หนุ่มโอดปั๊มหวงที่จอด โดนไล่ ช้ำใจโพสต์ระบายแบบนี้?

 หนุ่มถูกพนักงานปั๊มน้ำมันดังไล่ หลังเอารถไปจอดแล้วไปซื้อของที่ร้านข้าง ๆ ชี้ไม่ได้ใช้บริการห้ามจอด เจ้าตัวลั่นเข้ามาเป็น 10 ปี ตั้งแต่ป้ายแดงจนป้ายจะหลุดอยู่แล้ว    บ่อยครั้งเวลาที่คนเข้าปั๊มน้ำมัน แต่อาจจะไม่ได้ใช้บริการปั๊มโดยตรง อาจจะเป็นการเข้าไปใช้ห้องน้ำ ทำธุระ หรือซื้อของกินของใช้ในร้านมินิมาร์ตแทน ซึ่งปั๊มน้ำมันส่วนมากจะไม่ค่อยหวงพื้นที่ ให้ใช้ฟรีไม่มีอิดออด เมื่อวานนี้ (14 กันยายน 2564) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ กรณีเจ้าตัวถูกพนักงานปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งไล่ไม่ให้จอดรถภายในปั๊ม เนื่องจากพบว่าไม่ได้เข้ามาใช้บริการเติมน้ำมัน แต่มาจอดแล้วไปซื้อกาแฟที่ร้านข้าง ๆ ข่าวที่เกี่ยวข้อง ชาวเน็ตจับโป๊ะ หลังเสก โพสต์บอกรัก กานต์ ในวันครบรอบแต่งงาน 1 ปี โพสต์ทวิตของแบมแบม #แบนมดดำ #WeLoveYouBamBam          ทั้งนี้ เจ้าของโพสต์ได้เขียนข้อความเล่าเหตุการณ์ว่า วันดังกล่าวที่ร้านกาแฟที่จอดไม่มี เลยเข้าไปจอดรถภายในปั๊มตรงหน้าห้องน้ำ แล้วเดินไปซื้อกาแฟ สักพักประมาณ 15 นาที พนักงานร้านกาแฟแจ้งว่าปั๊มให้ไปย้ายรถเพราะจอดขวาง ตนจึงไปขยับรถแล้วถูกผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นพนักงานปั๊มน้ำมันเข้ามาต่อว่า ว่าห้ามจอด เพราะที่จอดสำหรับคนมาเติมน้ำมันเท่านั้น โดยเจ้าของโพสต์ได้ตอบกลับไปว่า ตนก็เคยมาเติมน้ำมันที่นี่ แต่พนักงานบอกว่าไม่เกี่ยวกัน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าของโพสต์เสียความรู้สึกอย่างมาก เนื่องจากปั๊มดังกล่าวเจ้าตัวใช้บริการประจำเป็นเวลานับ 10 ปี ตั้งแต่รถป้ายแดงจนตอนนี้ป้ายจะหลุดแล้ว ก่อนจะทิ้งท้ายว่า กราบขอโทษด้วยที่เอารถเข้าไปจอด “สงสารตัวเองจังโดนไล่ยังกะ….” อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทันที ซึ่งส่วนใหญ่ตำหนิการกระทำของทางพนักงานปั๊มน้ำมัน เนื่องจากจะเห็นว่าในคลิปที่จอดรถค่อนข้างว่าง ไม่เข้าใจว่าจะหวงที่จอดไว้ทำไม ประกอบกับที่เข้ามาต่อว่าถึงตัวตามในคลิปที่ดูแล้วทำเกินไปหรือไม่          แต่ก็มีบางส่วนคาดการณ์ว่าสาเหตุที่พนักงานไม่พอใจที่เจ้าของโพสต์มาจอดแล้วไปซื้อกาแฟที่ร้านข้าง ๆ อาจเป็นเพราะทางปั๊มมีปัญหากับร้านกาแฟอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ จึงเป็นต้นเหตุทำให้ไม่พอใจที่เห็นมาจอดรถในปั๊มแล้วไปซื้อของอีกร้าน

