สุดสลด!! เด็ก 2ขวบ ติดโควิด ชาวเน็ตสงสัย พ่อแม่ไปดูแลได้ไหม

ล่าสุด (27 เมษายน 2564) เฟสบุ๊ก กู้ภัยร่วมกตัญญู ฐานโลตัสพระราม3 ได้โพสต์ภาพช่วงเวลาที่ไปรับตัวหนูน้อยที่ติดโควิด วัย 2ขวบ ไปส่งรักษาตัว รพ.สนามราชพิพัฒน์ เป็นที่น่าสงสารของผู้พบเห็นและรับรู้ข่าว ข่าวเพิ่มเติม รร.ดังหาดใหญ่เปิดไฟเป็นรูปหัวใจให้คนไทยฝ่าวิกฤตโควิด สถานการณ์โควิดวันนี้ 27 เม.ย. 64 ยอดผู้เสียชีวิตยังพุ่งทำลายสถิติดับอีก 15 ศพ และเกิดข้อสงสัยขึ้นจากชาวเน็ตว่า ด้วยตัวสาวน้อยอายุเพียง 2ขวบ ใครจะเป็นผู้ดูแล พ่อแม่สามารถไปอยู่ดูแลลูกได้ไหม และข้อความให้กำลังใจจากหลายๆคนที่มาคอมเม้นท์ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าอาการของน้องเองเป็นยังไงและติดเชื้อมาจากใคร ขอให้สาวน้อยหายไวไว และกลับบ้านไปหาครอบครัวในเร็ววัน

“น้องกั้ง” หายตัวปริศนา แม่ชีเด็ดใบไม้ดูดวงบอกมีรถตู้พาไป!!

เมื่อเวลา 10.30 น. (20 ม.ค.64) ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรนางรอง  จ.บุรีรัมย์   ได้รับแจ้งมีเด็กชายวัย 2 ขวบหายจากบ้าน   จึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยฯ ช่วยลงพื้นที่ตามหา    ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเลขที่ 1 หมู่ 8 บ้านตากแดด ต.นางรอง อ.นางรอง    จากการสอบถามทราบว่าเด็กที่หาย ชื่อ น้องกั้ง อายุ 2 ขวบ ได้หายไปตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น. จากนั้นหน่วยกู้ภัยฯ  พร้อมญาติ และชาวบ้านกว่า 50 ชีวิตก็ได้ช่วยกันเดินตามหาทั้งบริเวณรอบบ้าน สวนมะนาวเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่  รวมถึงทุ่งนาใกล้เคียง โดยตะโกนเรียกชื่อน้องกั้งตลอดทาง   ขณะที่หน่วยกู้ภัยฯ บางส่วนก็ได้ลงงมค้นหาในสระน้ำที่หน้าบ้าน  และหลังบ้านก็ยังไม่พบ  ท่ามกลางความกระวนกระวายใจของยายทวดและผู้เป็นแม่  ทั้งสองก็ร้องไห้ตลอดเวลาด้วยความเป็นห่วงน้อง กลัวจะเป็นอันตราย  แต่ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงก็ยังตามหาไม่เจอ ทั้งๆ ที่ ด.ช.