สุดเหี้ยม! กองทัพพม่าทิ้งระเบิดใส่เหมืองทองของเคเอ็นยู เสียชีวิตมากกว่า 30ราย

วันที่ 1 เม.ย.64 ชาวบ้านแม่สามแลบ หมู่ 1 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค.64 เวลา 03.30 น. กองทัพพม่าใช้เครื่องบินโจมตีบ้านแมเว (ภาษากะเหรี่ยง) หรือแม่เวย จ.ผาปูน รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โดยจุดที่ถูกโจมตี เป็นเหมืองขุดทอง ทำให้มีผู้เสียชีวิต กว่า 30 ราย นับเป็นการปฏิบัติรอบที่ 2 เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง สุดเหี้ยม! เมียนมาเกิดสงครามกองทัพทหาร ไม่เว้นแม้แต่เด็ก “สหรัฐฯ” คว่ำบาตรทางการค้า “เมียนมา” จนกว่าจะคืนประชาธิปไตย! เจ้าหน้าที่เคเอ็นยูแจ้งว่า การปฏิบัติการทางทหารของเมียนมา เพื่อกดดันให้ทหารเคเอ็นยูเปิดทางให้ฝ่ายเมียนมาสามารถไปส่งเสบียงอาหารให้กับทหารเมียนมาที่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน เพราะกำลังเดือดร้อนจากการขาดแคลนเสบียงอาหาร ขณะที่ราษฎรกะเหรี่ยงได้หนีออกห่างฐานที่มั่นเคเอ็นยูไปอาศัยอยู่ในป่า และในหมู่บ้านอื่นๆ ที่ห่างจากค่ายทหาร

นองเลือดครั้งใหญ่! ทหาร”เมียนมา”รัวยิงวันเดียวดับ38ศพ

‘เมียนมา’นองเลือดครั้งใหญ่ ทหารรัวยิงวันเดียวดับ38ศพ 15 มีนาคม 2564 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สถานการณ์ชุมนุมประท้วงในประเทศเมียนมาเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ยังคงระอุอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวานนี้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุมในหลายเมือง เจ้าหน้าที่ได้เปิดฉากยิงปืนเข้าใส่ผู้ชุมนุมทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 คน บาดเจ็บอีกหลายสิบคน ในเขตฮแลงทะยา ชานเมืองย่างกุ้ง ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรม ถิ่นอยู่อาศัยของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานอพยพจากต่างจังหวัด นอกจากนี้ยังมีรายงานพบผู้เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 17 ศพ ในเมืองอื่นๆ ของเมียนมาเมื่อวันอาทิตย์ รวมถึงที่เมืองใหญ่อันดับ 2 อย่าง มัณฑะเลย์ และที่เมืองบาโก ซึ่ง MRTV ระบุว่า มีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย หลังได้รับบาดเจ็บที่หน้าอกระหว่างการเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม ทำให้เขากลายเป็นตำรวจนายที่ 2 ที่เสียชีวิตระหว่างรับมือการประท้วง ความรุนแรงล่าสุดทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากการประท้วง เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 120 คน บาดเจ็บหลายร้อยคน และมีผู้ถูกจับกุมกว่า 2,100 คน

เมียนมาร์ รถพังทั้งประเทศ

กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านการทำรัฐประหารในเมียนมา แกล้งรถเสียจอดกลางถนน หลายจุด เพื่อกันไม่ให้ตำรวจและทหารเข้ามายังพื้นที่ชุมนุมใหญ่ ผู้ชุมนุมต่อต้านกองทัพเมียนมา เดินหน้าใช้ทุกวิถีทาง ในการสกัดกั้นการเข้ามาสลายการชุมนุมของกองทัพ โดยในวันนี้เริ่มมีการใช้วิธีนำรถยนต์ไปจอดไว้ตามถนน หรือบนสะพาน โดยมีการเปิดกระโปรงหน้ารถ แสร้งว่ารถเสีย เพื่อปิดกั้นเส้นทางไม่ให้รถหุ้มเกราะ หรือรถของเจ้าหน้าที่ผ่านเข้าไปยังพื้นที่ชุมนุมได้ โดยผู้ชุมนุมมีการแชร์แนวทางนี้ต่อๆกันในโลกโซเชียลมีเดีย หลังจากที่กองทัพยกเลิกการบล็อกอินเทอร์เน็ต โดยใช้ชื่อแคมเปญว่า “broken-down car campaign” หรือ รณรงค์รถเสีย โดยหลังจากมีการแชร์ต่อกันในโลกโซเชียลไม่นาน ก็เริ่มมีการเผยภาพของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ด้วยการจอดรถเปิดกระโปรงหน้ารถตามสถานที่ต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ใช้รถใช้ถนนในเมืองที่มีการชุมนุมใหญ่อย่างย่างกุ้งต่างได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะคนขับรถแท็กซี่ที่เผชิญกับการจราจรติดขัด และถูกปิดเส้นทางหลายสายจากการชุมนุม จนต้องหยุดการให้บริการไปโดยปริยาย โดยการรณรงค์รถจอดเสีย มีขึ้นควบคู่ไปกับการจัดการชุมนุมใหญ่ในวันนี้ โดยผู้จัดการชุมนุมหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมจำนวนมาก เพื่อแสดงจุดยืนให้กองทัพฟังเสียงของกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้กองทัพคืนอำนาจ และปล่อยตัวนางซูจีโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม มีการแจ้งเตือนไปยังผู้ชุมนุมให้ยกเลิกการจอดรถเสียในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น.ตามเวลาในท้องถิ่น เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่ต้องการจะเข้ามาชุมนุมในพื้นที่ซูเลพญาสามารถเข้ามายังพื้นที่ให้ได้มากที่สุดตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ได้ถึงหลักล้านคน

