เด็กทารก 27 วัน…!! ติดเชื้อโควิด เป็นภาพที่ บีบหัวใจอย่างมาก น่าสงสารมาก

เด็กทารก 27 วัน…!! ติดเชื้อโควิด เป็นภาพที่ บีบหัวใจอย่างมาก น่าสงสารมาก เด็กชายวัย 27 วัน ติดเชื้อโควิด จากคุณยายที่เป็นคนเลี้ยงดู ซึ่งได้มีรถของโรงพยาบาลสีคิ้วได้มารับตัวน้องไปรักษาและในตอนนี้คุณแม่ตรวจหาเชื้อยังเป็นลบได้กักตัวที่บ้านก่อน และ ทาง รพ.สีคิ้วจะ ตรวจซ้ำอีกที 7 วัน สถานที่บ้านซับสมบูรณ์ ต.หนองหญ้าขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งตอนนี้ได้ มียายที่ติดเชื้อก่อนหน้านี้ช่วยดูแลร่วมกับหมอและพยาบาลที่ รพ.สีคิ้ว ขอให้หนูน้อยหายไวๆนะ   ข่าวอืนที่น่าสนใจ -เผยสถิติผู้เสียชีวิตทั่วโลกจากโควิด-19 ทะลุ 4 ล้าน! ‘อาเซียนระส่ำ’ ทำสถิติผู้ป่วยโควิดรายวัน ใหม่ทุกวัน! -สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องสั่งซื้อซิโนแวคเพิ่ม   เป็นภาพบีบหัวใจมากๆ (ขออนุญาตครอบครัวน้องด้วยนะครับ ลงเพื่อให้ทุกคนต้องระวังตัวเองให้มากขึ้น) ************************************ ภาพ.สุวรรณ บุญพันธ์/ทีมข่าวภาพอำเภอสีคิ้ว

แม่ปล่อยโฮ!! หลังเผลอหลับทับลูกน้อยวัยแบเบาะ ขาดอากาศหายใจ ดับสลด

แม่ตื่นมาพบลูกไม่หายใจ รีบแจ้งกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาบ แพทย์ชี้ขาดอากาศหายใจ คาดแม่อาจเผลอหลับทับลูกน้อย อายุ 25 วัน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ร.ต.อ.พิเชฐพงศ์ ราชบัวโคตร ร้อยเวร สภ.ศรีบุญเรือง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน รพ.ศรีบุญเรือง ว่ามีเด็กทารกเพศหญิงอายุประมาณ 25 วันขาดอากาศหายใจเสียชีวิตระหว่างที่แม่เด็กให้นมเมื่อช่วงเวลา 06.00 น. โดย เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัย อบต.นากอก ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลศรีบุญเรือง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับ และเดินทางไปตรวจสอบที่ โรงพยาบาลและบ้านหลังเกิดเหตุ ภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลศรีบุญเรือง เจ้าหน้าที่พบนางสาวสะกาว ไพรเขต อายุ 39 ปี กำลังร้องไห้เสียใจกอดศพทารกเพศหญิง อายุได้ 25 วัน จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีบาดแผลถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 