เผยเบื้องหลัง โดนยูทูบเบอร์ก๊อปแบบบ้าน ทั้งที่ตัวเองคิดหัวแทบแตก

นับเงิน ณัฐชยา ยูทูบเบอร์ชื่อดังเจ้าของช่องยูทูบ NubNubbb Channel ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nubnubbb โดยระบุว่าตนเองถูกยูทูบเบอร์ชื่อดังอีกคนทำแบบบ้านเหมือนตนเอง ทั้ง ๆ ที่ตนเป็นคิดเรื่องแบบบ้านเองโดยใช้แรงบันดาลใจจาก pinterest เลือกหาเฟอร์นิเจอร์เอง และให้นักตกแต่งภายในช่วยทำบิ้วอิน ซึ่งทางอินทีเรียก็ถามว่าถ้ามีคนขอทำตามได้ไหม ตนก็ไม่ติด ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม ช็อก! ยูทูปเบอร์ดัง น้อยใจเพื่อน ออกไปทำสิ่งนี้ ดราม่า! ยูทูปเบอร์ดัง ผู้ติดตาม 10 ล้าน รวมกลุ่มเพื่อน จัดงานปาร์ตี้? แต่หลังจากนั้นก็มีอินฟลูเอ็นเซอร์ท่านหนึ่ง ขอทำบ้านแบบเธอหมดเลย แปลนบ้านก็เหมือนกัน โดยอินทีเรียไม่รู้ว่าเขาเป็นอินฟลูฯ ก็ทำให้แบบปรับบ้างเล็กน้อย แต่กลับมารู้ทีหลังว่าคนนั้นเป็นอินฟลูฯ เหมือนกัน และจะทำคลิปโฮมทัวร์ลงยูทูบด้วย ตนจึงตั้งสตอรี่ ถามความเห็นเรื่องนี้ จากนั้นอีกฝ่ายก็ทักมาในเวลาไม่ถึง 10 นาที ทั้งที่ไม่ได้ฟอลโลกัน จากนั้นอีกฝ่ายก็ โทร. มา คุยดี บอกว่าขอโทษ รู้สึกแย่ เครียดนะ จะให้ทำยังไง ตนบอกว่า ทำไปแล้ว จะทำอะไรได้ เราก็รู้จักกัน ทำไมไม่ทักมาคุยกันก่อนนิดนึง เราจะได้บอกว่าเราไม่โอเคนะ ถ้าจะทำเหมือนทั้งหมด ต้องปรับอะไรบ้าง เพราะมันมีเรื่องของ value ในสายงานนี้ เขาก็ยืนยันว่าจะทำคลิป home tour เธอจึงบอกว่าที่ทำได้คงต้องเป็นเครดิตเรา ว่าได้อินสปายมาจากบ้านเรา อีกฝ่ายก็บอกว่า ได้สิ ได้ สบายมาก แต่เมื่อคลิปโฮมทัวร์เผยแพร่ออกมา ยูทูบเบอร์รายนี้กลับพูดว่า “ใครที่อยากทำบ้านแบบนี้สามารถเอาแบบไปทำได้เลย / ปกติเจ้าของบ้านจะไม่ให้เอาแบบไปใช้เนอะ /แต่ว่าเจ้าของบ้านให้เอาแบบไปใช้ได้เลย ใจดีมาก ตบมือ แปะๆๆๆ” ซึ่งตนมองว่าอันนี้ไม่ถูกต้อง มาพูดแทนไม่ได้ เพราะตนไม่ได้พูดในคลิปเลย และบอกแล้วว่านับไม่ได้พึงพอใจกับการที่คุณทำบ้านแล้วนำมาทำคอนเทนต์ ถ้าคุณทราบอยู่แล้วว่าจะทำ home tour คุณไม่ควรทำเหมือนกันแบบนี้ เรามองว่ามันไม่น่าภูมิใจ แถมให้คนเข้าใจผิดกันได้ง่าย ๆ ว่า เป็นไอเดียคุณออกแบบ ที่ยูทูบเบอร์รายนี้ย้ำนักย้ำหนาว่าขออนุญาตแล้ว ตนไม่งก แต่ถ้ามองในมุมที่ขอแบบบ้านไปอยู่อาศัยเฉย ๆ ตนก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรเพราะบ้านใครบ้านมัน แต่ถ้ามองมุมที่นำบ้านมาทำคอนเทนต์ออกสื่อ ซึ่งจุดประสงค์เปลี่ยนไปเลยเพราะมันคืองานที่ได้รายได้จากยูทูบ ทุกอย่างก็มีมูลค่าหมดเลย จะว่าตนงกตรงนี้ก็ไม่ผิดเพราะตนถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของตน “เขาก็ยังสงสัย ว่าทำไมเขาถึงทำตามไม่ได้ ในเมื่อเราอนุญาต ส่วนนับเอง ก็ยังสงสัย ว่าทำไมเค้าไม่เข้าใจ value ของการออกสื่อ ของการต่อยอดในสายงาน ทั้ง ๆ ที่อยู่ในสายงานเดียวกัน ขอบคุณทุกคนที่รับฟังค่ะ เราตั้งใจทำบ้านหลังนี้มากก คิดหัวแทบแตกกว่าจะได้มา และภูมิใจกับมันมาก ๆ จริง ๆ ค่ะ”

