หนุ่มไทยหวิดดับ!! หลังพยายามช่วยหนุ่มกัมพูชา ขณะกำลังทะเลาะกันอยู่

เมาโหด! หนุ่มชาวกัมพูชาวัย 35 ปีนั่งดื่มเหล้ากับเพื่อนวัย 33 ปีพอเมาได้ที่ทะเลาะกันคว้าขวานฟันคอเพื่อนหวิดขาดดับคาที่ หนุ่มชาวไทยเข้าห้ามถูกลูกหลงเจ็บก่อนจะวิ่งหนีเอาตัวรอด ส่วนผู้ก่อเหตุอาศัยความมืดหลบหนี เมื่อเวลา 21:30 น.ของวันที่ 22 มกราคม 2564 พันตำรวจเอกธนาวุฒิ จงจิระ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดชลบุรี พันตำรวจเอกทวี กุดเแถลง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านบึงพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและร้อยตำรวจเอกอนันต์ เฉลิมวัฒนากร รอง สว.(สอบสวน)สภ.บ้านบึง ทีมแพทย์โรงพยาบาลบ้านบึงและหน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ภายในบริษัทเซ็นทรัลเทรดอินดัสทรี่ จำกัดเลขที่ 142 /26 หมู่ 2 ตำบลหนองชาก อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี หลังได้รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธขวานฟันคอกันมีผู้เสียชีวิตคาที่ บริเวณในที่เกิดเหตุอยู่หน้าห้องพักติดกำแพงพบร่างนายยูนา อายุ 33 ปีชาวกัมพูชาผู้เสียชีวิตสภาพนอนหัวฟาดกับเหล็กราวเป็นที่นั่งปูพื้นด้วยไม้อัด ที่บริเวณลำคอมีแผลฉกรรจ์กันหัวคิ้วขวามีแผลเวอะวะลักษณะเกิดจากของมีคมที่แขนข้างซ้ายนอกจากนี้ยังพบขวดสุราขาว 40 ดีกรีวางที่พื้นใต้ที่นั่งสองขวดและกับแกล้มอยู่ปลายเท้าของผู้เสียชีวิต จากการสอบถามนายสุนันท์ จันทร์ทรารักษ์ อายุ 55 ปีคนงานที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกันเล่าว่าผู้ตายกับผู้ลงมือก่อเหตุเป็นเพื่อนกันสัญชาติกัมพูชาได้นั่งดื่มสุราอยู่ตรงที่เกิดเหตุพร้อมเพื่อนอีกคนชื่อนายนัท เพื่อนร่วมงานชาวไทย ไม่นานตนเองได้ยินเสียงพูดคุยเสียงดังทะเลาะกัน จึงร้องห้ามให้ค่อยค่อยพูดจากันจากนั้นก็ได้ยินเสียงดังเหมือนเสียงคนใช้มีดสับอะไรสักอย่างสองถึงสามครั้งจึงเปิดประตูห้องพักออกมาดูในขณะที่กำลังวิ่งออกมาดูได้ยินเสียงนายนัทร้องให้ตนเองช่วย นำขวานออกจากมือ ของนายพจน์เจียผู้ก่อเหตุตนเองก็รีบดึงและวิ่งเอาไปเก็บเพราะเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะลงมือทำร้ายนายนัทต่อ ส่วนทางด้านนายอนุถนารถ พรหมใส อายุ 30 ปีหรือนายนัทเพื่อนร่วมวงคนไทยเล่าว่าตนเองได้รับโทรศัพท์จากนายพจน์เจียผู้ลงมือก่อเหตุให้เข้ามาหาพูดคุยกันเรื่องทั่วไปตนเอง ก็มาและร่วมดื่มสุราด้วยหนึ่งแก้วจากนั้นก็เดินออกจากที่เกิดเหตุเพราะเห็นว่าทั้งคู่เริ่มพูดคุยเสียงดังแต่ต้นฟังภาษาไม่ออกจึงไม่รู้ว่าขัดแย้งเรื่องอะไรกันกระทั่ง เดินมาถึงทางหน้าห้องพักที่อยู่ตรงกันข้ามกับที่เกิดเหตุก็ได้ยินเสียงเหมือนเสียงสับจึงเดินย้อนกลับมาดูก็พบนายยูนาผู้เสียชีวิตนอนอยู่ในสภาพหัวพาดกับเหล็กแล้วตอนจึงเข้าไปพูดคุยกับผู้ก่อเหตุพี่กำลังจะหลบหนีจากนั้นก็ได้ยื้อแย่งหวานแต่ก็ถูกผู้ก่อเหตุทำร้ายด้วยการกัดใช้เท้าถีบและทุบที่หน้าอกจึงร้องขอความช่วยเหลือจนกระทั่งมีเพื่อนคนไทยมาช่วยห้ามส่วนผู้ก่อเหตุได้วิ่งหลบหนีฝ่าความมืดไป ส่วนทางด้านพันตำรวจเอกทวี กุดแถลง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านบึงได้เปิดเผยว่าสาเหตุเกิดมาจากทั้งคู่มีปากมีเสียงทะเลาะกันในระหว่างดื่มสุรา จากนั้นผู้ลงมือเกิดความโมโหจึงใช้อาวุธขวานฟันเข้าที่ลำคอแล้วก็ช่วงหางคิ้วด้านขวาจนเสียชีวิตโดยทั้งคู่เป็นชาวกัมพูชาและเป็นเพื่อกันขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามจับกุมเพื่อมาดำเนินคดี

