บก.ปคบ.จับเพจขายเซ็กซ์ทอย ยึดของกลางได้เพียบ เจอลูกค้าโวยของไม่มีคุณภาพ

บก.ปคบ.นำกำลังจับหนุ่มวัย 28 ปีเปิดร้านออนไลน์ และเพจขายเซ็กซ์ทอยเถื่อน หลังลูกค้าซื้อไปแล้วเจอของไม่มีคุณภาพตามสืบจนรู้แหล่งเก็บของ ตำรวจเตือนซื้อมาใช้อาจเป็นอันตรายต่ออวัยวะเพศได้ วันที่ 10 มิ.ย.64 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ รอง ผบก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุม นายทวีศักดิ์ ชายทวีป อายุ 28 ปี เมื่อเวลา 11.00 น. วานนี้ (9 มิ.ย.2564) ดำเนินคดีข้อหากระทำความผิดฐาน “ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่าวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น ตาม ป.อาญา มาตรา 287(2) และโฆษณาที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือ ใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสีย ต่อสังคมเป็นส่วนรวม ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 2522 มาตรา 22(3)” เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ. ได้สืบสวนตรวจสอบพบว่ามีผู้บริโภคได้สั่งซื้อสินค้าอุปกรณ์เซ็กซ์ทอย หรือของเล่นทางเพศ จากเพจออนไลน์มาใช้แล้วพบว่า สินค้าดังกล่าวไม่ได้คุณภาพ โดยโพสต์เตือนภัยเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวผ่านเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง พ.ต.ท.ธีรภพ สว.กก.1 บก.ปคบ. ชุดสืบสวนจึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหานี้ได้ลักลอบจำหน่ายสินค้าประเภทสินค้าเซ็กซ์ทอย หรือของเล่นทางเพศ เกี่ยวกับวัตถุหรือสิ่งของลามก โดยผิดกฎหมาย โพสต์จำหน่ายผ่านเพจออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำหมายค้นของศาลอาญาพระโขนง ที่ 83/2564 ลงวันที่ 8 มิ.ย.2564 ไปทำการตรวจค้นที่เกิดเหตุดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบของกลางจำนวน 15 รายการ รวมจำนวน 169 ชิ้น จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากการตรวจสอบและสอบถามผู้ต้องหารับสารภาพว่าสินค้าดังกล่าวผู้ต้องหามีไว้เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไปที่สนใจโดยได้โพสต์ขายทางเพจออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดและจับกุมผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ ผบก.ปคบ. ขอเตือนภัยว่าอุปกรณ์เซ็กซ์ทอย ยังเป็นอุปกรณ์ที่ผิดกฎหมายอยู่ เพราะยังไม่มีกฎหมายอนุญาตให้มาจำหน่ายภายในประเทศได้ และยังไม่มีสถาบันทางการแพทย์รับรองคุณภาพมาตรฐานแต่อย่างใด หากผู้บริโภคซื้อมาใช้อาจจะมีความเสี่ยงที่เกิดอันตรายต่ออวัยวะเพศได้ โอละพ่อ พลเมืองดีแจ้งตร. พบวัตถุคล้ายระเบิด ที่แท้เป็นเซ็กซ์ทอย สื่อนอกวิเคราะห์ ‘เซ็กซ์ทอย’ สิ่งต้องห้าม ชี้ผิดกม.เหตุไทยเป็นเมืองพุทธ

