ป่าเถื่อน! ครูโดนทำร้ายเลือดอาบหน้า หลังไปเตือนเด็กป.2 ห้ามขับรถ ATV ในโรงเรียน พ่อเด็กเลยทำร้ายครู ย่าเด็กป้องเป็นคนดีทั้งบ้าน

กรณีครูหนุ่มรายหนึ่ง เข้าร้องเรียนกับสื่อมวลชน หลังถูกผู้ปกครองเด็กทำร้ายร่างกาย สาเหตุมาจากตักเตือนเด็กนักเรียนชั้น ป.2 ไม่ให้ขับรถเอทีวีในโรงเรียน เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุ และพื้นที่ที่ปูด้วยหินจะเป็นหลุม ขณะนี้เกรงว่าจะถูกทำร้ายซ้ำอีก เพราะถูกพ่อเด็กยกพวกมาทำร้ายต้องเย็บ 10 กว่าเข็ม อีกทั้งคู่กรณีไม่มาขอโทษ นายปีแสง (นามสมมติ) อายุ 33 ปี คุณครูสอนวิชาศิลปะ โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ หลังถูกนายสร (นามมติ) อายุ 26 ปี ผู้ปกครองนักเรียนชายชั้น ป.2 ต่อยเข้าบริเวณใบหน้าด้านหน้าฝั่งขวา ทำให้กระเด็น และหน้าผากด้านขวาไปกระแทกกับโต๊ะพับเหล็กจุดคัดกรองนักเรียน ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าผากด้านขวาแตก เย็บ 10 เข็ม และบริเวณโหนกแก้มช้ำ มุมปากขวาแตก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา เวลา 18.30 น. ส่วนสาเหตุที่ทำร้าย นายสร ไม่พอใจที่คุณครูปีแสงไปตักเตือนลูกชายไม่ให้ขับรถเอทีวีขนาดจิ๋ว 49 ซีซี ในพื้นที่ภายในหน้าประตูของโรงเรียน ซึ่งเด็กได้ขับรถด้วยความเร็ว ทำให้เสียงดัง แถมยังทำให้หินที่นำปูพื้นมันเป็นหลุม และกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ โดยนายปีแสง (นามสมมติ) อายุ 32 ปี คุณครูสอนวิชาศิลปะ เล่าว่า เหตุเกิดในวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ที่ผ่าน ขณะนั้นตนกำลังเฝ้าเวรยามในช่วงเวลากลางคืน แต่ช่วงเวลา 18.30 น. เด็กชายต้น (นามสมมติ) ได้มาขับรถเอทีวีประดิษฐ์เองมาขับเล่นที่บริเวณภายในหน้าประตูของโรงเรียน ซึ่งขับด้วยความเร็วและดริฟรถทำให้เสียงรถส่งเสียงดัง ตนได้ไปบอกกล่าวเด็กชายต้นว่าให้ขับรถเบาลง และให้ระมัดระวัง เพราะจะเกิดอันตราย โดยได้ตักเตือน 2 ครั้ง ขณะที่เด็กขับขี่รถไม่มีผู้ปกครองมาดูแล หากเด็กอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง ตนก็คงจะไม่กระทำหรือตักเตือน หลังจากตักเตือนเด็กชายต้นได้ไปฟ้องนายสรว่าถูกตนด่า หลังจากนั้นสักพัก นายสร ได้เดินมาบริเวณโดม โดยไม่สวมเสื้อมาตะโกนโวยวาย“ทำไมขับไม่ได้ เป็นอะไร มีปัญหาอะไร ทำไมขับไม่ได้” ตนได้นั่งทำงานอยู่ แต่ได้โผล่หน้าออกมาดู โดยนายสรเรียกตนออกไปหา ซึ่งตนได้เดินออกไปจากชั้นเรียนไปหา ได้อธิบายกับนายสรว่า เด็กขับรถเร็ว และทำให้หินที่ปูพื้นเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วนายสรก็บอกว่า เป็นหลุมและเสียงดังแล้วจะทำไม ตนได้ขอโทษนายสร เพื่อให้อารมณ์นายสรดีขึ้น พร้อมกับบอกว่าขับได้เลย แต่ขับเบาหน่อย