ผัวโมโหหิว เมาเหล้าปลุกเมียให้หุงข้าวให้กิน เมียไม่ทำ คว้าปืนยิงใส่ดับสลด

ผัวโมโหหิว เมาเหล้าปลุกเมียให้หุงข้าวให้กิน เมียไม่ทำ คว้าปืนยิงใส่ดับสลด ผัวโมโหหิว…เมาเหล้ามาปลุกเมียให้หุงข้าวให้กิน เมียไม่ทำให้ คว้าปืนยิงใส่ถูกใต้ราวนมเมียบาดเจ็บสาหัส ไปเสียชีวิตที่ รพ.ศรีสังวร เหตุเกิดในบ้านเลขที่ 32 หมู่ 1 ต.บ้านน้ำพุ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย ผู้ตายชื่อ “นางนาริน (อุ้ม) ฉิมงาม” อายุ 32 ปี เป็น อสม.บ้านน้ำพุ ส่วนผัวโมโหหิว ชื่อ “นายสุพจน์ สิทธิพร” อายุ 39 ปี หลังก่อเหตุหลบหนี เจ้าหน้าที่คาดว่า…ยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ “น.ส.ปริณดา” อายุ 15 ปี ลูกสาวผู้ตายขอร้องให้พ่อเข้ามอบตัว และอย่าต่อสู้เจ้าหน้าที่ ให้มาขอขมาศพแม่ด้วย ส่วนแม่ผู้ตายและเป็นแม่ยายผู้ก่อเหตุ “นางเพ็ญศรี ฉิมงาม” อายุ 59 ปี บอก…#ไม่ต้องมาขอขมา_เพราะไม่ให้อภัย ขอให้ดวงวิญญาณของ อสม.นาริน ฉิมงาม (อุ้ม) ไปสู่สุขติภพ มีความสุขสงบ ร่มเย็น ทุกภพทุกสถานทุกกาล ทุกเมื่อด้วยเทอญ     ****************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก Lapaz Cho)

ยับเยิน! สาวเมาซิ่งเบนซ์ป้ายแดง ชนแล้วหนี ตำรวจสกัดจับก็ชนรถตำรวจก่อนจะขับหนีไปชนรถอีกหลายคัน