กั้ง ไม่เคยห่างจากบ้านเลย  ไปไหนมาไหนกับยายทวดตลอด  แต่ครั้งนี้ยายทวดเดินเข้าไปเก็บมะนาวในสวนซึ่งก็อยู่ติดกับตัวบ้านไม่ถึง 10 นาที แต่เดินออกมากลับไม่เจอหลานแล้ว    ก็แปลกใจว่าหลานหายไปไหน จากนั้นแม่ชีม้วย ซึ่งทราบข่าวก็ได้มาช่วยดูดวงเพื่อตามหาน้องอีกแรง โดยได้ให้ญาติเด็ดใบไม้มา 2 ใบ  แล้วดูจากตำหนิใบไม้ รวมถึงชื่อ วัน เดือน ปีเกิดของน้อง ซึ่งแม่ชีก็บอกว่าจากดวงที่ญาติเด็ดใบมาให้ดู ทางตำราบอกว่า มีชาย 2 คนลงจากรถน่าจะเป็นรถตู้  เดินมาหาน้องกั้งก่อนจะทำทีชวนขึ้นไปบนรถโดยไม่ได้อุ้มเพราะถ้าอุ้มน้องจะร้อง และตามตำรายังบอกอีกว่าบนรถตู้มีเด็กอีกประมาณ 3 คน แต่น้องยังมีชีวิต ซึ่งแม่ชีบอกว่าตนไม่ใช่หมอดู แต่เวลาของหายจะดูตามตำราแบบนี้ ขณะที่นางอรวรรณ ซึ่งเป็นป้าของน้องกั้ง ก็ได้จุดธูปขอพึ่งบารมีกุมารไอ้ไข้ วัดเจดีย์ ที่เคารพบูชา  ให้ช่วยเปิดทางดลบันดาลให้ตามหาหลานให้เจอภายใน 30 นาที จากนั้นก็นำธูปที่จุดปักไว้บนพื้นดิน   แต่เวลาผ่านไปกว่า 6 ชั่วโมงก็ยังตามหาน้องกั้งไม่เจอ  แต่ทางครอบครัวก็ยังมีความหวังว่าน้องยังมีชีวิต แต่ผีอาจจะบังตาเอาไว้ทำให้หาไม่เจอ ด้านนางเฉลียว อายุ 72 ปี  ยายทวดของน้องกั้ง เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนเดินเข้าไปเก็บมะนาวในสวนซึ่งอยู่ข้างบ้าน  ซึ่งก็ยังเห็นหลานเดินตามหลังมาด้วย แต่ระหว่างที่เก็บมะนาวไม่ได้หันมาดูหลานคลาดสายตาไม่ถึง 10 นาที  ตะโกนเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยินเสียงหลานเลย จึงบอกให้ตาเดินตามหาแต่ก็ไม่เห็น  จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยประกาศตามหาแต่ก็ไม่มีใครเห็น ผู้ใหญ่บ้านจึงได้ประสานกู้ภัยฯ ให้มาช่วยตามหาอีกแรง เจ้าหน้าที่ให้มาช่วยตามหา   เป็นห่วงหลานมาก ขณะที่ น.ส.จรรยา แม่น้องกั้ง บอกว่า  ตนจะเอาลูกชายมาฝากให้ยายทวดเลี้ยงตอนเช้า แล้วก็จะไปทำงานที่โรงพยาบาลนางรอง ตอนเย็นเลิกงานก็จะมารับ แต่วันนี้หยุดเพราะไปประชุมเกี่ยวกับเรื่องโควิด ตอนประชุมอยู่ยายทวดก็โทรศัพท์ไปบอกว่าหาน้องกั้งไม่เจอ  ก็ตกใจมากจึงรีบขับรถกลับมาและช่วยกันตามหาแต่ก็ไม่เจอ   ซึ่งที่ผ่านมาน้องไม่เคยห่างจากตน  หรือยายทวดเลย ก็เลยแปลกใจว่าลูกหายไปไหนทำไมไม่มีร่องรอยอะไรเลย  เป็นห่วงลูกมาก