ซึ่งนายสรมีเพื่อนมาด้วย 3 คน แต่ไม่ได้ลงจากรถจักรยานยนต์ คนที่ทำร้ายมีเพียงนายสร ตนไม่ได้ต่อสู้ เพราะนายสรตัวใหญ่สูง 185 ซม. โชคดีที่เพื่อนได้เข้ามาช่วยเหลือ จากนั้นนายสรได้เดินออกไปไร้คำขอโทษ ตนยอมรับว่าเด็กชายต้น ขับรถเอทีวีเก่ง แต่ก็กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ และปกติแล้วเด็กชายต้นก็จะชอบมาขับรถอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะขับบริเวณในโดม ก็ทำให้พื้นเกิดรอยล้อรถ ขณะนี้ยอมรับว่าขวัญเสีย กลัวว่านายสร จะกลับมาทำร้ายอีก ถึงแม้ว่าจะได้ไปแจ้งความมาแล้วก็ตาม โดยหลังจากที่ไปโรงพยาบาลมา ได้รีบไปแจ้งความที่สภ.บางบ่อ หลังจากผ่านมาแล้ว 13 วัน ทางเจ้าหน้าที่รอให้ได้ใบรับรองแพทย์ก่อน ถึงจะสามารถต้องข้อหล่าวหาได้ ตอนนี้อยากให้นายสรมาขอโทษ หากมาขอโทษ พร้อมที่จะให้อภัยอยู่แล้ว ส่วนตัวแล้วไม่รู้จักกับนายสรว่าลักษณะนิสัยเป็นเช่นไร ถึงแม้ว่าเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ 4 ปีแล้ว และส่วนเด็กชายต้น ก็มาเรียนปกติ ไม่กล้าสบตาตน แต่ตนก็ไม่มีอคติกับเด็กชายต้น ทั้งนี้ตนกลัวว่าจะเกิดอันตราย จึงได้คุยกับผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อขอย้ายโรงเรียนไปสอนนักเรียนที่อื่น และทำเรื่องขอย้ายไปแล้ว หลังจากที่ได้พูดคุยกับชาวบ้านในละแวกนั้น ทีมข่าวได้ไปบ้านของนายสร ซึ่งไม่พบนายสร โดยนางประเทือง พลอยเพชร อายุ 74 ปี ยายของนายสร อ้างว่า นายสรไม่อยู่บ้านไปส่งรถให้กับลูกค้า ไม่รู้จะหลับมาเมื่อไร สำหรับเรื่องที่นายสรไปต่อยคุณครูนั้นตนไม่ทราบ เพราะปกติแล้วนายสรไม่ได้มาคุยหรือเล่าอะไรให้ฟัง ลักษณะนิสัยของหลานชายเป็นคนดี เลี้ยงดูตน ซ้อมรถอยู่หลังบ้าน มีเพื่อนมาก ไม่เคยมีพฤติกรรมที่ไปทำร้ายร่างกายกัน ส่วนน้องต้นก็ลักษณะนิสัยปกติดี อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเรื่องแล้วหากนายสร กลับบ้านมาตนจะสอบถามและให้ไปขอโทษครู ทีมข่าวได้รอนายสร แต่ทางญาติบอกว่าไม่ต้องรอ เพราะนายสรอาจกลับบ้านดึกประมาณ 20.00 น. หากรอก็คงจะไม่เจอ หลังจากนั้นก็ได้ขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ แต่ทางญาติของนายสรปฏิเสธ และได้ขับรถไป ทีมข่าวได้ติดต่อสอบถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบ่อ […]

สุดสะเทือนใจ! 4 พี่น้องไปขอทาน ได้เงินมาพ่อขี้เมาเอาหมด แถมทุบตีเลือดอาบ

