สุดเศร้า! พ่อแม่ใจยักษ์ ทิ้งลูกใส่กระเป๋า เอาไว้ในห้องน้ำวัดหลวงพ่อโต

สุดสลด! พ่อแม่ใจร้าย นำเด็กใส่กระเป๋าสีฟ้า มาทิ้งไว้ในห้องน้ำวัดหลวงพ่อโต​ อ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่เปิดกระเป๋าพบเป็นศพเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง วันที่ 14 พ.ย. 63 รับแจ้งพบศพเด็ก ถูกนำมาทิ้งไว้ภายในห้องน้ำวัดบางพลีใหญ่ใน(วัดหลวงพ่อโต) หมู่ที่ 10 ซอย ตำบล บางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี สมุทรปราการ พบกระเป๋าสีฟ้าอ่อนลายการ์ตูน ถูกวางไว้ที่ข้างถังขยะ เมื่อเปิดออกมาพบร่างของเด็ก ห่อด้วยผ้าสีแดง สภาพศพริมฝีปากเริ่มมีคล้ำ ตัวเริ่มซีดและเย็น สันนิษฐานในเบื้องต้นว่า เด็กอาจเสียชีวิตมากกว่า 12 ชั่วโมง และเสียชีวิตก่อนถูกนำมาทิ้ง เป็นทารกเพศชาย น้ำหนักประมาณ 3.3 กิโล นายกรณ์ อายุ 52 ปี พ่อค้าที่ของตรงที่เกิดเหตุ เผยว่า 2 สามีภรรยาเป็นชาวเมียนมา มาเข้าห้องน้ำในวัด และพบกับถุงกระเป๋า จึงเปิดซิปดูพอพบว่าเป็นเด็ก ก็ตกใจจึงรีบปิดซิป และรีบวิ่งมาบอกพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของบริเวณนั้น ตนเองจึงรีบวิ่งไปดู พบว่าจุดเกิดเหตุเป็นห้องที่ 6 เห็นถุงซิปสีฟ้าที่ปิดอยู่ ข้างๆถังขยะห้องน้ำ […]

“พิษลิ้นจี่” เป็นเหตุ เด็กอินเดียป่วยสมองอักเสบตายแล้ว 53 ศพใน 10 วัน

เดลีเมล์ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในรัฐพิหาร ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศอินเดีย หลังพบเด็กป่วยเป็น โรคสมองอักเสบเฉียบพลัน (เออีเอส) และเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 53 ราย ในช่วงเวลาเพียง 10 วันที่ผ่านมา   ด้านทางการท้องถิ่นระบุคาดว่าเด็กๆ อาจได้รับพิษจากผลลิ้นจี่ ผลไม้ขึ้นชื่อของท้องถิ่นและมีการเพาะปลูกอย่างกว้างขวาง พร้อมประกาศเตือนให้ผู้ปกครองเฝ้าดูแลลูกอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงการบริโภคลิ้นจี่ในช่วงนี้ อโศก กุมาร์ สิงห์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโส เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 12 มิถุนายนว่า เด็กที่เสียชีวิตทั้งหมดมีอาการของโรคสมองอักเสบเฉียบพลัน (เออีเอส) และเด็กที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจากการขาดกลูโคสในเลือดอย่างเฉียบพลัน นอกจากนี้มีประกาศเตือนให้ผู้ปกครองดูแลเด็กๆ ให้ดีในช่วงหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส   เบื้องต้นมีรายงานการเสียชีวิตของเด็กที่ป่วยด้วยโรคสมองอักเสบแล้ว 53 คน เป็นผู้ป่วยจากโรงพยาบาล 2 แห่ง และอีกกว่า 40 คนยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล นักวิจัยสหรัฐเผยรายงานในปี 2558 ว่า โรคสมองอักเสบที่พบในเด็กที่เมืองมูซัฟฟาร์ปูร์เชื่อมโยงกับสารพิษที่มีอยู่ในลิ้นจี่ แต่ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ ซึ่งเด็กที่ป่วยมีอาการชัก, สภาพจิตใจแปรปรวน และมากกว่า 1 ใน 3 เสียชีวิต   นอกจากนี้ ยังพบการระบาดของโรคระบบประสาทในเขตที่ปลูกลิ้นจี่ในบังกลาเทศและเวียดนามด้วย   […]