วันที่ 12 สิงหาคม พ.ต.ต.วัชชิระ อาสาวุธ สารวัตร(สอบสวน)สน.บางซื่อ รับแจ้งเหตุอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถผู้อื่นเสียหายหลายคันแล้วหลบหนี ที่หน้าตลาด อตก. ถนนกำแพงเพชร แขวงและเขตจตุจักร กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมแจ้งวิทยุสกัดจับตามเส้นทางหลบหนี ก่อนตำรวจและพลเมืองดีช่วยกันปิดล้อมสกัดจับรถยนต์คันดังกล่าวไว้ได้ที่ปากทางเข้าอาคารเตาปูนแมนชั่น เป็นรถยนต์ เมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่น E250d สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ฐ 0710 กทม.สภาพด้านหน้ารถมีรอยเฉี่ยวชนจนพังยับเยิน กระจกบานหลังรถแตกเสียหาย มีน.ส.วิชุดา วิทยสินธนา อายุ 37 ปี เป็นคนขับ สวมชุดเดรส ลายดอกสีฟ้า มีบาดแผลแตกบริเวณคิ้วขวา อาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญู จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวไปที่ สน.บางซื่อ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย มีรถยนต์ 2 คันและรถจักรยานยนต์ 4 คัน ได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ครั้งนี้เริ่มเมื่อช่วงเวลา 23.00 น. วันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวที่มีคนขับรถเบนซ์ สีดำ เฉี่ยวพุ่งชนรถยนต์ผู้อื่นเสียหายหลายคัน ตั้งแต่แยกแคราย จังหวัดนนทบุรี มุ่งหน้าถนนวิภาวดี เลี้ยวเข้าถนนพหลโยธิน ก่อนวิ่งเส้นทางถนนกำแพงเพชร และที่ถนนพระราม 6 รวมระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างเส้นทางหลบหนีมีประชาชน อาสาสมัครกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยกันสกัดจับแต่ไม่เป็นผล กระทั่งรถเบนซ์คันนี้ไปชนกับรถยนต์ที่จอดอยู่ด้านหน้าบริษัท คงอุดม โดยคนขับรถเบนซ์คันดังกล่าวยังไม่ยอมออกมาจากรถ ทำให้นายชัชวาลล์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน ช่วยมาพูดเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ออกมาจากตัวรถ ก่อนส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ นายธีรศักดิ์ ศิลปกิจ อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้เสียหายให้การว่า รถเบนซ์คันดังกล่าวตั้งใจขับวิ่งไล่ชนรถยนต์บนถนนโดยไม่ยอมลงมาดูคนเจ็บหรือเจรจากับผู้เสียหาย ซึ่งตนมองว่าหากลงมาดูผู้บาดเจ็บและลงมาพูดคุย เหตุการณ์ก็อาจจะไม่ขนาดนี้ โดยขณะที่รถเบนซ์วิ่งอยู่ในซอยแคบ ทางเข้าอาคารเตาปูนแมนชั่นตนจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าไปจับพวงมาลัยรถเบนซ์ให้พุ่งชนรถอีกคันเพื่อไม่ให้รถเบนซ์คันกล่าวขับต่อไปได้ ด.ต.อ่อนสี ประสานทอง ผบ.หมู่งานจราจร สน.บางซื่อ เปิดเผยว่า หลังจากรับแจ้งทางวิทยุ จึงได้พยายามไล่สกัด และหยุดรถเบนซ์คันดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียกับผู้ใช้รถใช้ถนน จึงตัดสินใจใช้รถจักรยานยนต์ตราโล่ จอดขวางรถเบนซ์และพูดเกลี้ยกล่อมให้คนขับลงจากรถ แต่ผู้ก่อเหตุพูดจาไม่รู้เรื่อง และพยายามขับรถต่อไป ตนจึงได้ยืนขวางเอาไว้ แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังคงขับรถฝ่าหลบหนีไปได้ ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย พ.ต.ต.วัชชิระ กล่าวว่า จากการตรวจวัดแอลกอฮอล์คนขับรถเบนซ์ พบว่ามีปริมาณ 257 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จากนี้จะส่งตัวไปรักษาที่ รพ.เปาโล ก่อนเรียกมาแจ้งข้อหา “เมาแล้วขับเป็นเหตุให้อื่นได้รับบาดเจ็บ และเสียทรัพย์ ,ชนแล้วหนี, ตอนนี้จะสอบพยานและผู้เสียหายรวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดอีกครั้ง หากพบความผิดอื่นๆ เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีเพิ่มตามกฎหมายต่อไป ที่มา – มติชน

สุดโหด! ชายเมาเหล้า ใช้ไม้หน้าสามตีหัวชายปั่นจักรยานดับสลด อ้างโมโหที่มาจับโทรศัพท์