เผยคลิปเบื้องหลัง ! ขนมเปี๊ยะป๋าเทพ โพธิ์งาม ไม่เน้นสะอาด ตบยุงเสร็จตบแป้งต่อ

วันที่ 11 สิงหาคม 2564 มีการเผยแพร่คลิปเบื้องหลังการผลิตขนมเปี๊ยะขั้นเทพ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นภาพป๋าเทพปั้นแป้งขนมเปี๊ยะโดยไม่สวมถุงมือ หน้ากาก และหมวกคลุมผม พูดไปด้วยทำไปด้วย หลายคนก็บอกว่าน้ำลายคงกระเด็นใส่เท่าไรแล้วไม่รู้ แถมยังรีดแป้งใกล้กับเป้ากางเกงอีกด้วย ข่าวอื่นๆเพิ่มเติม  “ป๋าเทพ” จัดหนัก ดราม่าขนมเปี๊ยะสกปรก ชี้แจงด่วน โดนโวยโอนเงิน-หายเงียบ ลั่นขออภัยออเดอร์ถล่ม “ป๋าเทพ” เปิดตำนาน ขนมเปี๊ยะอันลือลั่น มีเงินก็กินไม่ได้..นะจ๊ะ!! นอกจากนี้ ยังมีชอตที่ถูกด่ายับ คือ ตบยุงหรือแมลงวันแล้วก็ทำต่อ รวมถึงปั้นขนมเสร็จก็หยิบบุหรี่มาจุดสูบตรงนั้นอีกด้วย ก่อนที่ต่อมาจะนำขนมไปอบ แต่ตอนท้ายก็ได้นำขนมเปี๊ยะที่ปั้นเองมาปาดดูไส้ข้างในแล้วชิมกันเอง ซึ่งป๋าเทพบ่นว่าแป้งเยอะกว่าไส้ไปหน่อย แม้ชิ้นที่ปั้นไปนั้นจะเป็นชิ้นทดลอง แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าชิ้นที่ทำขายจริง ๆ จะทำในลักษณะเดียวกันนี้หรือไม่ เมื่อเดินเข้าไปดูในสายการผลิต พบพนักงานผู้หญิงนั่งทำขนมกันหลายคน แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สวมถุงมือ นอกนั้นไม่มีใครสวมถุงมือเลย อีกทั้งไม่สวมหน้ากาก ส่วนหมวกคลุมผมก็ใส่บ้าง ไม่ใส่บ้าง เช่นเดียวกันกับพนักงานชายที่ทำหน้าที่หน้าเตาอบขนม ไม่สวมหน้ากากและหมวกคลุมผมเช่นกัน งานนี้ชาวเน็ตคอมเมนต์จวกสนั่นเรื่องความสะอาด แม้จะไม่รู้ว่าเป็นคลิปนานแค่ไหน มีการพัฒนาแล้วหรือไม่ แต่เห็นแบบนี้ก็ไม่มีใครกล้าสั่งมากินแล้ว.. ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก เด็กดี ที่โดนรังแก