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเวลาเด็กเล็กป่วย อย่าให้กินยามั่ว ไม่งั้นอาจจะต้องเสียใจไปจนตาย

พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัฐพัฒนคุณ สารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งเหตุมีเด็กเสียชีวิตในห้องพักภายในซอยเพประทาน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติและเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็นหอพักแห่งหนึ่งเลขที่ 50/1 บริเวณชั้นที่ 2 ห้องที่ 23 พบศพเด็กผู้ชายนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน สวมเพียงแพมเพิสตัวเดียวทราบชื่อเด็กชายสงกรานต์ หรือ น้องฟิว อายุ 1 ขวบ แม่ของเด็กที่เสียชีวิตให้การทั้งน้ำตา ว่าเมื่อวานนี้ช่วงเย็นตนเองก็ยังป้อนข้าวลูกตามปกติ จนช่วงดึกลูกมีอาการอึดอัดซึ่งตนก็ไปซื้อที่สวนก้น เพราะตนคิดว่าลูกอึไม่ออก ตนเองคิดว่าลูกอืดท้อง จากนั้นตนเองก็ให้ลูกกินยาแก้คันเพราะลูกตนเองมีอาการคันที่คอ โดยนำยามหาหิงห์ผสมน้ำให้ลูกกิน จากนั้นตนก็ให้ลูกนอน ลูกก็ดิ้นไปดิ้นมาและอ้วกไม่หยุด และลูกมีอาการตัวเย็นซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าโรงพยาบาลอยู่ที่ไหนเพราะพึ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ จนเวลา 05.00 น.แฟนของตนเองตื่นขึ้นมาลูกก็นอนตัวงอ และไม่หายใจแฟนของตนก็ทำการปั้มหัวใจแต่ไม่ทันแล้วเพราะลูกของตนเองได้เสียชีวิตแล้ว ด้านพ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัฐพัฒนคุณ สารวัตรสอบสวนสภ.คลองหลวง หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและได้นำตัวพ่อกับแม่เด็กที่เสียชีวิตไปสอบสวนอีกครั้งที่สภ.คลองหลวง ส่วนเด็กที่เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

คดีเด็กเมียนมา หลงในไร่อ้อยยังไม่จบง่ายๆ ฝ่ายพ่อแม่ยังไม่พอใจกับรูปคดี

จากกรณี ด.ช.ซูลุยพิว หรือ น้องต้าแง อายุ 2 ขวบ สัญชาติเมียนมา หลงในไร่อ้อยหมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. โดยพบอยู่ห่างจากจุดสูญหายประมาณ 5 กิโลเมตร เบื้องต้นผลชันสูตรทั้ง 2 ครั้ง ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด ขณะเดียวกันพ่อ-แม่และญาติๆ ยังคาใจ ไม่เชื่อลูกตายเอง น่าจะถูกฆาตกรรม และได้ส่งศพไปชันสูตรรอบ 3 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น คนทั่วไปรู้เรื่องแต่ตัวพ่อแม่ไม่รู้เรื่อง ทำไมไม่มีใครแจ้ง เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.นางมอ แม่ ของผู้ ด.ช.ซูลุยพิว กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ตนยังเคลือบแคลงสงสัยทางคดี เนื่องจากตนในฐานะที่เป็นแม่ แต่ตอนที่พบเจอศพทางเจ้าหน้าที่กลับกันไม่ให้ตนเข้าไปดูในที่เกิดเหตุ ทั้งๆที่ตนหวังว่าจะได้เจอหน้าของบุตรชายเป็นครั้งสุดท้ายก็ยังดี ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้นตนก็ค่อนข้างรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ขณะที่อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ตนไม่สบายใจ คือการนำศพลูกตนไปชันสูตรโดยไม่บอกกล่าว และไม่มีการยินยอมจากเรา แต่อย่างไรก็ตามถ้าผลการชันสูตรอย่างละเอียดออกมาอีกครั้ง พบว่าต่างกับครั้งแรกคือเป็นตามที่คาดการณ์ไว้ก็ต้องมีการดำเนินคดีไปตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่แตกต่าง ตนก็ยังข้องใจอยู่เพราะเชื่อว่าต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับลูกตน […]