2 ชั่วโมง จึงมอบศพให้ญาติเพื่อนำไประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป จากการสอบถามนางสาวสะกาว แม่ของเด็กให้การทั้งน้ำตาว่า ตนเอง มีลูกด้วยกัน 4 คน คนแรกเสียชีวิตเมื่อวัยเด็ก และมีน้องสาวอีก 2 คน ส่วนน้องคนเล็กที่เสียชีวิตเป็นคนที่ 4 โดยสามีทำงานที่ กทม. เพิ่งทราบข่าว ก่อนเกิดเหตุช่วงค่ำวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมลูกสาวได้มานอนที่บ้านแม่ ซึ่งอยู่คนละหมู่บ้าน เนื่องจากช่วงเช้ามีธุระจะเข้าตัวอำเภอ ก่อนนอนตนเองก็ให้ลูกนอนอยู่ข้างๆ หน้าประตูบ้านแม่ ตนคอยดูแลและให้นมลูกในช่วงค่ำและดึกๆ 2 ครั้ง แต่ด้วยความอ่อนเพลียจากการเลี้ยงลูกมาตลอดคืน จึงทำให้ตนเผลอหลับไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ จนกระทั่งช่วงเวลาประมาณ 06.00 น. ตนก็ขยับตัวจะอุ้มลูกขึ้นมากินนมก็พบว่าลูกสาวไม่หายใจแล้ว จึงรีบแจ้งกู้ชีพกู้ภัย อบต.นากอก นำตัวมาส่งที่โรงพยาบาลศรีบุญเรือง แต่แพทย์แจ้งว่าลูกสาวตนเสียชีวิตก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว หลังจากแพทย์ทำการชันสูตรศพทารกน้อยแล้วน้องเสียชีวิตเพราะระบบหายใจ อาจจะเนื่องจากมีส่วนใดส่วนหนึ่งของหนักมาทับตัวทารกน้อย จนขาดอากาศหายใจ ด้าน ร.ต.อ.พิเชฐพงศ์ ฯพนักงานสอบสวน สภ.ศรีบุญเรือง กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบคราบเลือดและรอยบาดแผลใดๆ ส่วนสาเหตุของการตายนั้น เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจจะสำลักน้ำนมแม่ หรือไม่ก็ถูกแม่นอนทับจนขาดอากาศหายใจ เพราะความอ่อนเพลียจากการเลี้ยงลูกทำให้หลับสนิทจนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือเป็นเพราะกรรมพันธุ์ เพราะลูกคนแรกก็เสียชีวิตเพราะโรคเฉียบพลันมาแล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สังเกตุพบว่า นางสะกาวมีพฤติกรรมบางอย่างคล้ายคนไม่ปกตินัก อาจจะเป็นเหตุให้ไม่ค่อยรอบคอบหรือระมัดระวังเท่าที่ควร จนเป็นสาเหตุให้นอนทับลูกโดยไม่รู้ตัว สาเหตุชัดเจนรอแพทย์สรุปอีกครั้ง “เด็กทารก” ถูกทิ้งไว้กลางป่า เจ้าหน้าที่ปูพรมค้นหาทั้งคืน แต่ไร้วี่แวว ฟ้ามีตา…!! เด็กทารกถูกนำมาทิ้งไว้ที่กองขยะ เพศชายมีมดแดงกัดทั่วทั้งตัว