คาหนังคาเขา พนักงานปั๊มโกงน้ำมันซึ่งหน้า

กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ขณะนี้ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ต้อมปากน้ำ สมุทรปราการ ได้โพสต์ไล่เรียงเหตุการณ์เป็นช่วงๆ ว่า พร้อมทั้งระบุข้อความเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า “เติมน้ำมันดูยอดน้ำมันให้ดีด้วยนะระวังโดนแบบผม จะ 100 200 ก็เงินเหมือนกันครับ…ก่อนขึ้นสะพานภูมิพล” จากนั้นเขาได้ไลฟ์สด เพื่อบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เขาได้เจรจากับพนักงานปั๊มแห่งหนึ่ง บริเวณก่อนขึ้นสะพานภูมิพล พระราม 3 โดยตอนแรกเขาถามพนักงานปั๊มคนดังกล่าวว่าจะยอมรับมั้ย ว่าโกงน้ำมันเจ้าของคลิป ตอนแรกทางพนักงานรายดังกล่าวไม่ยอมรับว่าโกง เจ้าของโพสต์จึงโทรหาเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาเจรจา   กระทั่งตำรวจบอกให้เจ้าของคลิปรออยู่ที่ปั๊มที่เกิดเหตุ แต่ระหว่างรอทางเจ้าของคลิปได้บอกข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตอนที่ยังไม่ได้อัดคลิป พนักงานปั๊มรายนี้บอกกับเขาว่า อย่าเอาเรื่องเขาเลย เขาไม่ใช่คนไทย เป็นคนพม่ามาทำงานที่นี่ และอีกอย่างคือเขาโดนหักเงินไปเยอะแล้ว ซึ่งเขาพยายามพูดคุยเจรจาให้พนักงานรายดังกล่าวยอมรับหน้ากล้องให้ได้ กระทั่งพนักงานรายนี้ยอมรับ แต่ก็ยังเถียงเจ้าของโพสต์ไม่หยุด โดยพฤติกรรมของพนักงานปั๊มรายนี้ที่ได้ทำการโกงน้ำมันคือ เมื่อลูกค้าบอกว่าเติมน้ำมัน 300 บาท พนักงานปั๊มรายดังกล่าวจะกดหัวจ่ายเพื่อเติมจริงเพียง 200 บาท และเมื่อเติมน้ำมันไปแล้ว พนักงานรายนี้จะกดตัวเลขที่หัวจ่ายใหม่เป็น 300 บาท เพื่อตบตา แต่พอลูกค้ารายดังกล่าวจับได้ พนักงานคนนี้กลับกดปรับตัวเลขหัวจ่ายใหม่ และคืนเงินเขามาอีก 100 บาท ซึ่งถ้าไม่สังเกตลูกค้าหลายรายก็คงเป็นเหยื่อไปมากมายแล้ว   หลังจากตำรวจได้เข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ย เจ้าของโพสต์ก็ได้โพสต์อีกครั้งว่า “พรุ่งนี้เอาไงต่อดี…ค่อยว่ากันใหม่อีกที อีกใจนึงก็สงสารอีกใจนึง มันก็กวนตีนเหลือเกิน” ก่อนที่เขาจะคอมเมนต์บอกอีกทีว่า “สรุปผมไม่เอาเรื่องนะครับ สงสารเขาแต่ผิดก็ว่าไปตามผิดแต่ว่าทางปั๊มได้ไล่เขาออกแล้วครับทางปั๊มน้ำมันได้โทรมาแล้วครับ” แต่เขาก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง เนื่องจากทางปั๊มโทร.โทรมาบอกให้เขาลบคลิป ซึ่งเขาได้โพสต์อีกครั้งว่า “ผมก็ไม่ได้เอาเรื่องเด็กปั๊มเพราะสงสาร แต่ทางปั๊มโทร.มาบอกให้ผมลบคลิป แล้วทำไมต้องลบ” ทำให้ชาวเน็ตที่ได้รับทราบเรื่องราวดังกล่าวเข้ามาคอมเมนต์อย่างมาก และต่อเนื่อง