หมอสุดชุ่ย ปล่อยให้เด็กตายในท้องแม่ แล้วยังพูด เดี๋ยวก็มีใหม่ได้

เป็นอีกเรื่องราวสุดเศร้าสุดช้ำใจของคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ สมาชิกเฟซบุ๊ก Arthit Lungsawat ได้โพสต์ข้อความอุทาหรณ์เตือนใจ สำหรับพ่อแม่ในการเลือกหมอฝากครรภ์คลอดลูก เพราะหากเลือกผิดเพียงครั้งเดียวหนึ่งชีวิตเล็กๆก็อาจจจะไม่มีโอกาสแม้แต่ลืมตาดูโลก โดยโพสต์ว่า.. “ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ 25/05/61 หาหมอควรเลือกหมอที่มี(จรรยาบรรณ)(จันยาบัน) เคสนี่ฝากท้องพิเศษแต่ไม่มาดู จนเด็กตายในท้อง แม่เกือบตายตาม (เสียไปแล้วไม่มีทางเอากลับมาได้คือชีวิตคน)” “เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โรงบาลเมืองของจังหวัด สามีภรรยาแต่งงานสร้างครอบครัวเป็นปึกแผ่นถึง 9 ปีจึงตัดสินใจมีลูก ลูกเกิดมาจะได้ไม่ลำบาก ทุกคนในครอบครัวดีใจมากที่ภรรยาท้องแล้ว โดยเฉพาะสามี” “ทุกอย่างปกติไปตามหมอนัดตลอด ไปบ่อยมากตรวจความผิดปกติทุกอย่าง จะถูกจะแพงตรวจหมด จนถึงใกล้คลอดจึงปรึกษาหมอจะผ่าคลอดหรือคลอดเอง ซึ่่งหมอบอกสามารถคลอดเองได้ทุกคนวางใจเชื่อใจในคำพูดของคนเป็นหมอ” “หมอนัดไปตรวจทุกอาทิตย์จนถึงกำหนดคลอดแต่แม่เด็กไม่ปวดท้อง จึงไปหาหมอซึ่งหมอบอกให้รออีกหน่อย ผ่านมา 1 อาทิตย์ก็ไม่มีวี่แววว่าจะคลอดเลยไปหาหมออีก หมอจึง(กระตุ้นคลอดโดยใช้มือสอดเข้าไปในช่องคลอด) แล้วให้กลับบ้าน จนเวลาตี 3 แม่เด็กเริ่มปวดท้องและมีเลือดออกมากจึงไปโรงพยาบาลตอนเช้า นอนรอหลายชั่วโมง พยาบาลให้กลับบ้านก่อน บอกว่าปากมดลูกไม่เปิด พอกลับบ้านก่อนถึงเวลา 5-6 โมงเย็นก็ปวดมากขึ้นจึงไปโรงพยาบาลอีกครั้ง” “พยาบาลบอกปากมดลูกไม่เปิดให้นอนรอ จนถึงเวลา 5 ทุ่ม แม่เด็กบอกพยาบาลให้บอกหมอว่าผ่าคลอดเถอะ (เพราะไม่ไหวแล้ว) ปวดมากพยาบาล พยาบาลบอกว่าไม่กล้าบอกหมอ (กลัวโดนหมอด่า) แต่จะโทรตามหมอให้ หมอมาอีกที ตี1 (เด็กตาย) ในท้อง […]