วันที่ 1 ส.ค. พ.ต.ท.สุนทราพร จาตูม สารวัตรสอบสวน สภ.เมือง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งมีชายถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านเบเกอรี่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40-45 ปี นอนหมดสติแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่กับพื้นถนน มีแผลแตกที่ศีรษะ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบในตัวผู้ตายไม่พบเอกสารแต่อย่างใด ในที่เกิดเหตุพบเศษไม้หน้า3 แตกเปื้อนเลือดตกอยู่ที่พื้นถนน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่หน้าร้านขายเบเกอรี่ดังกล่าว ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ พบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ปั่นจักรยานมาจากสี่แยกธนาคารกรุงเทพมุ่งหน้ามาทางตลาดท่าเรือวิบูลย์ศรี และจอดรถและหันกลับไปดูที่ด้านหลัง จากนั้นพบผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นชายรูปร่างผอมสูงประมาณ 165 เซนติเมตร อายุประมาณ 45-50 ปี ไว้ผมรองทรงเสื้อคอกลมแขนสั้นสีน้ำตาล ใส่กางเกงขาสามส่วนสีเขียว ไม่ใส่รองเท้า จะเดินเข้ามาและใช้ไม้หน้าสามยาวประมาณ 1 เมตรเศษ ตีที่ศีรษะผู้ตายจนผู้ตายล้มลงไปกองกับพื้นและผู้ก่อเหตุยังคงใช้ไม้หน้าสามกระหน่ำตีที่ใบหน้าและศีรษะอีกหลายครั้งจนผู้ตายแน่นิ่งไป จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายวัชรา หรือแพท แซ่เฮ้ง อายุ 41 ปี เป็นชายเร่ร่อน หลังก่อเหตุได้หลบหนีด้วยการเดินเท้าออกไปทางวัดกลางวรวิหาร จึงกระจายกำลังออกค้นหา กระทั่งในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสามารถจับกุมตัว นายวัชรา ผู้ก่อเหตุในขณะที่หลบหนีเข้าไปกบดานอยู่ที่วัดในสองวิหาร ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งยังอยู่ในสภาพมึนเมาสุราอยู่ ก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก จากการสอบถาม นายวัชรา ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังนั่งดื่มเหล้าขาวอยู่กับเพื่อนที่ข้างถนน ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร และผู้ตายได้ปั่นจักรยานมาจอด จากนั้นเดินลงมาหยิบโทรศัพท์ของตนไปดูเวลา แต่ตนไม่ให้จึงเกิดมีปากเสียงกัน จนถึงขั้นชกต่อยกัน ก่อนที่ผู้ตายจะขี่รถจักรยานออกไป ด้วยความโมโหตนจึงได้เข้าไปคว้าเอาไม้หน้าสามซึ่งวางอยู่ใกล้วิ่งไปไล่ตีผู้ตาย จนแน่นิ่งไปเพราะความโมโห ไม่ได้ตั้งใจจะให้เสียชีวิต ก่อนที่จะเดินหลบหนีเข้าไปซ่อนตัวที่วัดในสองวิหาร ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตามไปจับกุม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ก่อนคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดที่เกิดเหตุ ก่อนคุมตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้เสียชีวิตขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นใครมาจากไหนเนื่องจากในตัวผู้ตายไม่มีเอกสารแสดงว่าเป็นใครมาจากไหน หากใครสงสัยว่าผู้ตายเป็นญาติหรือพี่น้องขอให้มาติดต่อกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ

คลิปพระหมดสภาพ อกหักไปดื่มเหล้าจนเมา แล้วขับรถไปชนรั้วบ้านของชาวบ้าน

กรณีเพจ”อีซ้อ ขยี้ข่าว-ทัวร์ลง”นำคลิปภาพชาวบ้านกำลังช่วยอุ้มพระรูปหนึ่งลงจากรถกระบะ ที่พระเป็นคนขับมา หลังไปชนรั้วบ้านของชาวบ้าน ในสภาพเมาปลิ้นเกือบไม่ได้สติ พร้อมคำบรรยายของคนถ่ายคลิปว่า”อกหัก”จนโลกออนไลน์ต่างวิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงความเหมาะสม โดยโลกออนไลน์ในจังหวัดบุรีรัมย์ จี้ให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้ตามหาตัวพระว่าอยู่วัดไหน และให้ทำการสึกโดยด่วน เพราะกระทบต่อความรู้สึกของชาวพุทธเป็นอย่างมาก จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่าพระรูปดังกล่าว เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในตัวอำเภอเมือง บุรีรัมย์ และชาวบ้านได้นิมนต์ออกไปจากวัดไปเมื่อประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา เพราะดื่มสุรา ส่วนรถที่พระรูปนี้ขับไปชนรั้ว เป็นรถของผู้ใหญ่ในเขต อ.เมือง บุรีรัมย์ เป็นรถของผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่ง ในเขต อ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งเอาเงินบริจาคของชาวบ้านซื้อบริจาคให้วัด

1 2 3 4