ชายวัย 25 คลั่งบุกข้างบ้าน จ่อยิงหญิงวัย 40 ดับคาเปล

หนุ่มวัย 25 ปี เกิดคลุ้มคลั่ง ถือปืนยิงสนั่น ก่อนเดินเข้าไปจ่อยิงหญิงข้างบ้าน ขณะนอนในเปลจนเสียชีวิต ตำรวจตามไปจับตัวได้ ขณะที่แม่ผู้ก่อเหตุขอโทษครอบครัวผู้ตาย ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นฝีมือของลูกชาย เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มีนาคม 2564 ร.ต.อ.จตุพร สอนวิทย์ ร้อยเวรสอบสวน สภ. สามโคก ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีชายคุ้มคลั่ง ใช้อาวุธปืน ขนาดจุด .38 ยิงผู้เสียชีวิต บริเวณถนน วัดเจดีย์ทอง-วัดโบสถ์สายใน หมู่ 3 ตำบลบางกระบืออำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยอาสามูลนิธิปอเต็กตึ้ง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นเลขที่ 65/1 หมู่ 3 ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พบผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นางสาวมะลิวัลย์ แสงจันทร์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20/4 หมู่ 5 ตำบล ลาดหลุมแก้ว อำเภอ ลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี สภาพนอนอยู่ในเปลถูกอาวุธปืนยิงที่หน้าผากซ้าย 1 นัด จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไป และยังใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าอีกหลายนัด เจ้าหน้าที่จึงติดตามไป ห่างจากที่เกิดเหตุ 100 เมตร สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ทราบชื่อ นายสราวุธ ขันเสรี อายุ 25 ปี หรือเตย อยู่บ้านเลขที่ 65/4 หมู่ 3 ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี บ้านอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 50 เมตร จากการสอบถาม นายจักรพงษ์ มีพูน อายุ 38 ปี สามีผู้ตาย เผยว่า ขณะเกิดเหตุกำลังเข้าห้องน้ำ และได้ยินเสียงภรรยาตะโกนถามว่าใครมาบ้าน จากนั้น มีเสียงปืนขึ้น 1 นัด จึงรีบวิ่งออกมาดูพบว่าภรรยา ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตอยู่ในเปล และเห็นคนร้ายวิ่งออกไป ด้าน ร.ต.อ.จตุพร สอนวิทย์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก ได้มาตรวจที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และบันทึกภาพเก็บไว้ จากนั้นนำตัวนายสราวุธ ขันเสรี 25 ปี ผู้ต้องหา ไปขังที่ สภ.สามโคก ให้สงบสติอารมณ์ ก่อนสอบปากคำถึงสาเหตุแรงจูงใจที่ก่อเหตุ ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มี.ค. 2564 พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่ 3 ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านของ นายสราวุธ ขันเสรี อายุ 25 ปีหรือเตย ผู้ก่อเหตุแทงเด็กปั้มเสียชีวิตและยิงเพื่อนบ้านขณะนอนอยู่บนเปลจนเสียชีวิต จากการตรวจสอบพบกางเกงเปื้อนคราบเลือด ซึ่งอยู่ภายในบ้าน และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 100 สีฟ้า จอดอยู่ริมถนน ห่างจากบ้าน 200 เมตรที่นายสราวุธ ขันเสรี ใช้ในการขี่ไปก่อเหตุแทงเด็กปั้มเสียชีวิต และยังพบมีดอีก 3 เล่มในห้องพักของผู้ก่อเหตุ จากการสอบถาม แม่ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนกับผู้เสียชีวิตข้างบ้านไม่ได้รู้จักกันเลยเพราะเค้าเพิ่งจะย้ายมาอยู่ได้ไม่นาน ตนทำงานเช้าเย็นๆก็กลับบ้านเลยไม่ค่อยเจอหน้าใคร ก็เคยเห็นหน้าตามงานบวช งานแต่ง แต่ไม่รู้ว่าใครเพิ่งมารู้ว่าอยู่ข้างบ้านกัน หลังจากเกิดเหตุก็ยังไม่ได้คุยกับลูกชายเลย เค้าไม่เคยมีอาการคุ้มคลั่งให้เห็นส่วนมากลูกชายจะอยู่บ้านและเป็นคนเงียบๆ มีดื่มน้ำกระท่อมบ้าง ช่วงเกิดเหตุเพื่อนบ้านได้โทรไปบอกตนก็ยังตกใจอยู่ ไม่รู้เลยว่าจะไปแทงเด็กปั้มจนเสียชีวิตด้วย ตนไม่ค่อยได้คุยกับลูกชาย เลยไม่ค่อยได้รู้เรื่อง ด้านพล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า สาเหตุเคสเด็กปั้มถูกแทงเกิดจากไปเติมน้ำมันแล้วไม่จ่ายเงิน ทำให้เกิดการทะเลาะวิวาท เอามีดแทงกันจนมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พอมาตอนเช้าก็ได้รับแจ้งจากผู้กำกับสามโคกว่า มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเพื่อนบ้านเสียชีวิต […]