สื่อนอกวิเคราะห์ ‘เซ็กซ์ทอย’ สิ่งต้องห้าม ชี้ผิดกม.เหตุไทยเป็นเมืองพุทธ

จากการรายงานของ VICE สื่อต่างประเทศได้ระบุว่าประเทศไทยเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ในเรื่อง ‘สถานบริการทางเพศ’ แต่กฎหมายที่ใช้กลับไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในประเทศ และยังคงไว้ซึ่งความอนุรักษ์นิยมบางประการ โดยการค้าประเวณี และการสูบบุหรี่บางชนิดถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทยและ ‘เซ็กซ์ทอย’ ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกห้ามด้วยเช่นกัน โดยเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมานั้น กรมศุลกากรสามารถยึดเซ็กซ์ทอยได้กว่า 4,000 ชิ้น โดยด้านรัฐบาลไทยได้ปฏิเสธที่จะแก้ไขกฎหมายเรื่องเซ็กซ์ทอย ด้วยเหตุผลที่ว่า ‘ขัดต่อมุมมองของสังคมไทย’ แต่นักเคลื่อนไหวหลายคนต่างบอกว่า นี่เป็นเพียงคำหลอกลวงชวนเชื่อเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่เศรษฐกิจถูกขับเคลื่อนด้วย ‘ธุรกิจทางเพศ’ แล้วด้วยนั้น “คำว่าประเทศไทยคือเมืองพุทธ มันไม่มีความหมายอะไรเลย” แหล่งข่าวกล่าว เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้นเซ็กซ์ทอยเริ่มได้รับความนิยมอย่างมากในไทย และยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้วนั้น เซ็กซ์ทอยก็กลายเป็นสินค้าขายดีทางออนไลน์ที่ร้อนแรงที่สุดในขณะนี้ “ประเทศไทยเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธและนี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผู้ใหญ่หลายท่านยังไม่สามารถรับกับเรื่องเซ็กส์ทอยได้ และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายจะไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้” นายวิศิษฎ์ เปี่ยมใจ ผู้อำนวยการกองบริการศุลกากรไปรษณีย์กรมศุลกากร กล่าว แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงการรับรู้ของสังคมไทยเกี่ยวกับสุขภาวะทางเพศ คนบางส่วนมองว่าเซ็กซ์ทอยถูกกฎหมายนั้นจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอาชญากรรมทางเพศ แต่ก็มีผู้คนบางส่วนออกมาโต้แย้งว่าการครอบครองเซ็กซ์ทอยนั้นจะเป็นการลดทอนความเป็นอาชญากร ทั้งยังช่วยให้ผู้หญิงมีอำนาจเหนือความต้องการทางเพศของตนมากขึ้น และลดอัตรราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งเป็นปัญหาที่สั่งสมมานานเนื่องจากการไม่สามารถเข้าถึงยาคุมกำเนิดได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้เชิงลบที่เกี่ยวข้องกับเด็กสาววัยรุ่นที่ใช้การคุมกำเนิด และในขณะเดียวกันนั้นการรักษากฎหมายอนุรักษ์นิยมเอาไว้นั้น เป็นประโยชน์ต่อตลาดมืดในไทยเท่านั้น เพราะการที่รัฐบาลปฏิเสธที่จะทำให้เซ็กซ์ทอยถูกกฎหมาย นั้นเป็นการผลักดันให้ตลาดมืดเติบโตมากยิ่งขึ้น เพราะมนุษย์นั้นมีความต้องการทางเพศ หากกฎหมายห้ามไม่ให้ผู้คนซื้อ ผู้คนก็จะเสาะหาวิธีอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของที่เขาต้องการ ทั้งยังมีข้อมูลชี้ว่าการค้าบริการทางเพศแบบลับ ๆ ในไทยก็ยังคงเติบโตได้ดีในย่านหนึ่งของกรุงเทพฯ และคาดว่าจะเป็นอุตสาหกรรมมูลค่า 6.4 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็นประมาณ 4 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของอุตสาหกรรมในประเทศไทย และเซ็กซ์ทอยยังมีวางขายมากมายอยู่ในย่านเหล่านั้น อย่างไรก็ตามตลาดเซ็กซ์ทอยทั่วโลกนั้นมีมูลค่าสูงถึง 33 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 103 พันล้านบาทไทย ในปี 2563 และการแพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังดันตัวเลขดังกล่าวให้สูงขึ้นไปอีก หากทางรัฐบาลไทยนั้นเลือกที่จะควบคุมการขายเซ็กซ์ทอยให้ถูกกฎหมายได้นั้น ก็จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ซื้อและใช้ของเล่นดังกล่าว เพราะจะนำมาซึ่งการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และราคาที่ยุติธรรมกับผู้บริโภค ที่มา : vice ข่าวที่เกี่ยวข้อง #SaveRalph ความดำมืดของ “เครื่องสำอาง” ที่สังเวยด้วย “ชีวิต” วิจารณ์ยับ 3 สาวยูทูบเบอร์ ทำคลิปวีดีโอ แต่ดันไปแซะเหยียด ผู้ชายที่แต่งตัวเป็นหญิง  

สาวตกใจ สั่งของออนไลน์ อยากซื้อไฟฉาย แต่ได้เซ็กส์ทอย มันใช้แทนกันไม่ได้ !

