ครม.ไฟเขียว…!! ปรับลดวงเงิน โครงการ “เราชนะ” 6 พันล้าน

ครม.ไฟเขียว…!! ปรับลดวงเงิน โครงการ “เราชนะ” 6 พันล้าน วันที่ 12 สิงหาคม 2564 แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของโครงการเราชนะในส่วนของกรอบวงเงินในโครงการจากเดิมที่ได้รับจัดสรรวงเงินประมาณ 2.8 แสนล้านบาท ปรับลดลงเหลือ 2.73 แสนล้านบาท โดยปรับลดลงประมาณ 6.76 พันล้านบาท ทั้งนี้วงเงินที่ปรับลดลงเหลือ 2.73 แสนล้านบาทดังกล่าวได้รวมวงเงินที่อยู่ระหว่างดำเนินการระงับสิทธิ์ชั่วคราวของผู้ประกอบการที่กระทำการเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการเราชนะวงเงินประมาณ1.42 หมื่นล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของผู้ประกอบการและประชาชนที่กระทำการเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯซึ่งหกาตรวจสอบแล้วไม่พบการทุจริตจะดำเนินการยกเลิกการระงับสิทธิ์แอปพลิเคชั่น ถุงเงิน และจ่ายเงินให้กับร้านค้าต่อไป สำหรับผลการดำเนินงานของโครงการเราชนะกระทรวงการคลังได้รายงานให้ที่ประชุม ครม.รับทราบว่า ณ วันที่ 30 มิ.ย.2564 มีผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการฯจำนวนทั้งสิ้นกว่า 33.22 ล้านคน แบ่งเป็นกลุ่มผู้มีบัตรสัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.6 ล้านคน กลุ่มผู้มีแอพพลิเคชั่นเป๋าตังค์จำนวน 8.3 ล้านคน กลุ่มผู้ลงทะเบียนฯจำนวน 8.71 ล้านคน และกลุ่มต้องการความช่วยเหลือ จำนวน 2.4 ล้านคน โดยมีผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการฯที่ใช้จ่ายจนครบวงเงินสิทธิ์จำนวนกว่า 2.72 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้รวมวงเงินที่ต้องมีการดำเนินการโอนเงินซ้ำให้แก่ผู้ประกอบการที่โอนเงินไม่สำเร็จจำนวน 645,533.77 บาท   กระทรวงการคลังโดย สศค. ได้มีการกำหนดแนวทางเพื่อควบคุมและป้องกันการกระทำผิดวัตถุประสงค์ของโครงการฯ อย่างเข้มงวด โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาตรวจสอบข้อมูลและเรื่องร้องเรียนสำหรับโครงการเราชนะ โดยคณะทำงานฯ ในการติดตามตรวจสอบผู้ประกอบการและประชาชนที่กระทำการเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการฯ อย่างต่อเนื่องในกรณีที่ตรวจพบธุรกรรมที่มีความผิดปกติและเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการฯ   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -เด็กหญิงอายุ 7 ปี ! ” กตัญญู ” ทำทุกอย่าง ดูแลน้องกับยาย ความเป็นอยู่สุดน่าเวทนา ” วอนผู้ใจบุญให้การช่วยเหลือ “ -ฝากเตือน! ยอดเสียชีวิต-ติดเชื้อโควิดพุ่ง “หมอมนูญ”คาด 100 วันข้างหน้าจะเป็น 100 วันอันตราย     เช่น การรับ แลกวงเงินสิทธิ์เป็นเงินสด เป็นต้น จะดำเนินการระงับสิทธิ์ชั่วคราวการเข้าร่วมโครงการฯ และร่วมมือกับ หน่วยงานต่าง ๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป โดยปัจจุบันกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบผู้ประกอบการที่มีธุรกรรมผิดปกติและเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการฯจำนวน 3,000 ราย โดยมีวงเงินการระงับสิทธิ์ชั่วคราวของผู้ประกอบการที่กระทำการเข้าข่ายผิดหบักเกณฑ์และเงื่อนไขอยู่ประมาณ 1.42 หมื่นล้านบาท

ลุงณรงค์…!! ใช้เงิน “เราชนะ” ต่อยอดเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว

ลุงณรงค์…!! ใช้เงิน “เราชนะ” ต่อยอดเป็นรายได้เลี้ยงครอบครัว เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจ เมื่อชาวบ้านในพื้นที่ ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่ใช้เงินจากโครงการ เราชนะ จำนวน 7,000 บาทของรัฐบาลมาลงทุนปลูกผักเลี้ยงครอบครัว ในช่วงสถานการณ์การแพร่cv -19 ซึ่งได้นำเงินมาลงทุนทำแปลงผัก ซื้อปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์ วัสดุอุปกรณ์การปลูกผักต่าง ๆ จนสามารถมีเงินที่ได้จากการขายแตงกวาชุดแรกประมาณ 70,000 บาท พอได้ช่วงหวะเวลาก็นำเมล็ดถั่วฝักยาวมาปลูกแซมระหว่างร่องอีก   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -รีวิว…!! 24 ชั่วโมง หลังได้วัคซีนเข็ม 3 (แอสตรา) -ตำรวจไซเบอร์…!! รวบมือดีแก้ประวัติ “หมอยง” ในวิกิพีเดีย เป็น”เซลล์ขายซิโนแวค” ถือว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา   ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บเกี่ยวผลผลิตถั่วฝักย าวส่งขายตลาดศรีเมือง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงสถานการณ์การแพร่cv – 19 ที่ยังไม่คลี่คลาย เจ้าของที่ดินที่นำเงินจากโครงการ “เราชนะ” มาลงทุนปลูกผักเลี้ยงครอบครัวรายนี้คือ ลุงณรงค์ ดวงแก้ว อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ 15 ต.ปากช่อง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ลุงณรงค์ บอกว่า ตนมีที่ดินรวม 7 ไร่ ช่วงแรกปลูกแตงกวาก่อนประมาณ 2 งาน ต่อมาเห็นผลผลิตดีจึงขย ายปลูกเป็น 1 ไร่ ตอนนั้นไม่มีเงินทุน แต่ได้เงินจากโครงการเราชนะมา 7,000 บาท ตัวเองมีวัสดุจำพวกไม้ค้างอยู่แล้ว จึงได้นำเงินมาซื้อเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ย า ตะคัด เชือกแดง มาทำเป็นราวปลูกแตงกวา ในระยะ 15 – 20 วันก็เก็บแตงกวาขายได้กิโลกรัมละกว่า 10 – 14 บาท ได้เงินที่ขายประมาณ 70,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงขึ้นลงของราคาตลาดด้วย หลังจากเก็บแตงกวาขายหมดแล้ว ถั่วฝักย าวที่ปลูกแซมไว้ในร่องเดียวกันก็ออกฝักสามารถเก็บขายรับช่วงต่อไปอีก สามารถเก็บเงินมาลงทุกปลูกในครั้งต่อไปได้ เป็นเงินโครงการเราชนะที่ได้ต่อยอดนำมาลงทุนปลูกผัก พอเลี้ยงตัวเองได้ ช่วงนี้ถั่วฝักย าวที่กำลังออกฝักสามารถเก็บใส่ถุงเอาขายที่ตลาดศรีเมือง วันหนึ่งได้ประมาณกว่า 20 กิโลกรัม ตอนนี้ขายอยู่กิโลกรัมละ 40 บาทได้เงินวันละประมาณ 800 บาท แปลงผักลุงณรงค์

บิ๊กตู่…!! นายกประยุทธ์ เรียกทีมศก.ถกด่วน กรณีโครงการรัฐ

บิ๊กตู่…!! นายกประยุทธ์ เรียกทีมศก.ถกด่วน กรณีโครงการรัฐ สหรับกรณีโครงการรัฐช่วยประชาชนที่ได้ผลกระทบ CV-19 ล่าสุดวันที่ 27 มิ.ย. 2564 เวลา 13:56 น. บิ๊กตู่เรียกถกทีมเศรษฐกิจด่วน คาดเลื่อนโครงการคนละครึ่ง เติมเงินมาตรการเราชนะ ม.33 แทน นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พรุ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยกเลิกการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยจะมีการเรียกประชุมคณะที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจเป็นการด่วน เพื่อหามาตรการเยียวยาทางเศรษฐกิจ หลังมีการประกาศปิดพื้นที่และกิจการบางจุด เพื่อป้องกัน CV19 ยังไม่ทราบวาระการประชุมทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจในวันพรุ่งนี้ คาดว่าเมื่อมีการหารือกันชัดเจน ท่านนายกจะสื่อสารกับประชาชนให้รับทราบต่อไป” นายอนุชา กล่าว   -ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -“ราชกิจจานุเบกษา” ประกาศปรับ​ 10​ พื้นที่​แดงเข้ม​ 10​ ข้อกำหนด​ “ปิดแคมป์ฯ​​กทม.-ปริมณฑล -สุดเศร้า คุณยายอายุ 83 ปี ติดเชื้อโควิด-19 กักตัวอยู่บ้านรอเตียงอยู่ถึง 10 วัน สุดท้ายเสียชีวิต   รายงานข่าวจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สศช. จะเสนอเลื่อนโครงการคนละครึ่งที่จะเริ่มวันที่ 1 ก.ค. 2564 นี้ออกไป 1 เดือน เพราะเป็นโครงการกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ประกาศคำสั่งล่าสุดของรัฐบาลมีการกำหนดไม่ให้ร้านอาหารนั่งกินในร้านได้เป็นเวลา 30 วัน มาตรการคนละครึ่งจึงไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงนี้ นอกจากนี้ สศช. กำลังพิจารณาเสนอให้นายกรัฐมนตรี จ่ายเงินเพิ่มใน มาตรการเราชนะ และ ม.33 เรารักกัน ที่กำลังสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ค. 2564 นี้ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนให้กับแรงงานและประชาชนทดแทนไปก่อนเป็นเวลา 1 เดือน ส่วนจำนวนเงินจะให้เท่าไรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี โดยแหล่งเงินจะใช้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ที่ได้รับการอนุมัติจากสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี จะต้องหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพราะยังมีบางแนวคิดให้คงระยะเวลามาตรการตามเดิมไว้ จึงต้องพิจารณาความเหมาะสมให้รอบด้าน หากมีการเลื่อน สศช.ก็ต้องเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบภายในเดือน ก.ค.นี้ เพราะมติ ครม.กำหนดให้ เริ่มมาตรการ 1 ก.ค.2564