พ่อแต่งชุดตัวตลก สู้หาเงินรักษาลูกสาวสมองพิการ

ในช่วงเวลายามดึกที่ใครหลายคนต่างพากันออกไปสังสรรค์กันนอกบ้านหรือพักผ่อนอยู่ภายในที่พักหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมีชายคนหนึ่งแต่งชุดเป็นตัวตลกสวมหน้ากากยิ้มออกไปเรียกรอยยิ้มและขายลูกโป่งให้แก่คนที่เดินผ่านไปมาอยู่บนท้องถนนในนครเจิ้งโจวเมืองหลักของมณฑลเหอหนานประเทศจีนเบื้องหลังที่ซ่อนใต้หน้ากากรอยยิ้มนั้นเป็นคุณพ่อที่พยายามจะหาเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลลูกสาววัย2 ขวบที่ต้องเผชิญกับภาวะสมองพิการ โดยเว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ได้เผยข้อมูลคุณพ่อคนนี้มีชื่อว่าถูเซียนเฉิงก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคม2561 ลูกสาวตัวน้อยของเขาได้พลัดตกจากเตียงเมื่อพาไปโรงพยาบาลก็พบว่าสมองของเด็กได้รับความเสียหายมีเลือดออกในสมองและเธอก็อยู่ในภาวะสมองพิการนอกจากนี้เด็กน้อยยังต้องเผชิญกับความทรมานจากการเป็นอัมพาตและมองไม่เห็นซึ่งเธอจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดพร้อมกับการรักษาอื่นๆเป็นระยะเวลาอีกยาวนาน การผ่าตัดและการรักษาตัวในระยะยาวหมายถึงค่าใช้จ่ายที่สูงมากสำหรับครอบครัวของถูเซียนเฉิงตลอดเวลา5 เดือนที่ผ่านมาเขากับภรรยาหมดเงินไปกับค่ารักษาลูกสาวแล้วถึง200,000 หยวน(ราว900,000 บาท) คิดเป็นค่าใช้จ่ายต่อวันมากถึง500 หยวน(ราว2,200 บาท) หรือบางวันอาจเพิ่มขึ้นไปถึง1,000 หยวน(ราว4,500 บาท) ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเพื่อนๆและญาติหลายคนเคยบอกถูเซียนเฉิงให้ยอมแพ้ปล่อยลูกสาวไปเพื่อไม่ให้ครอบครัวต้องลำบากไปมากกว่านี้แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ฟังเสียงโน้มน้าวเหล่านั้นบอกกลับไปว่า“ตราบเท่าที่ผมยังมีลมหายใจผมจะไม่มีวันยอมแพ้ในตัวลูกสาวของเรา“ เพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัวและเป็นค่ารักษาลูกถูเซียนเฉิงต้องออกไปทำงานหาเงินให้มากขึ้นแต่เนื่องจากหลังของเขาไม่ดีทำให้ไม่สามารถทำงานใช้แรงงานได้เขาจึงเลือกที่จะแต่งเป็นตัวตลกออกมาตระเวนขายลูกโป่งตามท้องถนนแทน ทั้งนี้เป็นเรื่องเศร้าสำหรับหลายครอบครัวในประเทศจีนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ใกล้เคียงกันกับถูเซียนเฉิงมีผู้คนมากมายต้องออกมาพยายามหาเงินเป็นค่ารักษาครอบครัวที่ป่วยหนักหรือมีความพิการหลายคนต้องออกมาขายดอกไม้ขอรับบริจาคหรืออาจถึงขั้นขายตัวเองเป็นความหวังสุดท้ายเพื่อให้ได้เงินก้อนใหญ่มา

