ล็อกดาวน์…!! เรือนจำชัยภูมิ ติดโควิดพุ่งรายวัน นับร้อยรวมแล้วกว่า1,284 ราย

ล็อกดาวน์…!! เรือนจำชัยภูมิ ติดโควิดพุ่งรายวัน นับร้อยรวมแล้วกว่า1,284 ราย ผู้ว่าฯ ยันควบคุมการแพร่ระบาดภายในเรือนจำอยู่ในวงจำกัดได้ทั้งหมดแล้ว เพราะเป็นสถานที่ปิดคาดยอดติดเชื้อยังเพิ่มอีกต่อเนื่องจากกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดทั้งผู้ต้องขัง-บุคลากรผู้คุมเรือนจำ รวมเกือบ 1,800 คน เสี่ยงติดเชื้อทั้งหมดเพียงรอผลตรวจยืนยันอีกระยะเท่านั้น สั่งล็อกดาวน์แยกกักตัวทุกคนห้ามเข้าออกเรือนจำทั้งหมดแล้ว! รวมมีผู้ป่วยภายในจังหวัดรายวันเพิ่มขึ้น 148 ราย แยกติดเชื้อนอกจังหวัด 26 ราย ติดเชื้อในเรือนจำ 106 ราย ติดเชื้อในจังหวัดจากคลัสเตอร์เดิมอีกรวม 16 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่ 6 อำเภอ ที่ อ.คอนสวรรค์ 3 ราย ,อ.คอนสาร 1 ราย ,อ.จัตุรัส 2 ราย คลัสเตอร์งานศพบ้านโนนจาน ,อ.ภูเขียว 1 ราย ผู้สัมผัสผู้ป่วยร้านภูเขียวรวมเกษตร ,อ.เมือง 3 ราย  และ อ.หนองบัวระเหว 6 ราย จากคลัสเตอร์ใหม่ใน  ต.โคกสะอาด  ม.3 บ้านโคกสะอาด ติดจาก ผู้ป่วยที่มาจากนอกจังหวัด   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -ผู้ว่าฯ กทม. ลั่น ! ไม่เคยพูดเรื่องเปิดเมือง ลั่นไม่มีจริง ! -เช็คเลย! เงินเยียวยา ม.40 ตรวจสอบสิทธิ์ รับรวดเดียว10,000   รวมล่าสุดมีผู้ป่วยสะสมรวมแล้ว 10,013 ราย เสียชีวิต 82 ราย ซึ่งยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นอีกต่อเนื่อง โดยนายวิเชียร  จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยว่า ในกรณีที่ขณะนี้ประชาชนชาวชัยภูมิ ให้ความสนใจต่อกรณีคลัสเตอร์ที่มีการแพร่ระบาดจำนวนมากภายในเรือนจำชัยภูมิ ซึ่งยืนยันว่าทางจังหวัดทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมในวงจำกัดได้แล้ว เพราะเป็นสถานที่ปิดคาดยอดติดเชื้อยังเพิ่มอีกต่อเนื่อง จากกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดทั้งผู้ต้องขัง-บุคลากรผู้คุมเรือนจำ รวมกว่า 1,800 คน เสี่ยงติดเชื้อทั้งหมด ได้สั่งล็อกดาวน์แยกกักตัวทุกคนห้ามเข้าออกเรือนจำทั้งหมดแล้ว และเชื่อว่าจากยอดบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรือนจำทั้งหมดทั้งเกือบ 1,800 คน น่าจะเชื้อตามมาทั้งหมด ซึ่งรอเพียงผลตรวจยืนยันตามมาอีกระยะนี้เท่านั้น ขอประชาชนอย่าแตกตื่นตกใจ เพราะในจุดที่เกิดการระบาดเป็นสถานที่ปิดควบคุมในวงจำกัดได้ง่ายโดยเร็วอยู่แล้วในขณะนี้  

ราชทัณฑ์แจง ! ไม่ได้ทำ “เพนกวิน” ล้มหัวฟาดพื้น เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม

รายงานข่าวจากผู้ติดตามทนายความซึ่งได้เข้าเยี่ยม บอย ธัชพงศ์ แกดํา สมาชิกกลุ่มภาคีนิรนาม และภาคีเซฟบางกลอย ที่ถูกฝากขังในคดีการชุมนุมหน้า ตชด. ภาค1 โดยศาลธัญบุรี เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้ ระหว่างบอยและ เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ กำลังรอคิวเข้าเยี่ยมโดยทนายความ ผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ปรากฏว่ามีผู้คุมประมาณ 10 คนเข้ามาภายในห้องควบคุมตัวที่บอยและเพนกวิน พักรักษาตัวจากโรคโควิด-19 อยู่ โดยมีท่าทีพูดจาก้าวร้าว เช่น “ออกไปๆ เก็บของ” ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ราชทัณฑ์เผย อาการ 4 แกนนำ เพนกวิน-ไมค์-ไผ่-บอย เตรียมส่งกลับเข้าเรือนจำตามปกติ กลุ่มปกป้องสถาบันฯ เรียกร้องศาลอาญา ค้าน “เพนกวิน-นิว” ย้ายรพ. รักษาโควิด-19 ทางผู้คุมแจ้งกับเพนกวินว่า วันนี้จะย้ายตัวเขา บอย และ ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก กลับไปยังเรือนจำอำเภอธัญบุรี แต่ระหว่างนั้นเพนกวิน ซึ่งไม่ได้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการย้ายตัวได้อารยะขัดขืนเพื่อรอพูดคุยกับทนายความที่มารอเยี่ยมตั้งแต่เช้า และขอรับประทานอาหาร แต่ผู้คุมไม่ยินยอม จึงเข้าใช้กำลังจับแขนหิ้วตัวเพนกวินออกจากเตียงผู้ป่วย จนพลาดทำให้เพนกวินตกพื้นหัวฟาดอย่างจัง รายงานข่าวระบุว่า บอยเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เนื่องจากรักษาตัวอยู่เตียงข้างกันเปิดเผยในภายหลังว่า เขาได้พยายามพูดห้ามปรามไม่ให้ผู้คุมใช้ความรุนแรง แต่ก็ถูกด่ากลับมาว่า “ไอ้สัตว์ มึงอย่าเสือก” จนกระทั่งมีปากเสียงกับผู้คุมทั้งหมดที่เข้ามา และทำให้ผู้ต้องขังที่ติดโควิดคนอื่นๆ ตกใจไปด้วย แต่ในที่สุดก็สามารถเจรจาให้ผู้คุมยอมให้พวกเขาได้พบทนาย และรับประทานอาหารก่อนได้ ต่อมาในเวลา 12.30 น. ทั้งสามคนจึงถูกพาตัวออกจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไปยังเรือนจำอำเภอธัญบุรี ต่อมา ธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวนั้น ได้รับรายงานข้อเท็จจริงจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์พบว่า ในช่วงเช้า ทีมแพทย์และพยาบาลได้เข้าตรวจรายการผู้ต้องขังทั้ง 3 รายประกอบด้วย พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ภาณุพงศ์ จาดนอก และ ชาติชาย (ธัชพงศ์) แกดำ โดยอาการทั่วไปปกติดี และแพทย์ได้ลงความเห็นว่าหายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว จากนั้น พริษฐ์ และเพื่อนได้โต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ แสดงออกถึงความไม่ต้องการที่จะถูกส่งตัวกลับไปยังเรือนจำปกติ ซึ่งเจ้าตัวไม่ยินยอม ให้เจ้าหน้าที่อธิบายรายละเอียดถึงความจำเป็นและนำรถเข็นมารับแต่พริษฐ์ ก็ยังใช้กำลังขัดขืนไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าพนักงานเรือนจำจึงได้ช่วยกันคุมตัวพริษฐ์ ขึ้นรถเข็นโดยไม่มีการทำร้ายร่างกายตามที่มีการกล่าวอ้างต่อมาพริษฐ์ ได้เข้าพบทนายตามปกติ จากนั้น ในเวลา 12.30 น. เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องขังทั้ง 3 ราย ส่งตัวกลับไปคุมขังยังเรือนจำอำเภอธัญบุรี โดยขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่แดน 2 ห้องควบคุม 3/6 ที่ได้มีการฆ่าเชื้อทำความสะอาดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งเป็นห้องเดียวกับ ฟ้า พรหมศร ธรรมจารี โดยทั้งหมดต้องถูกแยกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อสังเกตอาการผู้ที่หายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด–19 ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมมีทีมแพทย์พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด ธวัชชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องขังทั้งหมดมีสุขภาพร่างกายปกติดี มิได้เกิดเหตุการณ์ตามที่เป็นข่าว และไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดผลักให้นายพริษฐ์ ล้มศีรษะฟาดพื้นตามที่กลุ่มทางการเมืองสร้างกระแสข่าวแต่อย่างใด จึงขอเตือนพี่น้องประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอมและข่าวบิดเบือน พร้อมทั้งขอยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ราชทัณฑ์เผย อาการ 4 แกนนำ เพนกวิน-ไมค์-ไผ่-บอย เตรียมส่งกลับเข้าเรือนจำตามปกติ

นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์ ขอรายงานสถานการณ์และการควบคุมดูแลตัวผู้ต้องขังที่เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาเรียกร้องทางการเมือง ดังนี้ ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม กลุ่มปกป้องสถาบันฯ เรียกร้องศาลอาญา ค้าน “เพนกวิน-นิว” ย้ายรพ. รักษาโควิด-19 ภาพล่าสุด ไฮโซลูกนัท หลังเข้ารักษาดวงตา ลั่นกลับมาแล้วเมื่อไหร่เพนกวินจะได้กลับบ้าน กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษา ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และนายชาติชาย แกดำ หรือบอย ในวันนี้ แพทย์ประจำทัณฑสถานฯ ได้เข้าตรวจร่างกายพบว่า นายพริษฐ์ รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ไม่ไอ ไม่มีไข้ ไม่มีน้ำมูก รับประทานอาหารได้ ขับถ่ายปกติ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. เวลา 20.00 น. มีอาการปวดศีรษะข้างเดียว แพทย์ได้จ่ายยาตามอาการ สามารถหลับพักผ่อนได้ ส่วนนายภาณุพงศ์ พบว่า รู้สึกตัวดี ช่วยเหลือตัวเองและนอนหลับได้ รับประทานอาหารได้ ไม่มีอาการผิดปกติ โดยทั้ง 2 คน มีสัญญาณชีพและค่าออกซิเจนในเลือดเป็นปกติ รวมทั้งได้รับการรักษาโควิด-19 จนครบกำหนด 14 วันแล้ว และอยู่ระหว่างการพักฟื้น เพื่อจำหน่ายกลับไปคุมขังยังเรือนจำฯ ตามเดิม ด้านนายจตุภัทร์ รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย สีหน้าสดใส ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก นอนหลับพักผ่อนได้ และนายชาติชาย รู้สึกตัวดี ถามตอบรู้เรื่อง ช่วยเหลือตัวเองได้ เดินทำกิจวัตรได้เองตามปกติ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ไม่มีไข้ สามารถนอนหลับพักผ่อนได้ รับประทานอาหารได้ ขับถ่ายปกติ ในวันนี้ แพทย์แจ้งว่า ทั้ง 2 คนได้รับการรักษาโควิด-19 ครบกำหนด 14 วัน และอยู่ระหว่างพักฟื้น เพื่อจำหน่ายกลับไปคุมขังยังเรือนจำฯ ตามเดิมเช่นกัน ทำให้ขณะนี้ผู้ต้องขังทั้ง 4 ราย ได้รับการรักษาโควิด-19 ครบกำหนดทุกคนแล้ว อยู่ระหว่างการพักฟื้นเพื่อเตรียมส่งกลับเข้าเรือนจำฯ นายธวัชชัย กล่าวว่า ผู้ต้องขังคดีการเมืองที่ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราวรังสิต คือ นายณัฐชนน ไพโรจน์ ที่ถูกควบคุมตัวเพียงคนเดียวอยู่ที่อาคารเรือนนอน 2 ห้องควบคุม 2/2 พยาบาลเรือนจำเข้าตรวจสุขภาพและวัดอุณหภูมิร่างกายเป็นประจำทุกวัน โดยค่าอุณหภูมิ ค่าชีพจร อัตราการหายใจ และค่าออกซิเจน ในกระแสเลือดเป็นปกติ ไม่มีไข้ ไม่มีปวดศีรษะ ไม่มีอาการไอ ไม่มีอาการคัดจมูก ไม่มีน้ำมูก หายใจดี ไม่มีอาการหอบเหนื่อย รับประทานอาหารได้ ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ไม่มีอาการท้องเสียและถ่ายเหลว ในส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง จำนวน 2 คน ได้แก่ นายอานนท์ นำภา และนายเวหา แสนชนชนะศึก ทั้ง 2 คน มีผลค่าอุณหภูมิ ค่าชีพจร อัตราการหายใจ และค่าออกซิเจนในกระแสเลือดเป็นปกติ นอนพักผ่อนได้ตามปกติ ไม่มีอาการเจ็บป่วย สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดีเช่นกัน ส่วน นายพรหมศร วีระธรรมจารี ที่ครบกำหนดจากการรักษาโควิด-19 และถูกส่งตัวกลับไปคุมขังยังเรือนจำอำเภอธัญบุรี เมื่อ 6 ก.ย. ขณะนี้อยู่ระหว่างแยกกักตัวต่ออีก 14 วัน สำหรับสังเกตอาการ ผลการตรวจร่างกายนายพรหมศร รู้สึกตัวดี ค่าอุณหภูมิ ค่าชีพจร อัตราการหายใจ ค่าออกซิเจนในกระแสเลือดโดยรวมเป็นปกติ และรับประทานอาหารได้ โดยผู้ต้องขังทางการเมืองทั้งหมด 7 ราย จะได้รับการดูแลตรวจวัดสัญญาณชีพ และเฝ้าสังเกตอาการเจ็บป่วยเป็นประจำทุกวันอย่างต่อเนื่อง