เตือนกัน…!! “เราชนะ-ม33เรารักกัน” ใครยังใช้เงินไม่หมดดูด่วน

เตือนกัน…!! “เราชนะ-ม33เรารักกัน” ใครยังใช้เงินไม่หมดดูด่วน สำหรับโครงการ เราชนะ และ ม33เรารักกัน จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งเพื่อระงับยับยั้งและป้องกันการแพร่กระจายของ CV-19 ระลอก 3 โดยได้ช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการ เราชนะ และ ม33เรารักกัน โดยแยกได้ ดังนี้ 1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวน 13.7 ล้านคนได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา 2) ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่งและกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้วจำนวน 17.1 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา 3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.4ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา โดยมีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการเราชนะที่ใช้จ่ายจนครบวงเงินสิทธิ์แล้วบางส่วน   ข่าวอื่นที่น่าสนใจ -เผยคำพูด…!! “หนุ่ม กรรชัย” พูดกับชายก่อเหตุยิง2ศพ ก่อนมอบตัว -#ควบคุมตัว…!! #อดีตทหารเกณฑ์คลั่ง #สอบปากคำ รับมีโทสะเคยถูกคนติดยารุมทำร้าย ตร.สอบเตรียม #ทำแผนพรุ่งนี้     โครงการเราชนะจะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ขอให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินสิทธิ์เหลือสำรวจวงเงินสิทธิ์คงเหลือของท่านและวางแผนใช้จ่ายให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด เช่นเดียวกับโครงการ ม33เรารักกัน ที่เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้โอนเงินงวดสุดท้ายเข้าแอปพลิเคชัน เป๋าตัง จำนวน 1,000 บาท เรียบร้อยแล้วให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ์ที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ซึ่งถือว่าครบตามจำนวนแล้ว 2,000 บาท จากการแบ่งจ่ายเป็น 2 งว ด งว ดละ 1,000 บาท โดยโอนง วดแรกให้ผู้มีสิทธิ์เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าว สามารถสะสมยอดใช้จ่ายได้ถึง วันที่ 30 มิถุนายน 2564

ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เผยความคืบหน้าของโครงการเราชนะ

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการเราชนะว่า กระทรวงการคลังได้ตรวจพบธุรกรรมที่เข้าข่ายฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขของโครงการเราชนะ ในวันที่ 11 มิ.ย.64 จึงได้ระงับสิทธิ์ชั่วคราวการเข้าร่วมโครงการของผู้ประกอบการเพิ่มเติม จำนวน 120 ราย ขอให้ผู้ประกอบการที่ถูกระงับสิทธิ์ชั่วคราวดังกล่าวชี้แจงข้อเท็จจริงมายังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (โครงการเราชนะ) ภายในวันที่ 25 มิ.ย.64 ตามข้อความแนะนำที่ปรากฏขึ้นในแอพพลิเคชัน ถุงเงิน หากพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว กระทรวงการคลังจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป กระทรวงการคลังจะเข้มงวดในการติดตามตรวจสอบประชาชน และผู้ประกอบการที่กระทำการเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการอย่างใกล้ชิด โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการของกระทรวงการคลัง ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของแต่ละโครงการอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการหรือมาตรการอื่นของรัฐในอนาคต และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการคลังได้แถลงเพิ่มเติมถึงความคืบหน้าของโครงการเราชนะ ณ วันที่ 11 มิ.ย.64 ดังนี้ 1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ.64 เป็นต้นมา จำนวน 100,139 ล้านบาท 2) ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอพพลิเคชัน เป๋าตัง ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 17.1 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.64 เป็นต้นมา จำนวน 146,812 ล้านบาท และ 3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.4 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเงินสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค.64 เป็นต้นมา จำนวน 20,162 ล้านบาท ทำให้มีมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 267,113 ล้านบาท และมีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการเราชนะที่ใช้จ่ายจนครบวงเงินสิทธิ์แล้ว จำนวน 22.3 ล้านคน ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอปพลิเคชัน ถุงเงิน ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเราชนะ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ ความคืบหน้า โครงการ “เราชนะ” คลังยืนยัน มีผู้ใช้จ่ายจนครบวงเงินสิทธิ์แล้ว รวม 24.9 ล้านคน กดอ่าน! เงินเข้าเร็วกว่าที่คิด เราชนะ – เรารักกัน เช็ควันได้แล้วที่นี่

1 2 3 14