เพจดังโพสต์เตือนภัย แฉแท็กซี่หื่น เขียนข้อความสุดหื่นให้สาวเด็กปั๊ม

วันที่ 29 ธ.ค. 63 เพจเฟซบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ by Kim Official” โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า “ไอ้หน้าหน่อ…ไอ้… ขับแท็กซี่ แต่มีการกระทำคุกคามทางเพศ โคตรอันตรายเลยวันหน้าถ้ามันหน้ามืดขึ้นมาผู้โดยสารปลอดภัยไหม อย่าหงายการ์ดนะว่าเล่น ๆ หรือไปแค่ราชบุรี ขนส่งปรับแค่พันเดียว เชื่อขนมกินได้เลย เตือนภัยครับ แท็กซี่คันนี้ขับอยู่แถวปทุมธานี ใครพบเจอโปรดระวัง ยื่นกระดาษให้เด็กปั๊มผู้หญิง แล้วเมื่อวานเจอตอนดึก ขับมานึกว่าจะขอโทษน้อง แต่ก็ไม่ขอโทษ รูปร่าง ตามภาพเลยครับ ทำตัวแบบนี้ไม่น่ามาขับแท็กซี่เลย โดยภาพที่โพสต์ เป็นภาพกระดาษถูกเขียนข้อความแสดงถึงการคุกคามทางเพศ และมีภาพของโชเฟอร์แท็กซี่ชัดเจนพร้อมภาพรถแท็กซี่ โตโยต้า อัลติส รุ่นปัจจุบัน สีส้ม ทะเบียน ทฬ8746 กรุงเทพมหานคร             ภาพและข้อมูลจาก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ by Kim Official

รู้สึกผิด…!! จ่ายเงินทำขวัญเด็กปั๊ม รับไม่น่าตอบโต้ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ

รู้สึกผิด…!! จ่ายเงินทำขวัญเด็กปั๊ม รับไม่น่าตอบโต้ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ที่ สภ.หัวหิน นายไมเคิล เวลส์ช หรือไมค์ ดาราคิวบู๊ชื่อดัง พร้อมด้วย นางสาวเสาวลักษณ์ ได้พบ พ.ต.ท.นฤปนาท อัษศดิณย์เดชา พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ซึ่งนางสาวเสาวลักษณ์ ได้แจ้งความประสงค์ขอถอนแจ้งความดำเนินคดี นายไมเคิล เนื่องจากได้มีการเจรจาพร้อมกล่าวคำขอโทษจนเป็นที่พอใจแล้ว ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้กล่าวตักเตือนบุคคลทั้งสองให้รู้จักใจเย็น และให้ถือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกรณีศึกษา ไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีกในอนาคต จากนั้น นายไมเคิล เวลส์ช ได้ชำระค่าปรับกรณีทำร้ายร่างกาย จำนวน 1,000 บาท และมอบเงินค่าทำขวัญกับนางสาวเสาวลักษณ์ เป็นจำนวน 1 หมื่นบาท พร้อมตกลงต่อหน้าพนักงานสอบสวน กรณีการรักษาพยาบาลต่อเนื่องหากเกิดอาการข้างเคียงในภายหลัง ซึ่งทั้งคู่ตกลงกันได้ด้วยดี นายไมเคิล เวลส์ช กล่าวเปิดใจกับสื่อมวลชน หลังจบเรื่องลงด้วยดีว่า ตนรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก ได้ขอโทษน้องแล้ว เป็นอารมณ์ชั่ววูบ ใช้อารมณ์นำสติ ทำให้เกิดเรื่องที่ไม่น่ารัก เราทุกคนต่างมีเรื่องเครียด เราไม่ควรเอาเรื่องเครียดมาผสมผสานกับการใช้ชีวิต ตนไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ทำให้ตนได้บทเรียนจากเรื่องครั้งนี้ หนักพอสมควร แม้ว่าน้องจะทำไปด้วยอารมณ์ แต่ตนก็ไม่น่าจะตอบกลับด้วยอารมณ์แบบนั้น การกระทำของตนไม่น่าให้อภัย อารมณ์ชั่ววูบ ขาดสติไป วันนี้ถือโอกาสมาขอโทษน้อง และพร้อมจะรับผิดชอบในส่วนของค่ารักษา ค่าทำขวัญ ซึ่งส่วนตัวไม่เคยมีเรื่องหรือเป็นศัตรูกับน้องมาก่อน เพียงแค่ไม่เข้าใจกันในบางเรื่อง ณ เวลานั้น ขอให้สบายใจว่า หลังจากนี้ไม่มีเรื่องตามมาต่อเนื่องอย่างที่น้องกลัว เจอกัน ทักกัน ดูแลกันได้ บ้านตนเองก็อยู่ที่ อ.ปราณบุรี ยังต้องขับรถผ่านปั๊มน้ำมันดังกล่าว น้องไม่ต้องย้ายไปไหนหรอก ทำงานต่อเถอะ และอยากขอโทษสังคม อยากบอกว่าตนรู้สึกผิดมาก รู้สึกผิดจริงๆ ขอโทษที่ทำให้ผู้ชมที่ติดตามผลงาน หรือแฟนคลับทุกคนผิดหวัง และขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆผู้ใหญ่คนในวงการบันเทิง ได้โทรศัพท์มาสอบถามและให้กำลังใจ นส.เสาวลักษณ์ บุญฤกษ์ เด็กปั๊มน้ำมันคู่กรณี ได้กล่าวว่า ผลการเจรจาตนพอใจ ซึ่งทางคุณไมค์รับปากจะดูแลค่ารักษาพยาบาลหากมีอาการป่วยต่อเนื่อง พร้อมทั้งมอบเงินค่าทำขวัญ 1 หมื่นบาทให้ ตนยอมรับว่าก่อนเหตุที่ตนจะถูกตบ ตนรู้สึกโกรธเมื่อถูกตำหนิ จึงมีการชักสีหน้า แต่ตนไม่ได้โต้ตอบ แต่ตนไม่ได้ตั้งใจวางป้ายแรง ทำให้เกิดการเข้าใจผิดในประเด็นนี้ ทำไม่ได้ทำกระแทกเขา ส่วนกรณีฝาถังน้ำมันก็เช่นกัน ตนรนที่ถูกตำหนิ อยากจะรีบทำให้เสร็จเร็วๆ กลายเป็นว่าทำให้เกิดเสียงดัง จนเข้าใจผิดรอบสอง จึงถูกพี่เขาว่าไม่น่ามาลงกับรถพี่ ก่อนเกิดเหตุการณ์ตามมา ถึงตอนนี้รู้สึกสบายใจมากขึ้นจากที่เมื่อเช้ายังกลัวว่าจะมีเรื่องตามมาอีก เมื่อพี่เขายืนยันว่า จากนี้ไม่มีเรื่องเกิดขึ้นตามมา ตนก็ไว้ใจพี่เขา อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ได้ยกมือไหว้ขอโทษสังคมที่ทำให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น   ******************************** (ขอขอบคุณเรื่องจาก ข่าวสด)  

1 2 3