รวบพระฉี่ม่วง! ตระเวนขับกระบะเรี่ยไรเงินชาวบ้าน

ชาวบ้านสุดทน! แจ้งจับ พระ พร้อมพวก ขับกระบะเรี่ยไรเงิน เจ้าหน้าที่จับตรวจ พบฉี่ม่วง! เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 มี.ค.2564 พ.ต.อ.ชูสิทธิ์ หล่อแสง ผกก.สภ.หมูสี รับแจ้งจากประชาชนว่ามีบุคคลต้องสงสัย มากับพระสงฆ์ ขับรถกระบะ สีขาว ออกตระเวน เรี่ยไรเงินและสิ่งของ ตามหมู่บ้านและประชาชน ในพื้นที่ ต.หมูสี และ ต.โป่งตาลอง จ.นครราชสีมา ก่อความเดือดร้อนรำคราญ ไม่ทราบว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม หลังรับแจ้งจึงมอบหมายให้ พ.ต.ต.อิสริยะ ภูดีทิพย์ พ.ต.ต.ชาย ศรีดามณี สวป. พร้อมด้วย ร.ต.อ.ปรีษา บุญสุระ รอง สวป.นำกำลังออกตรวจสอบตามเส้นทางต่างๆ จนกระทั่งได้รับแจ้งว่าพบ รถกระบะสีขาว โตโยต้า ทะเบียน ยท-6924 นครราชสีมา ที่สามแยกบ้านไร่ หมู่ 7 ต.หมูสี อ.ปากช่อง จึงนำกำลังตำรวจเข้าตรวจสอบ ก่อนพบผู้ขับขี่ พร้อมเพื่อน 2 คนและพระสงฆ์ 1 รูป จึงนำตัวไปยัง สภ.หมูสี เพื่อสอบปากคำ เบื้องต้นพบว่าพระสงฆ์รูปดังกล่าวคือ นายศักดิ์ชัย เยี่ยมโกสีย์ หรือพระศักดิ์ชัย จันทสีโร อายุ 30 ปีชาว จ.สระแก้ว เป็นพระลูกวัดป่าบ้านโนนงี้ว อ.วังน้ำเขียว ตรวจสอบพบปัสสาวะเป็นสีม่วง และรับสารภาพว่าเสพยาบ้าจริง จึงนำตัวไปพบพระครูสถานธรรมธร เจ้าคณะตำบลหมูสี เจ้าอาวาสวัดเทวรูปทรงธรรม ให้ทำการสึกจากการเป็นพระพร้อมดำเนินคดีในข้อหา เรี่ยไรในถนนหลวงหรือในที่สาธารณะการเรี่ยไรโดยโฆษณา ด้วยสิ่งตีพิมพ์ ด้วยวิทยุกระจายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามิน (ยาบ้า) ส่วนคนอื่นที่ร่วมกัน ถูกดำเนินคดีร่วมกันเรี่ยไร พ.ต.อ. ชูสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2564 ที่ผ่านมา ตำรวจ ได้จับกุมพระ 2 รูป สามเณร 1 รูป มาเดินเรี่ยไรในพื้นที่ 1ในนั้นมีคดีตามหมายจับ ศาลจังหวัดสระบุรี ทำการสึกส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และมีนโยบายห้ามเรี่ยไรในเขตพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด เนื่องจากในพื้นที่มีเขตพระราชฐานที่ประทับ และก่อความเดือดร้อนรำคราญ แต่ก็ยังมีมาเรี่ยไรในพื้นที่จนได้ จึงขอฝากถึงประชาชนพบเห็นการออกเรี่ยไร หรือการกระทำผิดกฎหมายใดๆ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือโทรสายด่วน 191  

สาวโพสเตือน พระเรี่ยไรเงินทำบุญหัวร้อนแจกของลับ จะเข้ามาทำร้าย ?

