การถวายผ้าอาบน้ำฝน ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา อีกหนึ่งวัฒนธรรมอันดีงาม

นอกเหนือจากการทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ฟังธรรม และการเวียนเทียนที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายต่างยึดถือปฏิบัติในช่วงเทศกาลเข้าพรรษาอย่างพร้อมเพรียงแล้ว “การถวายผ้าอาบน้ำฝน” ยังถือเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมอันดีงามที่มีเรื่องราวเล่าขานถึงประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ และอานิสงส์อันยิ่งใหญ่แห่งการนำถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ ย้อนกลับไปสมัยพุทธกาล พระศาสดาประทับ ณ พระเชตวันมหาวิหาร นางวิสาขาได้มาฟังธรรม แล้วทูลอาราธนาพระศาสดาและหมู่สงฆ์ไปฉันที่บ้านของนางในวันรุ่งขึ้น เช้าวันนั้น เกิดฝนตกครั้งใหญ่ ตกในทวีปทั้ง 4 พระศาสดาจึงรับสั่งให้ภิกษุทั้งหลายสรงสนานกาย พระสงฆ์ทั้งหลายที่ไม่มีผ้าอาบน้ำฝนจึงออกมาสรงน้ำฝนโดยร่างเปลือยกายอยู่ พอดีกับนางวิสาขามหาอุบาสิกาสั่งให้นางทาสีไปนิมนต์ภิกษุมารับภัตตาหารที่บ้านของตน เมื่อนางทาสีไปถึงที่วัดเห็นภิกษุเปลื้องผ้าสรงสนานกาย ก็เข้าใจว่า ในอารามมีแต่พวกชีเปลือย (อาชีวกนอกพระพุทธศาสนา) ไม่มีภิกษุอยู่จึงกลับบ้าน ส่วนนางวิสาขานั้นเป็นสตรีที่ฉลาดรู้แจ้งในเหตุการณ์ทั้งปวง เมื่อถวายภัตตาหารแก่พระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขในวันนั้นแล้ว จึงได้โอกาสอันควรทูลขอพรต่อพระศาสดา โดยนางวิสาขาได้ให้เหตุผลการถวายผ้าอาบน้ำฝนว่า เพื่อให้ใช้ปกปิดความเปลือยกายในเวลาสรงน้ำฝนของพระสงฆ์ที่ดูไม่งามดังกล่าว ดังนั้น นางวิสาขาจึงเป็นอุบาสิกาคนแรกที่ได้รับอนุญาตให้ถวาย “ผ้าวัสสิกสาฏก” หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ผ้าอาบน้ำฝน เพื่อให้พระสงฆ์ได้ผลัดเปลี่ยนกับผ้าสบงปกติ จนเป็นประเพณีทำบุญสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน ผ้าอาบน้ำฝน เป็นผ้าที่พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระสงฆ์ใช้ได้เป็นผืนที่ 4 นอกเหนือจากไตรจีวรและทรงอนุญาตให้พระสงฆ์รับถวายได้ก่อนเข้าพรรษา 1 เดือน ที่เรียกว่าผ้าอาบน้ำฝนเพราะเป็นผ้าที่ถวายกันในต้นฤดูฝน การถวายผ้าอาบน้ำฝนมีความเชื่อที่ถือกันมานานว่า ผู้ใดที่ถวายผ้าอาบน้ำฝนให้กับพระภิกษุสงฆ์ จะถือว่าเป็นการทำบุญที่ช่วยทำนุบำรุงและสนับสนุนพระศาสนาให้คงอยู่สืบไป และเพื่อมิให้พระภิกษุสงฆ์ต้องลำบากในการแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน แต่จะได้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนของพุทธศาสนาและช่วยเผยแผ่ให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบไป และผู้ทื่ได้บริจาคผ้าอาบน้ำฝน ก็จะได้พบแต่ความสุขความเจริญ จะมั่งมีด้วยทรัพย์สินเงินทองและบริวารมากมาย

ยาวเหยียด!! ผู้คนแห่กลับบ้านช่วงปีใหม่ ทำรถติดสนั่นโคราช

ผู้สื่อข่าวรายงาน สภาพการจราจรบนถนนสายหลัก ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้มีประชาชนชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาล่วงหน้าแล้ว ส่งผลให้ถนนหลายจุดเริ่มมีรถยนต์หนาแน่น โดยเฉพาะที่บริเวณถนนมิตรภาพ ช่วงขาลงสะพานต่างระดับ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา มุ่งหน้าสู่ จ.ขอนแก่น มีรถยนต์สะสมมาก เนื่องจากเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างถนนมิตรภาพกับถนนเลี่ยงเมือง จึงส่งผลให้เกิดรถชะลอตัวเป็นระยะ บางช่วงถึงกับหยุดนิ่ง โดยการจราจรจุดนี้มีสภาพติดขัดยาวถึงบริเวณสี่แยก ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา รวมระยะทางยาวกว่า 8 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังเกิดอุบัติเหตุรถเชี่ยวชนกันหลายคัน ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้มีการปิดช่องกลับรถบริเวณด้านหน้าโรงเรียนมหิศราธิบดี ต.จอหอ เพื่อให้รถยนต์สามารถเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ย้ำห้ามปล่อยโคมลอย จุดพลุ ทุกจังหวัด

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ได้ส่งหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเน้นย้ำให้กวดขันการเล่นดอกไม้เพลิง การจุด การปล่อยพลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงวันที่ 22 พ.ย.นี้ เพื่อป้องกันอันตราย และลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยทางอำเภอจะพิจารณาอนุญาตการเล่นดอกไม้เพลิง การจุด การปล่อยพลุ ตามหลักเกณฑ์การอนุญาตทั่วประเทศตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้จะต้องประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ให้ประชาชนรับทราบ รวมถึงกำชับส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ในพื้นที่ ทั้งนี้จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ว่าการเล่นดอกไม้เพลิง การจุด การปล่อยพลุ ต้องได้รับอนุญาตจากนายอำเภอท้องที่ หากฝ่าฝืนจะต้องระวางโทษไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขอความร่วมมือหน่วยงานและประชาชน โดยรอบงดปล่อยโคมลอย ลูกโป่ง และจุดพลุ วันลอยกระทง ในรัศมี 8 กม. แต่หากมีความจำเป็นที่ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่ส่งผลกระทบทางการบิน ให้แจ้งข้อมูลหรือแผนการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวไปยังสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย […]

บูรณาการร่วม ตร.สุ่มตรวจกาสารเสพติดคนขับรถโดยสาร ตรวจความพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัย และมาตรการยาเสพติดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พุทธิชาติ เอกฉันท์ รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.สน.บางซื่อ ตรวจความพร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัย และมาตรการยาเสพติดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2561 สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ(จุตจักร) โดยมี ผู้บริหารสถานีขนส่ง ชุดปราบปรามยาเสพติด บก.น. 2 บช.น. บช.ปส. และ บช.ก. (บก.ป.) ชุดสุนัขตำรวจ ตรวจยาเสพติด และอาสาสมัคร โดยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สถานีขนส่งเพื่อตรวจดูความพร้อมทั้งมาตรการรักษาความปลอดภัยรวมถึงความพร้อมของพนักงานขับรถเพื่อให้ในช่วงเทศการนี้การขนส่งมวลชนจะเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยเพื่อประชาชนจะได้มีความมั้นใจในการเดินทาง พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า วันนี้ มาตรวจความพร้อม มาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และมาตรการยาเสพติด ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