เบื้องหลังสุดแข็งแกร่งระหว่างการทำหน้าที่ทหารดุริยางค์ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 เพจเฟซบุ๊ก หมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 210 ค่ายพระยอดเมืองขวาง จังหวัด นครพนม เผยแพร่เบื้องหลังสุดแข็งแกร่งระหว่างการทำหน้าที่ทหารดุริยางค์ ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ผ่านมา ระบุว่า เบื้องหลังที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ อาหารเย็นสำหรับทหารดุริยางค์ในวันนั้นคือน้ำเปล่าและเจลให้พลังงาน เนื่องจากการที่ใช้พลังงานมาทั้งวันไม่สามารถที่จะรับประทานอาหารได้ในทันที และจะมีผู้ช่วยนำไปให้กินถึงในแถว เพราะไม่สามารถออกมานอกแถวได้ ในการทำงานในครั้งนี้ หลายหน่วยงานมีการสับเปลี่ยนตัว เพื่อการทำหน้าที่ได้ แต่สำหรับแถวของทหารดุริยางค์ไม่สามารถเปลี่ยนตัวได้ เนื่องจากข้อจำกัดในความถนัดในเครื่องมือของแต่ละคน ดังนั้น ทหารดุริยางค์จึงต้องอดทนให้ถึงจบงานให้ได้ และทุกคนได้ทำหน้าที่อย่างสุดกำลัง จึงออกมาสมพระเกียรติอย่างที่ทุกคนเห็นครับ นอกจากนี้ยังได้เห็นภาพผู้ที่อยู่เบื้องหลังของการทำงานครั้งนี้ด้วย