รพ.นครพิงค์ ผ่าตัดทำคลอดให้เเม่ที่ติดโควิด-19 ตอนนี้ลูกน้อยปลอดภัยดี ผลตรวจไม่มีเชื้อ

จากกรณี โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ ได้ทำการผ่าตัดทำคลอดให้กับมารดาที่ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2564 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดทางโรงพยาบาลออกมาเปิดเผยว่า ทารกเพศชายมีอายุ 15 วัน ตอนนี้ สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นลบ โดยโรงพยาบาลนครพิงค์ เปิดเผยว่า ” วันนี้ทารกเพศชายมีอายุ 15 วัน สุขภาพแข็งแรงดี ได้ทำการตรวจหาเชื้อโควิดตามมาตรฐาน ด้วยวิธี RT-PCR ถึง 2 ครั้งเมื่ออายุ 1 วันและ 3 วัน ผลเป็นลบทั้ง 2 ครั้ง และในวันนี้ได้ทำการตรวจอีกครั้งเพื่อความมั่นใจของครอบครัว ผลตรวจเป็นลบ “ ” จึงยืนยันได้ว่าทารกปลอดภัยไม่ติดเชื้อโควิดแน่นอนแล้วค่ะ ส่วนคุณแม่หลังจากผ่าตัดที่ รพ.นครพิงค์ ก็ฟื้นตัวดีและได้ย้ายไปพักฟื้นต่อที่รพ.อื่น อาการดีขึ้นเป็นลำดับและใกล้จะได้ออกจากรพ.แล้วเช่นกัน รอวันที่จะได้พบหน้าลูกเป็นครั้งแรกค่ะ “ นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลยังได้ให้ How to การดูแลทารกแรกเกิด ที่เกิดจากแม่ที่ติดเชื้อ COVID 19 ในโรงพยาบาลนครพิงค์อีกด้วย ว่า ” โดยทั่วไปแล้ว โอกาสการถ่ายทอดเชื้อโควิดจากแม่สู่ลูก (vertical transmission) ค่อนข้างน้อย เฉลี่ยประมาณ 2 % และในเด็กทารกแรกเกิดที่ตรวจพบเชื้อ ส่วนมากจะมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับแม่หลังคลอด การคลอดทารกที่แม่ติดเชื้อจึงต้องมีการดูแลที่แตกต่างจากทารกทั่วไป คือ จะมีการแยกห้องรับเด็กออกมาจากห้องที่แม่ทำการคลอด เพื่อลดการสัมผัสเชื้อจากสภาพแวดล้อมในห้องคลอด รวมถึงบุคคลากรทางการแพทย์เองก็จะต้องใส่ชุดป้องกันการติดเชื้อจากแม่ และเป็นการลดการปนเปื้อนเชื้อไปยังทารกอีกด้วย หลังการคลอดถ้าแม่ที่ติดเชื้อโควิดไม่มีอาการผิดปกติใดๆ หากต้องการดูแลทารกเอง ก็สามารถดูแลทารกในห้องความดันลบห้องเดียวกันได้ แต่จะต้องป้องกันการติดเชื้อไปยังทารก ด้วยการล้างมือทุกครั้ง ก่อนและหลังสัมผัสทารก รวมถึงใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา แต่ในกรณีที่แม่ ยังมีอาการป่วยหรือยังไม่สามารถดูแลทารกเองได้ ทารกเหล่านี้จะได้รับการดูแลในตู้อบ ภายในห้องความดันลบแยกจากแม่ในช่วง 72 ชั่วโมงแรกของชีวิต โดยมีแพทย์และพยาบาลจากหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด เป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนกรณีการให้นมบุตรนั้น สามารถให้ได้ น้ำนมแม่ส่วนใหญ่จะตรวจไม่พบเชื้อ การกินนมแม่จึงถือว่ามีความปลอดภัย หากแม่ประสงค์จะให้นมแม่ ทางโรงพยาบาลให้ความสำคัญในขั้นตอนการบีบเก็บน้ำนม ตลอดจนการขนส่งน้ำนมมายังทารก จะต้องทำอย่างปลอดเชื้อด้วย แต่หากไม่สามารถให้นมแม่ได้ เช่น แม่มีอาการหนัก อาจพิจารณาให้ นมผสม หรือ pasteurized donor human milk แทนได้ ด้านการตรวจหาเชื้อในทารก จะทำการตรวจ RT-PCR ครั้งแรกเมื่อ อายุประมาณ 24 ชั่วโมงหลังเกิด และตรวจซ้ำที่อายุ 48-72 ชั่วโมง หากได้ผลลบ 2 ครั้ง แสดงว่าทารกไม่มีการติดเชื้อ   ชื่นชมทีมเเพทย์พยาบาล ผ่าตัดทำคลอดผู้ป่วยโควิด-19 สำเร็จด้วยดี แห่ชื่นชม!!! ผู้ช่วยพยาบาล ดูแลผู้ป่วยโควิด “ยังไม่ทันกินข้าว ก็ต้องวางช้อนอีกแล้ว”