พ่อชาวเมียนมาประชดเมียหนีออกจากบ้าน เมาอาละวาดทำร้ายลูกจนร้องไห้ลั่น ชาวบ้านสุดทนบุกช่วยเหยื่อพ่อโหด ชาวบ้านวอนช่วย 4 หนูน้อยมีแต่ข้าวเปล่าประทังชีวิต เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 10 เม.ย.63 ร.ต.อ.นที คำสุข รอง สว.(สอบสวน) สภ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมตำรวจสายตรวจ 191 และหน่วยกู้ชีพมูลนิธิตากร่วมใจสงเคราะห์เขตนครแม่สอด เดินทางไปตรวจสอบเหตุที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ภายในชุมชนบ้านถุงทอง เขตเทศบาลนครแม่สอด อำเภอแม่สอด ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนใหญ่มีทั้งคนไทยและคนต่างด้าวอยู่รวมกันหนาแน่น พบชาวบ้านจำนวนมากกำลังรุมล้อมบ้านเช่าหลังหนึ่ง และมีเสียงเด็กร้องไห้ดังออกมาจากบ้านเช่าหลังดังกล่าว ชาวบ้านจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือเด็กรวม 4 คนออกมาจากบ้าน ซึ่งหนึ่งในสี่ เป็นเด็กหญิง อายุเพียง 7 เดือน ถูกช่วยเหลือหนีรอดออกมาได้แบบเฉียดฉิว ส่วนอีกสามคน ซึ่งก็เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกันเป็นเด็กชายอายุ 10 ปี ตามลำตัวมีรอยฟกช้ำ อีกสองคนเป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบ และเด็กหญิงวัย 8 ขวบ ซึ่งเป็นรายที่ถูกทำร้ายหนัก ศีรษะบวมแตก ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำหลายแห่ง หน่วยกู้ชีพแม่สอดต้องรีบเข้าไปช่วยเหลือนำตัวเด็กที่ถูกทำร้ายส่งโรงพยาบาลแม่สอด เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นชาวเมียนมา และเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็กทั้ง 4 คนที่ถูกทำร้างกาย ซึ่งนายเอ มีสภาพคล้ายคนเมาสุรา และพูดจาวกวนถูกตำรวจควบคุมตัว เบื้องต้น นายเอ ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายลูก และอ้างว่า บาดแผลตามร่างกายลูก เกิดจากการวิ่งเล่นซุกซน ส่วนคนที่บาดเจ็บหนักเกิดจากการที่ตนอุ้มลูกแล้วหลุดจากมือ จนศีรษะกระแทกพื้น แต่สุดท้ายนายเอ ก็ถึงกับคอตกเมื่อตัวลูกทั้งสามบอกว่าถูกพ่อแท้ๆ ทำร่างกายจริง จนชาวบ้านเกิดการไม่พอใจหวิดถูกรุมประชาทัณฑ์ ต่อมาตำรวจต้องรีบนำตัวพ่อใจร้ายรายนี้ขึ้นรถสามล้อนำตัวออกจากที่เกิดเหตุ ชาวบ้านรายหนึ่ง ให้การกับตำรวจว่า เมื่อสองวันก่อน ภรรยานายเอ ได้หนีออกจากบ้าน เนื่องจากทนการเมาอาละวาดของสามีไม่ไหว ซึ่งเด็กทั้ง 4 ก็ถูกทิ้งไว้ในห้องเช่า จนเด็กๆ ต้องออกเร่ร่อน ขอทาน หาเงินมาเลี้ยงดูพ่อ ซึ่งพ่อก็นำเงินที่เด็กหามาได้ไปซื้อสุรามาดื่มจนเมา แล้วพอเมาได้ที่ก็ระบายความเครียดที่ภรรยาหนี และประชดสังคมทำร้ายร่างกายลูกๆ โดยพ่อทำร้ายเด็กๆ จนร้องไห้ดังลั่นชุมชน แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเด็ก เนื่องจากเกรงว่าได้รับอันตราย ซึ่งนายเอ มีนิสัยนักเลงจนชาวบ้านเกรงกลัว สุดท้ายช่วงเกือบเที่ยงวันนี้ นายเอก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งจากการดื่มสุรา ไล่ทำร้ายร่างกายลูกทั้งสี่อีก จนชาวบ้านทนไม่ไหวรวมตัวกันบุกเข้าไปช่วยเด็กๆ ทั้งสี่หนีรอดออกมาได้ ก่อนจะประสานตำรวจมาจับกุมตัวไปดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านในชุมชนต่างวิงวอนขอให้ภาครัฐและเอกชนเข้ามาช่วยเหลือเด็กทั้งสี่คน เนื่องจากมีเพียงข้าวเปล่ารับประทานเป็นวันๆ และร้องขอให้นักสังคมสงเคราะห์เร่งช่วยมาดูแลปรับสภาพจิตใจของเด็กอย่างเร่งด่วนด้วย