เข้าเรือนจำ ! ศาลอาญามีนบุรี ไม่ให้ประกัน “ทอยทอย”

ศาลอาญามีนบุรี วันที่ 7 ส.ค.64 พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ได้ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก นายธนภัทร ชนะกุลพิศาล หรือ ทอยทอย อายุ 21 ปี นักแสดงวัยรุ่นซีรีย์วาย ผู้ต้องหา คดีฆ่าผู้อื่น ฯ จากเหตุที่แฟนสาวถูกแทงเสียชีวิตในบ้านพัก เมื่อวันที่ 6 ส.ค.64 โดยขอยื่นฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 7-18 ส.ค.นี้ เนื่องจากยังต้องสอบปากคำพยานอื่นเพิ่มเติม และกระบวนการตรวจสอบประวัติลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม สอบปากคำ “ทอยทอย” ทั้งน้ำตา เปิดใจก่อนไปศาล อยากขอโทษเขา-ขอโทษแม่เขา “ทนายเจมส์” เปิดเผยถึงกรณี “ทอยทอย” เหตุการณ์เกิดขึ้นไว ยังไม่สามารถสรุปได้ ทั้งนี้ศาลพิจารณาคำร้องฝากขังแล้วอนุญาต ภายหลัง ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องพร้อมเสนอหลักทรัพย์เป็นเงินสด 100,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง และยินยอมจะติดอุปกรณ์กำไล EM สำหรับติดตามตัวระหว่างการปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลอาญามีนบุรี พิเคราะห์คำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์ในการกระทำตามคำร้องเป็นเรื่องร้ายแรง คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน หากให้ปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงไม่อนุญาต ยกคำร้อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อศาลไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ราชทัณฑ์จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษมีนบุรี ระหว่างการฝากขังดังกล่าว

รวบครบแล้ว…!! 4 ผู้ต้องขังคดียา แหกคุกเพชรบูรณ์ ไม่ถึงวันจับได้หมด

รวบครบแล้ว…!! 4 ผู้ต้องขังคดียา แหกคุกเพชรบูรณ์ ไม่ถึงวันจับได้หมด วันที่ 19 กรกฎาคม จ.เพชรบูรณ์ ทางตำรวจสภ.เมืองเข้าจับกุมผู้ต้องขังคดียาเสพติดที่แหกเรือนจำจ.เพชรบูรณ์ในวันนี้ได้เพิ่มอีก 2 รายประกอบด้วย 1.นายธนดล ตันติวนิชย์เจริญ อายุ 21 ปีและ 2.นายกฤษฎา คงขาว อายุ 22 ปี โดยถูกจับกุมได้หลังร้านขายจยย. ในอ.เมือง ขณะยังใส่โซ่ตรวนที่ขา 2 ข้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ทันขณะผู้ต้องขังทั้ง 2 รายกำลังจะก่อเหตุลักรถจยย.เพื่อหลบหนี โดยตอนนี้คงเหลือนายภัทรดนัย สื่อศิริธำรง อายุ 41 ปีที่ยังหลบหนีอยู่ ทำให้ตอนนี้จับกุมผู้ต้องขังได้ทั้งหมด 3 รายหลังจากเมื่อช่วงเช้าจับกุมนายวัชรินทร์ จันทร์บูรณ์ อายุ 35 ปีได้เพิ่ม หลังผู้ต้องขังทั้ง 4 คนก่อเหตุปีนฝ้าหนีออกมา โดยอาศัยจังหวะที่เรือนจำอยู่ระหว่างก่อสร้าง ล่าสุดตำรวจจับกุมได้ครบหมดแล้ว   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -ข่าวดี!!!”เด็กไทย”คว้าแชมป์โลก ‘ชนะเกมส์ออนไลน์’ รับเงินรางวัลเกือบ 7ล้านบาท -ไทยอันดับ 3 ของเอเชีย ! (ศบค.) เปิดเผยข้อมูล โควิด-19 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ” ประเทศในทวีปเอเชีย “   สำหรับทางนายภัทรดนัยนั้น มีประวัติไม่ธรรมดา เพราะติดคุกมาแล้ว 3 ครั้งในคดียาเสพติด และครั้งนี้ก็ถูกจับกุมคุมขังในข้อหามียาบ้านในครอบครองจำนวน 4 พันเม็ด ส่วนนายธนดลนั้นถูกจับกุมในความผิดคดียาบ้า 3 แสนเม็ด นายกฤษฎาโดนจับกุมคดียาบ้า 2 หมื่นเม็ดและนายวัชรินทร์โดนจับกุมคดียาไอซ์ 93 กรัม ตำรวจจะคุมตัวผู้ต้องขังทั้ง 4 คนเข้าเรือนจำทันที

1 2 3 7