สาวกระบี่สั่งของออนไลน์ เพื่อนสามีฝากสั่งซื้อไฟฉายคาดหัว แต่ของที่ส่งมากลับเป็นเซ็กซ์ทอย ไม่รู้จะทำอย่างไร เสียดายเงิน แถมราคาก็ไม่ตรง เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจาก นางจิราพร มรกต อายุ 45 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ว่า เธอสั่งซื้อไฟฉายผ่านทางออนไลน์ แต่ปรากฏว่าของที่ได้มากลายเป็นเซ็กซ์ทอย จึงเดินทางไปตรวจสอบพบกับ นางจิราพร มรกต เพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เจ้าตัวนำเอาสินค้าที่ถูกส่งมาผิดออกมาให้ดู เป็นเครื่องเล่นเซ็กซ์ทอย ทั้งๆ ที่ตัวเธอสั่งซื้อไฟฉายคาดศีรษะให้เพื่อนบ้าน เพื่อจะเอามาใช้ใส่กรีดยางในตอนเช้ามืด โดยของที่ได้มาไม่ตรงกับปก แต่ตัวเธอก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้ เพราะรับของและจ่ายเงินไปแล้ว นางจิราพร มรกต กล่าวว่า สามีตนได้สั่งซื้อสินค้าเป็นไฟฉายคาดศีรษะจำนวน 1 ชิ้น ราคา 180 บาท ซึ่งเพื่อนบ้านมาฝากซื้อ โดยสั่งผ่านทางโทรศัพท์ของสามี จากนั้นเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ได้มีรถส่งของเอกชนนำสินค้ามาส่งให้ โดยคิดราคา 240 บาท ราคาไม่ตรงกัน สามีตนคิดว่าเป็นค่าส่งที่เพิ่มขึ้นอีก 60 บาท จึงจ่ายเงินไป แล้วนำสินค้ามาเปิดดู กลับพบว่าไม่ตรงปกที่สั่ง จากไฟฉายกลับได้เครื่องเล่นชนิดนี้มาแทน เพื่อนที่สั่งซื้อก็ไม่เอา ก็เลยเอามาตั้งไว้ที่ขนำนั่งเล่นหน้าบ้าน เพื่อนบ้านมาเห็นก็ขำกันทั้งหมด ผู้เสียหายกล่าวด้วยว่า ส่วนการจะดำเนินคดีอะไรหรือไม่นั้นคงไม่ดำเนินคดี แต่จะให้เป็นเรื่องเตือนใจที่ต่อไปต้องเปิดดูสินค้าก่อนจะจ่ายเงิน ส่วนสินค้าที่ได้มานั้นก็คงตั้งไว้ที่ขนำ เผื่อว่ามีใครต้องการนำไปใช้

มงคลกิตติ์ เสนอให้ทำเซ็กซ์ทอยและค้าประเวณี ให้ถูกกฎหมาย สร้างรายได้และยังจะแก้ปัญหาข่มขืนได้ด้วย