สาวเผยเกือบถูกพระทำร้าย เหตุเพราะมาเรี่ยไรเงินทำบุญผ้าป่า โบกมือปฏิเสธ กลับมายืนกดดัน บอกไม่ทำเจอแจกของลับ พบถูกชาวบ้านขับไล่ไปแล้วยังไม่เข็ด ด้านสำนักสงฆ์แจ้งว่า พระรูปนี้ถูกไล่ออกไปนานแล้ว เตรียมดำเนินคดี เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 64 มีรายงานว่า สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพรถกระบะคันหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า “เตือนภัยหล่มสัก พระมาเรี่ยไรทำบุญ เราแค่โบกมือว่าไม่ทำ พระกลับด่าคำหยาบให้ของลับ” จากนั้นมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า โดนเหมือนกัน และน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกัน ทั้งรถ ชื่อวัด และป้ายทะเบียนเดียวกัน ทำบุญไป 20 บาท ก็ไม่พอใจเดินหนีเลย น.ส.เอ (นามสมมติ) ผู้โพสต์ เผยว่า ตนกำลังนั่งโทรศัพท์อยู่ มีพระเดินมายื่นถังและซองผ้าป่าให้ ตนจึงโบกมือลักษณะไม่รับ แต่พระรูปดังกล่าวก็ยืนเอามือไพล่หลังจ้องมองตนอยู่อย่างนั้น สักพักตนจึงบอกว่าไม่ทำค่ะ พระรูปนั้นทำท่าทางโมโห พร้อมกับพูดว่ารู้แล้วว่าไม่ทำ จากนั้นก็ให้ของลับและบ่นเดินออกไป ตนจึงโมโหบอกว่าพระพูดแบบนี้ได้ยังไง จึงจะเดินไปดู พระรูปดังกล่าวหันกลับมาเหมือนจะทำร้าย ตนจึงรีบวิ่งเข้าบ้านไปหยิบโทรศัพท์เพื่อที่จะถ่ายภาพ แต่ก็ไม่ทัน ถ่ายได้แต่เพียงท้ายและป้ายทะเบียนรถ ด้าน พระรูปหนึ่ง ที่สำนักสงฆ์วิเวกธรรม หมู่ 6 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นสถานที่ระบุในถังผ้าป่า เผยว่า พระรูปดังกล่าวเมื่อก่อนอยู่ในสำนักสงฆ์นี้จริง แต่ถูกชาวบ้านขับไล่ออกไปตั้งแต่ออกพรรษาแล้ว เนื่องจากมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และเพิ่งมาทราบว่าพระรูปดังกล่าวไปก่อเหตุ ซึ่งจะปรึกษากับผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็มีบางรายที่เมื่อได้รับถังผ้าป่าแล้วนำมาถวายที่วัดจึงรู้ความจริง อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าทางสำนักสงฆ์ไม่มีกิจกรรมทอดผ้าป่าแต่อย่างไร เป็นการแอบอ้าง หากใครจะทำบุญ นำมาให้ที่สำนักสงฆ์เองจะดีกว่า

นักเรียนถือป้ายขอบริจาค หาเงินจ้างครู เหตุโรงเรียนไม่มีงบ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2562 เฟซบุ๊ก Nattapon Srichan ได้โพสต์แชร์เรื่องราวชวนสะท้อนใจ ที่ตัวเองพบเจอ ขณะไปเดินที่ กาดนั่งยอง คล้องย่าม ที่ จ.ตาก โดยเด็กนักเรียนหลายคน จากโรงเรียนชุมชนบ้านวังหิน ได้ออกมาถือป้ายเรี่ยไรเงิน ขอเชิญทำบุญทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษา เพื่อหาเงินจ้างครูสอนภาษาอังกฤษ เจ้าของเรื่องเล่าว่า ทางโรงเรียนมีสอนภาษาอังกฤษอยู่แล้ว แต่ขาดงบประมาณ ไม่มีเงินจ่ายเงินค่าจ้างให้ ทำให้ทางออกมีเพียง 2 อย่างคือ จำเป็นต้องปลดครูออก หรือ พยายามหาเงินมาจ่ายเงินเดือนให้กับครู ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก ชาวเน็ตหลายคนก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ปัญหาแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงที่เดียว ที่อื่น ๆ ก็มีเช่นกัน บางทีชาวบ้านก็ระดมทุนหาเงินจ้างครูกันเอง เพื่อให้เด็ก ๆ ได้มีครูสอนหนังสือ บางโรงเรียนจ้างได้แค่เดือนละ 5,000 บาท ขณะที่บางโรงเรียนไหวแค่เดือนละ 3,000 บาท ทางสังคมออนไลน์ต่างตั้งคำถามว่า ทุกวันนี้เงินภาษีประชาชนที่เป็นงบประมาณกระทรวงการศึกษาหายไปไหนหมด โรงเรียนจึงต้องยากลำบาก และถึงขั้นต้องให้เด็ก ๆ ออกมาหาเงินจ้างครู