แค้นถูกแจ้งจับ! ทหารเกณฑ์ บุกยิงแฟนเก่า โดนสาวอีกคนขณะอุ้มทารกอยู่

หนุ่มทหารเกณฑ์แค้น ถูกอดีตแฟนสาวแจ้งความจับ กักขังหน่วงเหนี่ยวและข่มขืนกระทำชำเรา พาลมายิงถล่มถึงหน้าบ้าน กระสุนเจาะกลางหลังสาวแม่ลูกอ่อนอีกคนที่พยายามอุ้มลูกวัยสองเดือนวิ่งหนีตาย บาดเจ็บสาหัส ก่อนขี่รถหลบหนี ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี วันที่ 7 ก.พ. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรท่าม่วง รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ช่วงเวลา 20.45 น. วันที่ 6 ก.พ. บริเวณร้านทำเล็บนินนี่ช็อป ภายในซอยบ้านแขก ตำบลท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิขุนรัตนาวุธ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บสาหัสเป็นหญิงสาว ถูกยิงเข้าที่บริเวณกลางหลัง 1 นัด พลเมืองดีช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ส่วนมือปืนที่ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ หลบหนีออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาถึงไม่นาน สอบถาม น.ส. นิทศาญา มานะสันทัตชาติ อายุ 31 ปี เจ้าของร้านที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า มือปืนที่ลงมือก่อเหตุ เป็นแฟนเก่าของน้องสาว ชื่อนายเปา ซึ่งเป็นทหารเกณฑ์อยู่ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี นายเปา ผู้ก่อเหตุเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้ระแวงและขี้หึง ชอบใช้กำลังทำร้ายน้องสาวของตน ตลอดเวลาที่คบหากัน ทำให้น้องสาวของตนพยายามบอกเลิกและตีตัวออกห่าง แต่นายเปาไม่ยอมเลิกและมักจะตามก่อกวนอยู่เป็นประจำ ทั้งการโทรศัพท์มาก่อกวน การพยายามตามมาหาทั้งที่บ้านซึ่งเปิดเป็นร้านทำเล็บและรังควาญถึงที่ทำงานของน้องสาว เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2564 นายเปาไปดักรอน้องสาวของตนที่เข้าเวรดึกถึงที่โรงงาน ก่อนจะฉุดน้องสาวของตนขึ้นรถและพาออกไปจากหน้าโรงงาน ตนพยายามติดต่อและออกตามหาน้องสาวทั้งคืน แต่ก็ตามไม่เจอ กระทั่ง ช่วงเช้ามืดวันที่ 27 มกราคม นายเปาจึงปล่อยตัวน้องสาวของตนกลับบ้าน เมื่อตนเจอน้องสาวจึงได้สอบถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนทราบว่าน้องสาวถูกนายเปามาดักฉุดพาตัวไปจากโรงงานและพาไปกักขังก่อนลงมือปลุกปล้ำ เมื่อตนทราบเรื่องแล้ว จึงพาน้องสาวเข้าไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรท่าม่วง เพื่อดำเนินคดีกับนายเปา ในข้อหากักขังหน่วงเหนียวและข่มขืนกระทำชำเรา ส่วนนายเปาทราบเรื่องว่าถูกแจ้งความจับ ก็เกิดความไม่พอใจและพยายามโทรศัพท์เข้ามาต่อว่าตนและน้องสาว แต่ตนก็ไม่ได้สนใจและพยายามเลี่ยงที่จะไม่รับโทรศัพท์ กระทั่ง เมื่อช่วงหัวค่ำ เวลาประมาณ 20.30 น. เหตุเกิดหลังจากที่ตนปิดร้านและเดินทางกลับไปพักผ่อนที่บ้าน เหลือเพียงน้องสาวของตน พร้อมด้วยน้องชายและภรรยาของน้องชาย นั่งกินหมูกระทะกันอยู่ภายในร้าน นายเปาได้ขี่รถเข้ามาหาน้องสาวของตนถึงที่ร้าน พร้อมพยายามจะพูดจาขอให้น้องสาวของตนไปถอนแจ้งความ ด้วยความตกใจ น้องสาวของตนจึงโทรศัพท์มาหาตนพร้อมเปิดกล้องให้ตนเห็นเหตุการณ์ จากนั้น ตนจึงได้รีบแค็ปภาพเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะวางสายจากน้องสาวและพยายามจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่นานนัก น้องสาวก็โทรมาแจ้งว่า นายเปาใช้อาวุธปืน ยิงขู่ที่หน้าร้าน 1 นัด ก่อนจะรัวยิงเข้ามาภายในร้านอีก 3 นัด ซึ่งน้องสาวและน้องชายของตนพร้อมด้วยน้องสะใภ้ พยายามวิ่งหลบหนีเอาชีวิตรอด ปรากฏว่าน้องสะใภ้ ชื่อ นางสาวชนิภรณ์ พรมมิ อายุ 23 ปี ถูกยิงจังหวะอุ้มลูกสาววัยสองเดือนที่นอนหลับอยู่บนโซฟา วิ่งหนีเอาชีวิตรอด กระสุนเข้าที่กลางหลังจนล้มลงกองกับพื้น ก่อนที่นายเปาผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ล่าสุด แพทย์ช่วยเหลือน้องสะใภ้ของตนจนอาการปลอดภัยดีแล้ว ซึ่งนับว่าโชคดีที่น้องสะใภ้ของตนพร้อมด้วยลูกน้อยวัยสองเดือนไม่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนอยากจะขอวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวนายเปา ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะเกรงว่า นายเปาอาจจะหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำอีกและคนในครอบครัวของตนอาจจะได้รับอันตรายจนถึงแก่ชีวิตก็ได้