“ผีนะหลวง” ร่างทรงเมียนมาเผย ไม่ปลื้มกองทัพ-จี้ปล่อยซู จี

วันที่ 14 ก.พ. เอเอฟพี รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองใน ประเทศพม่า หรือ เมียนมา หลังกองทัพภายใต้การนำของ พลเอกมิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก่อรัฐประหารยึดอำนาจตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า กลุ่มผู้ประท้วงอาชีพร่างทรงและหมอดูให้สัมภาษณ์ว่า ผีนะหลวง 37 ตนซึ่งเป็นวิญญาณที่ชาวเมียนมาต่างเคารพบูชา ไม่ต้องการให้กองทัพมีอำนาจบริหารประเทศ ร่างทรงของอเชนตัน มาน เก อู วัย 48 ปี กล่าวอ้างจากการใช้พลังพิเศษติดต่อกับสิ่งลี้ลับ พร้อมย้ำว่านะหลวงต้องการให้กองทัพปล่อยตัวนางซู จี ด้วย ร่างทรงและหมอดูหลายคนระบุว่าวิญญาณของนะหลวงไม่มีความสุขกับการลงเอยของประชาธิปไตยที่ถูกยึดไป แม้การแสดงจุดยืนของเหล่าร่างทรง รวมทั้งคำบอกเล่าที่ว่าวิญญาณของนะหลวงไม่ชอบใจในการกระทำของกองทัพเมียนมาอาจฟังดูเป็นเรื่องไร้สาระในต่างประเทศ แต่ในเมียนมานั้นนายพลระดับสูงของกองทัพพยายามกวาดล้างกลุ่มร่างทรงและหมอดูมาอย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับความนิยมและมีอิทธิพลทางจิตใจของประชาชน ในยุคอาณานิคมที่อังกฤษปกครองเมียนมาและช่วงเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่รัฐบาลทหารปกครองประเทศในเวลาต่อมา ร่างทรงได้ยกระดับเป็น ซอจี หรือผู้สำเร็จเวทย์วิทยาคม มีอำนาจกึ่งเทพและต่อสู้กับผู้กดขี่ ซอจีเหล่านี้มีสาวกให้ความศรัทธาเป็นจำนวนมากกระทั่งกลายเป็นนิกาย แต่ถูกบรรดานายพลบีบบังคับจนกลายเป็นนิกายใต้ดิน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าพลเอกตาน ฉ่วย อดีตผู้นำเผด็จการของเมียนมา เป็นหนึ่งในทหารระดับสูงที่พึ่งพาการทำนายดวงของหมอดูอีที หรือนางส่วย ส่วย วิน ที่ล่วงลับไปแล้วเมื่อปี 2560 ส่วน นายลิ่น โย ทาร์ ยาร์ หมอดูรุ่นใหม่ที่มีผู้ศรัทธาติดตามเป็นจำนวนมากในเฟซบุ๊ก ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับยามวิกาลหลังเข้าร่วมการประท้วงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

เรียกร้องปล่อยอองซาน!! ชาวเมียนมาร์ รวมตัวชูสามนิ้ว หน้ายูเอ็น ต้านรัฐประหาร

ชาวเมียนมา รวมตัวหน้ายูเอ็น ต้านรัฐประหาร เรียกร้องปล่อยอองซาน ซูจี ก่อนสลายการชุมนุมอย่างสงบ ก่อนเวลาเดิมที่กำหนดเอาไว้ เจ้าหน้าที่คุมเข้ม เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ก.พ. ที่องค์การสหประชาติประจำประเทศไทย ได้มีชาวเมียนมา ประกอบด้วยแรงงาน นักศึกษา นักธุรกิจที่อยู่ในไทย รวมทั้งผู้สนับสนุนพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ประมาณ 300 คน รวมตัวกันจัดกิจกรรมต้านรัฐประหารในเมียนมา พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวนางอองซาน ซูจี โดยมีตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล1 (บก.น.1) มาคอยอำนวยความสะดวก นำแผงเหล็กมากั้นให้ชาวเมียนมาไปยืนอยู่บนฟุตปาธตรงข้ามกับองค์การสหประชาชาติ ทั้งนี้ ชาวเมียนมาโดยได้ชูสามนิ้ว และถือภาพนางอองซาน ซูจี, ธงชาติเมียนมา โดยตะโกนเป็นภาษาเมียนมาว่า “ปล่อยตัวอองซาน” “ขอให้ปลอดภัย” “สุขภาพแข็งแรง” “มีอายุมากแล้วไม่อยากให้ลำบาก” “โดนคุมตัว ลำบากมานานแล้ว” ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ชาวเมียนมาได้ประกาศยุติกิจกรรม ก่อนทยอยเดินทางกลับ ผิดจากกำหนดการเดิมที่จะเริ่มในเวลา 14.00 ถึง 16.00 น. แต่ยังมีชาวเมียนมาที่เพิ่งเดินทางมาถึงตามกำหนดการเดิม ขอเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจขอจัดกิจกรรมต่ออีก […]

1 2 3