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาข่มขืนกระทำชำเราและล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการผลักดัน “เซ็กซ์ทอย” ถูกกฎหมายและให้รัฐจัดสวัสดิการบริการทางเพศแก่ผู้ขาดโอกาส ว่า เรื่องเซ็กซ์ทอยถูกกฎหมายนั้น เป็นข้อเสนอของ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ส.ส.พรรคก้าวไกล ประมาณ 3-4 คน ซึ่งต้องยอมรับว่าเซ็กซ์ทอยมีการใช้กันทั่วประเทศ และใช้กันเกลื่อน แต่กฎหมายไม่สามารถเอาผิดได้ เพราะเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่ต่างประเทศมีการอนุญาตให้สามารถใช้ได้อย่างถูกกฏหมายและเก็บภาษีเป็นรายได้เข้ารัฐ จึงมองว่าหากประเทศไทยนำแนวคิดดังกล่าวมาใช้ จะสร้างรายได้ให้กับรัฐอีกทางหนึ่ง ขณะที่เรื่องการจัดสวัสดิการทางเพศนั้น นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เป็นแนวคิดของตนที่คิดไว้นานแล้ว และนำกลับมาถกเถียงกันใหม่ แต่ยอมรับว่ามีกรรมาธิการฯ ที่เป็นคนรุ่นอาวุโส ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่เห็นด้วย แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่สนับสนุน โดยจะแบ่งเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเป็นผู้ที่มีกำลังจ่าย สามารถซื้อบริการได้ รัฐก็ควรจัดให้มีการค้าประเวณีถูกกฎหมาย ทำให้ถูกสุขอนามัย มีใบประกอบวิชาชีพ และหากขึ้นทะเบียนถูกต้อง อาชีพดังกล่าวจะมีรัฐคอยดูแล สามารถจ่ายภาษีให้ถูกต้องได้ อาชีพค้าประเวณีก็จะถูกถอนออกจากสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้การค้าประเวณีเป็นอีกอาชีพหนึ่ง เพราะวันนี้จะถามว่าปราบปรามได้หรือไม่ ต้องตอบตรง ๆ ว่าไม่สามารถปรับได้เลย เต็มประเทศไปหมด ส่วนอีกประเภท คือ เป็นส่วนที่รัฐจัดสวัสดิการไว้ให้ สำหรับผู้ที่ขาดโอกาส เพื่อป้องกันปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศ เพราะคนกลุ่มนี้อาจจะมีปัญหาทางจิต อ่อน ๆ และหลังคดีไม่มีใครแจ้งความ เนื่องจากเป็นที่อับอาย ดังนั้นจึงมองว่าควรหาทางออกให้กับคนกลุ่มนี้ เมื่อถามว่า ในสังคมไทยการทำให้มีสวัสดิการทางเพศ จะยอมรับกันได้หรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เมื่อถึงเวลาหนึ่งคนจะรับได้ และต้องยอมรับว่าความจริงโสเภณีในประเทศไทยเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยตั้งกรุงศรีอยุธยา “ความจริงโสเภณีในประเทศไทยเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มาถึงปัจจุบัน ก็ 700 กว่าปี ช่วงหนึ่งถูกกฎหมาย ช่วงหนึ่งผิดกฎหมาย ช่วงก่อน 2502 ก็ถูกกฎหมาย แต่พอหลังจากนั้นมี พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ ก็ผิดกฎหมาย แต่ ณ ปัจจุบัน เราห้ามปรามกันได้หรือไม่ มันยังมีอยู่มั้ย เราต้องอย่าดัดจริตว่ามันไม่มี คล้าย ๆ กับบ่อนการพนันบอลออนไลน์ บอกไม่มี ไม่มี แต่สุดท้ายมีกันเต็มประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐก็ยอมรับว่ามันเป็นรายได้หลัก เรียกว่ารายได้นอกระบบ หรือ ส่วย มันก็จะเกี่ยวเนื่องกับการเสนอให้ทำสิ่งใต้ดินให้ถูกกฎหมาย” นายมงคลกิตติ์ กล่าว นายมงคลกิตติ์ กล่าวย้ำว่า ในฐานะกรรมาธิการฯ จะผลักดันเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพื่อต้องการแก้ไขปัญหาข่มขืน ที่จะต้องมีทั้งการป้องปรามและสนับสนุนไปพร้อม ๆ กัน ที่สำคัญสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก อีกสักระยะก็จะยอมรับกันได้ เพราะการไม่ยอมรับคือการไม่แก้ไขปัญหา การยอมรับว่ามันมีและหาทางแก้ไขจะสามารถแก้ไขปัญหาในอนาคตได้

1 2