจัด) เค้าพูดซ้ำอีกว่าขอกินน้ำhee หนูได้ไหม ขอกินน้ำhee (ยิ้มแบบโรคจิตมากก) เราตกใจเลยรีบถอยออกมา  แต่เราเคยอ่านเรื่องของคนที่เจอโรคจิตเค้าบอกว่าคนพวกนี้จะกลัวกล้อง ตอนนั้นไม่รู้คิดอะไรด้วยความตกใจ โกรธ กลัว เลยเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย ผู้ชายคนนี้เห็นก็ยกมือมาบังแล้วรีบเดินหนี (ตอนนั้นคือมือสั่นมากกก) เราก็ไม่ได้ตาม ตอนที่เค้ากำลังจะเดินไปที่รั้วฝั่งอังรีก็มีพี่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้หญิง (ใส่เสื้อสีกากีเลยไม่รู้ว่าเค้าเป็นเจ้าหน้าที่ของที่ไหน) พี่เค้าก็เดินไปหาผู้ชายคนนั้นแล้วถามประมาณว่าทำอะไรเราแต่เค้าเดินหนี พี่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงเลยเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาลัยมา ซึ่งในจุดนี้เราเคืองมาก เจ้าหน้าที่ของมหาลัยเดินมาจากลานจอดรถของคณะ (ที่ติดกับถนนอังรี) แบบเฉื่อยชาทั้งๆที่พี่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงเรียกแบบเอาเป็นเอาตาย    พอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาลัยเดินมา โรคจิตคนนั้นก็เดินหนีออกไปจากรั้วฝั่งอังรี พี่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงเดินมาถามเราว่าเป็นอะไรไหม มันทำอะไรหนูไหม เราก็บอกว่ามันแค่พูดเฉยๆ พี่เค้าก็บอกให้ระวังตัวเพราะก่อนหน้านี้พี่เค้าก็เคยเห็นผู้ชายคนนี้แถวนี้ เราก็ขอบคุณพี่เค้าก่อนจะขึ้นรถปอพที่มาพอดี สิ่งที่เราเคืองยิ่งกว่าการเจอโรคจิตคือการจัดการกับปัญหาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาลัย ตั้งแต่ตอนที่พี่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงเรียก เจ้าหน้าที่คนนี้ก็เดินมาอย่างเฉื่อยชาซึ่งถ้าหากผู้ชายคนนั้นคิดจะทำร้ายเราเราก็คงจะโดนไปแล้ว และเมื่อเขาเดินมาเขาก็ไม่ได้ทำอะไรกับชายคนนั้นเลยซึ่งอย่างน้อยเราคิดว่าเค้าควรจะถ่ายรูปไว้เพื่อกระจายข่าวและป้องกันให้ชายคนนี้เข้ามาในบริเวณมหาลัยอีก เราไม่รู้ว่าตรงจุดนั้นมีกล้องวงจรไหม สิ่งที่เค้าทำคือยืนดูเฉยๆ ไม่ถามอะไรเราด้วย(มองในแง่ดีเค้าอาจจะไปถามจากพี่เจ้าหน้าที่ผู้หญิงอีกที) ตอนนี้ยังรู้สึกโกรธและกลัวอยู่เลย […]