พี่เลี้ยงเด็กโหดยอมรับแล้ว ทำร้ายเด็กวัยขวบครึ่งจริง จับโยนใส่กำแพงจนชักเกร็ง อ้างทนเสียงร้องไห้เด็กไม่ไหว

จากกรณี เมื่อ เวลา 23.00 น.วันที่ 25 มกราคม 2564 นายโจ ทองมุขดา อายุ 26 ปี และ นางสาว กองทอง อาจอารี อายุ 24 ปี สองสามีภรรยา และเป็นพ่อแม่ ของ ด.ช. วีรพง ทองมุขดา ( น้องไตเติ้ล) อายุ 1 ขวบ 6 เดือน ลูกชาย ที่ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส หลังจากติดต่อกับสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง นำลูกชายไปฝากเลี้ยงไว้เมื่อเช้าวันที่ 23 มกราคม จนมาช่วงเช้าของวันที่ 25 มกราคม ทางพี่เลี้ยงได้โทรศัพท์มาหาตนเอง บอกว่าลูกชายมีอาการชัก ให้รีบมาโรงพยาบาลอุทัย ตนเองพร้อมภรรยาจึงได้รีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลและก็เห็นสภาพลูกชายมีใบหน้า บวมเขียวช้ำ หมดสติและ ทางเจ้าหน้าโรงพยาบาลซักประวัติ ลูกชายของตนเองเพื่อจะนำส่งต่อโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากเด็กมี อาการสาหัส ไม่รู้สึกตัวพอไปถึงโรงพยาบาลหมอได้พาเข้าห้อง ICU ทันที ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น คืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 28 มกราคม 2564 ที่ สถานีตำรวจภูธรอุทัย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ ผกก.สภ.อุทัย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้ทำการจับกุมตัวนายกิติศักดิ์ ทองมาก อายุ 38 ปี แฟนของนางสาว ผ่องพรรณ ตรีโชติ อายุ 33 ปี พี่เลี้ยง น้องไตเติ้ล หลังจากมีการเรียกมาสอบสวน จนทราบว่า นายกิติศักดิ์ เป็นผู้ต้องหาลงมือทำร้าย น้องไตเติ้ล จนได้รับบาดเจ็บสาหัสพ.ต.อ.ชนันท์ เปรมปลื้มจิตต์ ผกก.สภ.อุทัย เปิดเผยว่า หลังจากสอบปากคำ นายกิติศักดิ์ ให้การรับสารภาพ ว่า ได้เป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายน้องไตเติ้ล โดยโยนลงที่นอน ซึ่งติดกับกำแพงทำให้ร่างของน้องไตเติ้ลกระแทกเข้ากับพื้นปูนฝาผนัง อย่างแรงแต่ตอนนั้นน้องยังไม่มีบาดแผล และยังไม่แสดงอาการแต่ พอมาช่วงเช้าของวันที่ 25 มกราคม น้องไตเติ้ลมีอาการชักเกร็ง ตนแฟนสาวที่รับเลี้ยงน้องไตเติ้ล จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลอุทัย ก่อนจะส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ยอมรับว่าได้ก่อเหตุจริงส่วนสาเหตุนั้น เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากที่น้องไตเติ้ลร้องไห้ตลอดทั้งวัน หลังพ่อแม่นำมาฝากเลี้ยงวันแรก จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวนายกิตติศักดิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บ้านเลขที่ 5/978 หมู่ 4 ตำบลอุทัย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บ้านเกิดเหตุ ก่อนนำตัวไปฝากขังทันที เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายสาหัส ทางด้านครอบครัวของน้องไตเติ้ล กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่ารู้สึก ดีใจที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอุทัย อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถจับตัวผู้กระทำความผิดทำร้ายน้องไตเติ้ลได้อย่างรวดเร็ว ส่วนตนเองก็ไม่ได้ติดใจและปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย ส่วนอาการของน้องไตเติ้ล ตอนนี้เริ่มทรุดลงทุกวัน ตนเองขอ ใช้ช่วงเวลานี้ที่เหลือขออยู่กับน้องไตเติ้ล ให้ได้มากที่สุด

1 2 3 6