เลวจริง! กระบะตีนผี เบียดรถจักรยานต์ที่มีเด็ก 2 ขวบล้ม แล้วซิ่งหนี ปล่อยเด็กบาดเจ็บแผลเต็มตัว

ตามล่าตัวกระบะใจทราม ขับเบียดรถจักรยานต์ที่มีเด็ก 2 ขวบล้ม แล้วก็ซิ่งหนีไปแบบไม่สนใจใยดี วอนใครมีภาพจากกล้องหน้ารถ ขอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ด้วย เป็นเรื่องราวอีกในโลกโซเชียลเมื่อเพจข่าวสารเมืองปราการ V 2 ได้โพสต์ข้อความตามหากล้องหน้ารถหรือผู้เห็นเหตุการณ์ รถคู่กรณีหลบหนี โดนเฉี่ยวชนตอน 7 โมงกว่า ๆ ปากซอยเด่นชัยบางปู ถนนสุขุมวิท เรานั่งวินกำลังจะไปขายของที่นิคม ยูเทิร์นมา เข้าเลนส์ขวา มาทางตรง แต่คันที่ชน ไม่เปิดไฟเลี้ยว จะเปลี่ยนเลนส์ พุ่งออกมา ไม่ดู เบียดเราจนรถที่นั่งมาล้ม รถตกไปอยู่เกาะกลาง แล้วรถคู่กรณีก็ขับหนีไป  รถกระบะดีแม็ก สีน้ำเงินออกเขียวๆ มีพี่ผู้หญิงที่ผ่านมา พาเรากับลูกมาส่งโรงพยาบาลเรามีแผลถลอกที่แขนกับขา ไม่เป็นอะไรมาก แต่น้องเจล เป็นแผลที่แขนทั้งสองข้าง หน้าถลอก เลือดไหลที่ปากกับจมูกต้องไปทำแผลล้างแผลทุกวัน ไปทำงานไม่ได้ (ส่วนพี่วินมอเตอร์ไซค์ แกไม่เป็นไรมาก) ตามมาดูเรากับลูกที่โรงพยาบาล จ่ายค่ารักษาไห้ ใครที่อยู่แถวนั้นตอนที่เราโดนชน ช่วยเราหน่อยนะ ถือว่าสงสารเด็กตาดำๆ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ น.ส.สุนิสา  โกทัณฑ์  อายุ 23 ปี ผู้บาดเจ็บและเป็นแม่ของ ด.ญ.เจนจิรา  ชื่นแช่ม อายุ 2 ขวบ ที่บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ด้วย ได้เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเวลาประมาณ 7 โมงเช้าขณะที่ตนและน้องเจน ลูกสาววัย 2 ขวบได้นั่งรถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านซึ่งอยู่ในซอยเทศบาลบางปู 98 ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เพื่อที่จะไปขายข้าวแกงในโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ในขณะที่รับจักรยานยนต์รับจ้างได้ยูเทรินรถกลับและขี่เลียบมาตามราวเหล็กกั้นเกาะกลางข้างขวา และอยู่ ๆ รถกระบะคู่กรณีซึ่งตอนแรกอยู่เลนซ้ายและตบออกมาทางเลนขวาพอเข้าแทรกขึ้นมาโดยที่ไม่ได้เปิดไฟเลี้ยว พอแทรกขึ้นมาท้ายรถได้เข้ามาตบรถจักรยานยนต์รับจ้างที่ตนนั่งมาจนเสียหลักล้ม แต่เขาก็ไม่ได้ลงมาดูเขาขับไปเลย จักรยานยนต์ก็ตอลงไปในร่องกลางถนน แต่คนขี่จักรยานยนต์รับจ้างก็พยายามเข้ามาช่วยพยุงตนและลูกสาวขึ้นมา ก็อยากให้เขาออกมาแสดงความรับผิดชอบ ตนเจ็บไม่เท่าไหร่ แต่ลูกหนูยังเล็กและตนก็ต้องหยุดงาน ไม่มีรายได้อะไรตรงนี้ทำให้ขาดรายได้และเสียเวลาและลูกสาวตนก็ยังเล็กก็ต้องมาเจ็บตัวและที่สำคัญคือที่ใบหน้าซึ่งเขายังเป็นเด็กน้อยน้ำใจมันก็ต้องมี ชนใครก็น่าจะลงมาดูกันสักหน่อยว่าเขาเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่ใช้มาหนีไปแบบนี้ ซึ่งตอนนี้อาการน้องก็มีอาการเจ็บแขนทั้งสองข้างเป็นแผลถลอกทั้งสองข้าง และก็ใบหน้าและปากจมูกก็ถลอกเลือดไหลรวมทั้งใต้ตาด้วย น้องก็จะร้องเจ็บตลอดเวลาทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะแขนเจ็บทั้งสองข้างจะกินนมตนก็ต้องจับขวดให้และตนก็ต้องหยุดงานมาดูลูก และตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่ารถกระบะคันดังกล่าวเป็นของใคร และทะเบียนก็เห็นไม่ชัด ต่อมาคนจำทะเบียนได้ว่า เป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ แคป สีน้ำเงินออกเขียว ทะเบียน 2 ฒผ 4986  แต่จำหมวดจังหวัดไม่ได้  และในช่วงจังหวะที่เกิดเหตุก็มี่รถยานยนต์ขี่ไล่ตามไปจนมาทันกันที่บริเวณนิคมซอย 8 และเคาะกระจกบอกเขา ซึ่งคนขับก็บอกว่ารู้แล้ว แต่เขาก็ไม้ได้มาดูแลอะไรเขาก็ไปต่อเลยก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามรถคันดังกล่าวมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็ว  