ที่มา!! ของซื่อ KINGPOWER

  เบื้องหลัง “วิชัย” กว่าจะมาเป็น “คิงเพาเวอร์” ครั้งหนึ่งภาวนาถึง “ในหลวง ร.๙” สู้กับมาเฟียฮ่องกง กว่าจะเป็นมหาเศรษฐีดิวตี้ฟรี “วิชัย ศรีวัฒนประภา” เคยกล่าวในนิตยสารดัง ผ่านประสบการณ์ถือหุ้นดิวตี้ฟรีฮ่องกง บุกเบิกร้านค้าปลอดภาษีแบบอินเตอร์ในไทย ครั้งหนึ่งหุ้นส่วนที่ฮ่องกงบีบให้ขายหุ้นทั้งหมด แถมเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล ภาวนาขอพระบารมี “ในหลวง ร.๙” คุ้มครอง จนสู้กับมาเฟียชนะ เปลี่ยนชื่อเป็น “คิงเพาเวอร์” เพื่อความเป็นสิริมงคลมาถึงปัจจุบัน วันนี้ (29 ต.ค.) เว็บไซต์ Praew.com ของนิตยสารแพรว ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ในหัวข้อ “ไขความลับชีวิตของ ‘วิชัย ศรีวัฒนประภา’ มหาเศรษฐีผู้ให้ เจ้าสัวหัวใจเพชร!” หลังการเสียชีวิตของนายวิชัย เจ้าของธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีคิงเพาเวอร์ และสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ จากเฮลิคอปเตอร์ตกที่บริเวณลานจอดรถสนามคิงเพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เมื่อเวลา 20.30 น.ของวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ในตอนหนึ่ง นายวิชัยกล่าวถึงธุรกิจร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) ว่า เริ่มจากสมัยเรียนที่ไต้หวัน สมัยนั้นไม่มีเที่ยวบินตรง ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง ขาบินกลับไทยตอนปิดเทอมต้องมีคนฝากซื้อของจากร้านปลอดภาษีที่ฮ่องกงทุกครั้ง จึงมีความคิดว่าทำไมประเทศไทยไม่มีร้านปลอดภาษีแบบฮ่องกงบ้าง แต่พอทำธุรกิจจริงพบว่าต้องขอสัมปทานจากรัฐบาล และยุคนั้นให้เฉพาะรัฐวิสาหกิจเท่านั้น ซึ่งการบินไทยได้ไปจึงไม่ได้คิดต่อ ระหว่างนั้น นายวิชัยทำธุรกิจตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนม เนื่องจากประเทศไทยตั้งกำแพงภาษีสูงมาก จึงใช้วิธีติดต่อกับซัปพลายเออร์ให้จำหน่ายในราคาต่ำ จึงมีสายสัมพันธ์กับเพื่อนที่ฮ่องกง กัมพูชา มาเก๊า จีน วันหนึ่งเพื่อนที่ทำดิวตี้ฟรีที่ฮ่องกงชวนให้ซื้อหุ้น 10% กระทั่งภายใน 2 ปีกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ส่วนพื้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง พบว่าการบินไทยไม่ได้ทำจริงจัง แต่ให้สัมปทานกับรายอื่น ส่วนใหญ่เป็นร้านขายของที่ระลึก จึงเสนอการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ทำแบบอินเตอร์ แยกดิวตี้ฟรีกับของที่ระลึก ขณะนั้น ทอท.เห็นด้วย แต่ยังกลัวอยู่ จึงถือสัมปทานไว้เอง แต่ว่าจ้างตนกับพาร์ตเนอร์คนไทยอีกคนไปบริหาร และใช้วิธีแบ่งตรง สักพักตัดสินใจแยกทางกัน ต่อมารัฐบาลมีโครงการเปิดประมูลสัมปทานร้านค้าปลอดอากรนอกพื้นที่สนามบิน แต่ให้เฉพาะรัฐวิสาหกิจเท่านั้น จึงชวนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ทอท.) ร่วมทุน โดยตนลงทุนทั้งหมด เลือกอาคารมหาทุนพลาซ่า ถนนเพลินจิต โดยแบ่งหุ้นให้ ททท. 10% และถือสัมปทาน 5 ปี ในชื่อ ททท.สินค้าปลอดอากร เป็นจุดเริ่มต้นที่เมืองไทยมีร้านค้าปลอดอากรในเมืองแห่งแรกในประเทศ – ภาวนาขอพระบารมี “ในหลวง ร.๙” สู้กับมาเฟียฮ่องกงชนะ “ช่วงนั้นพอดีกับผมมีปัญหากับหุ้นส่วนที่ฮ่องกง เขาเป็นกลุ่มมีอิทธิพลอยู่ทางนั้น ผมต้องเดินทางไปพบเพื่อเจรจา ก่อนจะพบเขา ผมทำใจแล้วว่าต้องเจออะไรบ้าง วินาทีนั้นผมนึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙) ภาวนาขอพระบารมีของพระองค์ท่านได้โปรดคุ้มครอง ขอให้สู้กับมาเฟียชนะ ตอนนั้นผมคนเดียว ฝ่ายเขามีทั้งห้อง ทุบโต๊ะถามผมว่าจะขายหุ้นทั้งหมดไหม ผมบอกขายไม่ได้ ก็เจอคำถามว่าอยากจะออกจากห้องนี้ไหม ผมบอกอยากออก แถมขู่เขาไปด้วยว่า คิดให้ดีนะ ที่เมืองไทยผมทำงานโดยใช้ชื่อว่า ททท.สินค้าปลอดอากร ซึ่งหมายถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รู้ไหมว่ารัฐบาลถือหุ้นอยู่ ก่อนที่ผมจะมาหาคุณ ผมบอกสถานทูตแล้ว ถ้าภายใน 1 ชั่วโมง ผมไม่โทร.กลับไป เขาจะส่งตำรวจมา ที่สุดหุ้นส่วนฮ่องกงต้องยอมผม พอออกมาผมก็คิดชื่อ คิงเพาเวอร์ จากนั้นทำเรื่องขอเปลี่ยนชื่อบริษัท เพื่อเป็นสิริมงคลในการดำเนินธุรกิจต่อไป” นายวิชัยกล่าว นายวิชัยยังกล่าวต่อว่า เมื่อสัมปทานไม่ได้อยู่ในมือ ความแน่นอนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อรัฐมนตรีที่กำกับดูแลให้ ททท.ทำเอง เพราะเห็นว่าคิงเพาเวอร์จะรวยเกินไป ทำให้ ททท.ไม่ต่อสัญญาและเปิดร้านค้าปลอดภาษีเองที่ศูนย์การค้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ชั้น 7 “ผมบอกไม่เป็นไร แต่ต้องรับปากว่าจะช่วยเอาลูกน้อง 300-400 คนไปด้วย เพราะเขามีประสบการณ์ และเขาไม่ผิด ตอนแรก ททท.ตกลง แต่กลับผิดสัญญา จึงต้องต่อสู้เพื่อให้เห็นว่าธุรกิจนี้ต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพ มีสายสัมพันธ์ และความสามารถในการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส” – กัดฟันสู้-ยอมกลืนเลือด ขายของต่ำกว่าทุนเพื่อลูกน้อง โดยร้านที่มหาทุนพลาซ่ายังคงดำเนินการต่อไป แม้ไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจร้านค้าปลอดภาษี แต่สามารถขายของในราคาปลอดภาษีได้ เมื่อของที่ขายยังต้องเสียภาษี แต่เอามาขายในราคาปลอดภาษี ทำให้มีกำไรน้อยลงถึงขาดทุน […]

1 2