ลิงแย่งกล้วย…!! เด็ก 3 ขวบ ขย้ำหัวเลือดอาบ

ลิงแย่งกล้วย…!! เด็ก 3 ขวบ ขย้ำหัวเลือดอาบ เกิดเหตุสลดขึ้น เมื่อลิงบุก กัดขย่ำหัวเด็กวัย 3 ขวบ จนแผลเหวอะหวะ หูฉีก ญาติต้องรีบนำตัวส่งโรงพยา บาลให้แพทย์เย็บแผล ฉีดยาทั้งหัว คาดลิงอยากกินกล้วยที่วางอยู่ข้างเด็กจึงถูกกัด วอนเจ้าหน้าที่มาช่วยจับ ไปด้วย เมื่อเวลา 15.20 น. ( 23 ธ.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้โพสต์เฟซบุ๊คผ่านโลกโซเชียลใช้ชื่อ แก้วตา ศรีคง โพสต์ข้อความ ระบุ “ ลิงมากัดหลานฉันใครจะรับผิดชอบ มาทุกวัน ” เมื่อตรวจสอบไปยังชื่อดังกล่าว พร้อมได้เดินทางไปยังบ้านที่เกิดเหตุเลขที่ 260/1 หมู่ที่ 1 ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี พบนางพเยาว์ ศรีคง อายุ 63 ปี และนางสาว วาสนา อำนวลใจ อายุ 23 ปี มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ในอ้อมแขนพบ ด.ช. ปิยพัฒน์ วิชิตชาญ หรือน้องอิ๊กคิว อายุ 3 ขวบ บริเวณศรีษะมีผ้าก๊อกปิดแผลอยู่หลายแห่ง และยังมีรอยข่วนอยู่เต็มศีรษะ ใบหน้าและใบหูฉีกขาด สภาพไม่ใส่เสื้อมีอาการซึม หวาดกลัว ร้องไห้เป็นระยะ หลังจากที่น้องอิ๊กคิวกำลังเล่น ของเล่นอยู่หน้าบ้าน และได้ถูกลิงตัวหนึ่งขย่ำกัดจนแผลเหวอะหวะ จนเด็กส่งเสียงร้องไห้ลั่นบ้านด้วยความ เจ็บปวดและหวาดกลัว ขณะที่นางพเยาว์ผู้เป็นยายได้เดินไปเข้าห้องน้ำในบ้าน เมื่อได้ยินเสียงร้องของหลาน จึงรีบวิ่งออกมาดู พบว่าลิงได้กระโดดหนีหายไปแล้ว เหลือแต่หลานชายมีเลือดออกจำนวนมากอยู่บนศรีษะ ร้องไห้ด้วยอาการด้วยความเจ็บปวด นางพเยาว์ ศรีคง คุณยายของน้องอิ๊กคิว กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุน้องอิ๊กคิวนั่งเล่นของเล่นอยู่กับพื้นทราย หน้าบ้าน ตอนกัดนั้นตนเองไม่เห็นเพราะกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ และได้ยินเสียงเด็กร้องกรี๊ดจึงรีบออกมาดูได้ ยินเสียงโครมครามอยู่บนหลังคาคาดว่าคงจะเป็นลิง อีกทั้งเคยเห็นลิงได้มาวิ่งเล่นอยู่บริเวณรอบๆบ้านเกือบ ทุกวัน เพราะที่บ้านอยู่ใกล้กับอุทยานหินเจางู ซึ่งมีลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และเคยได้ข่าวลิงกัดเด็กใกล้ ๆ บ้านมาแล้ว แต่ตอนนั้นเด็กถูกกัดเจ็บไม่มาก ส่วนหลานตัวเองที่โดนกัดมีบาดแผลเยอะหลายแห่ง ถ้ามีคนอยู่ ใกล้ ๆ ลิงจะไม่ค่อยเข้ามาแถวบ้าน อีกทั้งบนเตียงนั่งเล่นได้วางกล้วยน้ำว้าไว้ใกล้ที่หลานเล่นด้วย ไม่รู้เป็น สาเหตุนี้หรือเปล่า จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือด้วย หลังจากที่ผ่านมาลิงได้สร้างปัญหา รื้อค้นสิ่งของแถวบ้าน และยังเกรงว่าจะกลับมาทำร้ายกัดเด็กซ้ำอีก ส่วนสภาพเด็กขณะนี้หลังจากที่แพทย์โรงพยาบาลราชบุรี ได้รักษาอาการทำการเย็บและล้างแผลและฉีดยา กันบาดทะยักพร้อมให้ยาแก้ปวดลดไข้มารับประทานแล้ว ก็กลับมารักษาตัวที่บ้าน เด็กอยู่ในสภาพหวาดกลัว บางครั้งมีอาการร้องไห้เป็นช่วง ๆ แม่ต้องคอยปลอบและคอยกอดอยู่ตลอด และได้สอบถามว่าใครทำร้ายแบบนี้ น้องอิ๊กคิวบอกว่าลิง และร้องไห้บอกว่าเจ็บ ๆ เป็นภาพที่สะเทือนใจ บริเวณใบหน้าและที่บริเวณหู และศรีษะก็ เต็มไปด้วยรอยข่วน บางจุดเป็นแผลลึกด้วยทำให้แม่ต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ************************ (ขอขอบคุรเรื่องจาก siamrath)

ปลาเต็กเล้งตกใจเสียงเรือ ก่อนจะกระโดดแทงคอหนุ่มประมง เคราะห์ดีได้สติรีบนำเรือฝั่ง

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เกิดเหตุปลาเต็กเล้งกระโดดขึ้นจากน้ำทะเลใช้ปากแหลมแทงเข้าคอ นายสมมาตร ไกรอินทร์อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165/1 หมู่ 4 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง อาชีพประมงพื้นบ้านชายฝั่ง ทำให้เลือดไหลนอง หลังเกิดเหตุญาติได้เร่งนำตัวขึ้นฝั่งก่อนส่งโรงพยาบาลระยองเพื่อรักษาต่อเนื่องจากมีเลือดออกมาก ล่าสุด อาการปลอดภัยแล้ว และแพทย์ให้นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จากการสอบถามนายสมมาตร ไกรอินทร์ ผู้บาดเจ็บ ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ได้นำเรือประมงออกไปวางอวนกุ้งในทะเลตามปกติ ขณะที่ลอยเรือวางอวนกุ้งอยู่นั้น ซึ่งห่างจากชายฝั่งประมาณ 2 กิโลเมตร ปรากฏว่า มีปลาเต็กเล้งลำตัวยาวเกือบ 1 เมตร และมีปากแหลมยาวกว่า 10 เซนติเมตร กระโดดขึ้นมาจากน้ำทะเลก่อนที่ปากของมันแทงเข้าบริเวณลำคอด้านขวา จนเลือดไหลทะลักอาบตัว ส่วนปลาตัวดังกล่าวหลังจากกระโดดขึ้นมาแทงคอตนเองก็ได้ตกลงไปในน้ำทะเลและว่ายหายไป ต่อมาตนได้พยายามนำเรือเข้าฝั่ง เพื่อขอความช่วยเหลือก่อนที่ญาติรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลให้แพทย์ช่วยชีวิตดังกล่าว โชคดีที่อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่ง ส่วนสาเหตุที่ทำให้ปลาเต็กเล้งกระโดดขึ้นจากน้ำทะเล คาดว่าปลาน่าจะตกใจเสียงเรือ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุปลาเต็กเล้งแทงคอทหารเรือนายหนึ่งเสียชีวิตมาแล้ว เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ จ.ตราด คือ จ่าโทเกรียงศักดิ์ เพ่งพินิจ โดยถูกปลาเต็กเล้งใช้ปากแหลมแทงเข้าคอถูกเส้นเลือดใหญ่ทำให้เสียเลือดมากและเสียชีวิตในที่สุด

1 2