จิตใจต้องทำด้วยอะไร อุ้มเด็ก 2 ขวบ ไปทำร้ายร่างกาย

วันที่ 6 พ.ย. 61 ร.ต.อ.สุรชัย กมลวิบูลย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.องครักษ์ จ.นครนายก ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลองครักษ์ ระบุว่ามีเด็กถูกทำร้ายร่างกายมาขอรักษาตัว จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมกับ ร.ต.อ.จักรกฤษณ์ โนนสิงห์ รอง สว.สส. และชุดสืบสวน เมื่อเดินทางไปถึงห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลพบกับ น้องโบ๊ท (นามสมมติ) เด็กชายวัย 2 ขวบ 3 เดือน สภาพมีบาดแผลหลายแห่งตามใบหน้าและลำตัว ส่วนบริเวณอัณฑะบวมช้ำ มีอาการไข้ขึ้นสูง แพทย์เกรงว่าแผลจะติดเชื้อ จึงทำการรักษาเบื้องต้นก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนครนายก เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางรักษาต่อ จากการสอบถาม นางเรียม อายุ 89 ปี ผู้เป็นยายทวดของเด็ก ให้การว่า น้องโบ๊ทเป็นลูกชายนายวิศรุต อายุ 25 ปี กับ น.ส.กาญจนา อายุ 21 ปี ทั้งสองได้แยกกันอยู่มาราวๆ ปีเศษ น้องโบ๊ทก็จะแวะเวียนไปๆ มาๆ ทั้งบ้านพ่อและบ้านแม่ นายวิศรุต ผู้เป็นพ่อไปรับลูกชายมาอยู่ด้วยราว 2 สัปดาห์ ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา น้องโบ๊ท กำลังนั่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้านกับเด็กที่โตกว่า และเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน 3-4 คน กระทั่งช่วงค่ำได้เรียกหาตัวแต่ไม่พบ ผู้เป็นพ่อที่กลับจากทำงานจึงออกตามหา จนถึงช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน จึงไปพบลูกชายถูกทำร้ายร่างกาย เลือดไหลออกจากจมูก ใบหน้ามีแผล และอัณฑะมีแผลรอยขีดข่วนฟกช้ำ สภาพนอนคว่ำหน้า ไม่ได้สวมเสื้อผ้าอยู่ในป่าหญ้า ห่างจากบ้านประมาณ 100 เมตร หลังจากนั้นจึงได้รีบอุ้มลูกกลับเข้าบ้าน พอรุ่งเช้าก็ตื่นออกไปทำงานก่อสร้าง ส่วนน้องโบ๊ทอาการไม่ค่อยดีขึ้น นอนร้องไห้ มีไข้ขึ้น และเศร้าซึม ย่าของเด็กชายจึงได้ติดต่อไปยังแม่ของหนูน้อย หลังจากนั้นจึงได้พามารักษาตัวที่โรงพยาบาลองครักษ์ดังกล่าว จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยในพฤติกรรมของพ่อเด็ก จึงได้นำตัวมาตรวจปัสสาวะก็พบว่ามีสารเสพติด แต่ยังให้ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายลูกชายแต่อย่างใด เบื้องต้นคาดว่า พ่อเด็กอาจจะไปมีเรื่องกับวัยรุ่นแถวบ้าน แต่กลับมาบ้านเจอลูกชายเล่นอยู่หน้าบ้าน จึงอุ้มไปทำร้ายร่างกาย เพื่อระบายความแค้น อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบปากคำพ่อเด็กให้ละเอียดหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อติดตามคนใจร้ายที่ทำร้ายเด็กรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

หวิดดับ!! เกิดเหตุฝนตกถนนลื่น ทำให้รถยนต์ที่มีเด็กหญิงวัย 2 ขวบ นั่งมาด้วย ตกลงข้างทาง รถพังยับทั้งคัน ไม่มีใครเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรบ้านบึง พร้อมด้วยมูลนิธิศีลธรรมสมาคม บ้านบึง ได้รุดเข้าไปตรวจสอบบนถนน331 ใกล้เคียง ป.ลูกหมากหมู่ที่ 2 ขาเข้ากบินทร์บุรี ตำบลหนองอิรุณ อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งในช่วงตกหนัก มีรถยนต์พลิกคว่ำตกลงข้างทาง โดยที่มาถึงพบคนขับคือนาย ไพรัตน์ ศิริบาล อายุ 36 ปี และเด็กหญิงณัฐทวดี ศิริบาล อายุ 2 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ จึงทำการปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลบ้านบึง นอกจากนั้นยังพบรถยนต์กระบะ สีขาว ยี่ห้อมิตซูมิชิ หมายเลขทะเบียน บย 4047 ฉะเชิงเทรา ล้อหลุด หงายท้องชี้ฟ้า พังเสียหายทั้งคัน สอบถามเบื้องต้นกำลังจะกลับบ้าน แต่มาถึงจุดเกิดเหตุฝนตกหนักมา จนมองไม่เห็นทาง พอมาเห็นอีกทีก็จะตกลงทางแล้ว เลยทำให้เบรกไม่ทันตกลงไปดังกล่าว โชคดีที่ลูกสาวไม่เป็นอะไร แค่ตกใจ และบาดเจ็บเล็กน้อย คงเป็นเพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ห้อยคอ จนทำให้ไม่เป็นอะไรมาก หากลูกสาวเป็นอะไรไป ตนคงต้องเสียใจมากกับเหตุการณ์ในครั้งนี้  

1 2