อย่าหาทำ หมอแล็บแพนด้า ออกมาเตือน เอาประจำเดือนมาส์กหน้า เลวร้ายกว่าที่คิด

เพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า โพสต์เตือน อย่าหาทำ มาร์กหน้าด้วยประจำเดือน  โดยข้อความระบุว่า เอาประจำเดือนมาส์กหน้าว่าซั่นนนน ประจำเดือน คือ เลือดที่ไหลออกมาจิ๋ม ซึ่งมันเป็นเลือดและเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดออกมาทุกรอบเดือนของผู้หญิง แตกต่างกันไปในแต่ละคน ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีประจำเดือนทุก 21-35 วัน แต่ละรอบจะอยู่นาน 3-7 วัน การที่เนื้อเยื่อเนื้อเยื่อโพรงมดลูกต้องหลุดออกมา และสร้างขึ้นใหม่อยู่เสมอก็เพื่อที่จะให้มีความพร้อมในการฝังตัวของตัวอ่อน ก็เลยเกิดเป็นวงโคจรของประจำเดือนแบบนี้ขึ้นมา ถึงแม้ว่าประจำเดือนไม่ใช่เลือดเสียหรือเลือดหมดอายุก็จริง แต่ ๆๆ ช่องคลอดของแต่ละคนไม่ใช่อุโมงค์พ่นยาฆ่าเชื้อนะ เลือดจะได้สะอาดปราศจากเชื้อโรค 555555 บางคนเป็นทั้งตกขาว มีกลิ่น มีแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส ปรสิต นึกสภาพว่าถ้าหน้าเรามีแผลสิว แล้วเราเอาเลือดที่ปนเปื้อนเชื้อโรคมาทา เชื้อมันก็อาจจะเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย นอกจากหน้าจะไม่ใสแล้วยังอาจติดเชื้อได้ง่ายไปอีก แล้วคิดดู ถ้าแฟนกลับบ้านมาเจอหน้าเราอาบเลือดจะเกิดอะไรขึ้น 555555 ผะ ผะ ผะ ผี! งานนี้ถ้าหมอออกมาเตือนขนาดนี้ หวังว่าคงไม่มีใครอยากลองของแปลกแบบนี้ล่ะ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว “นิวซีแลนด์”แจกผ้าอนามัยฟรีให้โรงเรียนที่ขาดแคลน แก้ยากจนเพราะประจำเดือน สาวเล่านาทีไอ้หื่นบุกหอพัก บีบคอถอดเสื้อผ้าหวังขืนใจ เหยื่ออ้างเป็นประจำเดือนยังยอมไม่ฟัง

เตือนภัย! คนชอบกินหมูดิบ ชาวบ้านเกือบ 400 คน แห่เข้าโรงพยาบาล ตายแล้ว 2 หลังเปิบลาบหมูดิบ

ชาวบ้านเกือบ 400 คนล้มป่วยโรคไข้หูดับ แห่เข้ารักษาตัวแน่นโรงพยาบาล หลังกินลาบหมูดิบในงานบวชมีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ทำเอาชาวบ้าน 3 หมู่บ้านแตกตื่นโกลาหลแห่เข้าตรวจรักษา นายอำเภอพาคณะเข้าเยี่ยมผู้ป่วย บางคนไม่มีอาการให้กลับบ้านก่อน บางคนให้ยาฆ่าเชื้อ ส่วนคนอาการหนักส่งต่อโรงพยาบาลประจำอำเภอ ฝากเตือนประชาชนงดบริโภคเนื้อดิบเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ชาวบ้านกินลาบหมูดิบงานบวชล้มป่วยเป็นไข้หูดับ 3 หมู่บ้านเกือบ 400 คน แห่เข้ารักษาตัวแน่นโรงพยาบาล เปิดเผยเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 เม.ย. นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นายอำเภอด่านขุนทด จ.นครราชสีมา นายละออ มะลิสิน สสอ.ด่านขุนทด นายเจษฎา พิทยาภรณ์ ส.อบจ.นครราชสีมา พร้อมคณะ เดินทางไปที่ รพ.สต.วังโป่ง หมู่ 6 ต.บ้านเก่า อ.ด่านขุนทด ตรวจเยี่ยมชาวบ้านที่เข้ารับการตรวจรักษาโรคไข้หูดับที่มารอกันแน่นโรงพยาบาลกว่า 120 คน น.ส.พรหมลักษณ์ หอมมาลัย ผอ.รพ.สต.วังโป่ง เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.เป็นต้นมา มีชาวบ้านจาก 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 6 บ้านวังโป่ง หมู่ 11 บ้านวังโป่งเหนือ และหมู่ 13 บ้านวังโป่งบูรพา ต.บ้านเก่า มาเข้ารับการตรวจรักษาโรคไข้หูดับเกือบ 400 คน หลังจากไปกินเลี้ยงงานบวชในหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ต่อมาวันที่ 1-2 เม.ย. มีคนที่กินลาบหมูดิบจากงานเลี้ยงเสียชีวิตจากไข้หูดับติดต่อกัน 2 คน ทำให้ชาวบ้านเกิดความตื่นตระหนกแห่กันมารับการตรวจรักษา ส่วนใหญ่ไม่มีอาการจะให้กลับบ้านก่อน ส่วนผู้ที่มีอาการต้องระดมพยาบาลจาก รพ.สต.พันชนะ และ รพ.สต.กุดพิมาน มาช่วยให้ยาฆ่าเชื้อกว่า 100 คน และคนที่อาการหนักต้องนำส่งต่อ รพ.ด่านขุนทด กว่า 100 คน นางคีมดัด แช่มขุนทด อายุ 74 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 บ้านวังโป่ง ที่สามีเสียชีวิตจากไข้หูดับ เผยว่า ได้ไปกินเลี้ยงงานบวชดังกล่าว ลาบหมูดิบอร่อยมากจึงห่อกลับบ้านมาฝากนายจัว แช่มขุนทด สามี วัย 73 ปี ได้กินด้วย ปกติสามีเป็นโรควูบอยู่ก่อนแล้ว พอกินลาบดิบเกิดอาการไข้ รีบนำส่ง รพ.ด่านขุนทด ก่อนส่งต่อ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพียงแค่ 2 วันก็เสียชีวิต แพทย์ลงความเห็นว่าเป็นโรคไข้หูดับ เกิดจากการกินเนื้อหมูดิบ หลังจากนั้นวันต่อมามีคนในหมู่บ้านเสียชีวิตด้วยโรคเดียวกันอีกคน ตนก็เริ่มป่วยรีบเข้ารับการรักษาด่วน นายไพฑูรย์ มหาชื่นใจ นอภ.ด่านขุนทด เผยว่า ผู้ป่วยที่รักษาตัวขณะนี้ถือว่าปลอดภัยแล้ว เพราะรู้สาเหตุจึงให้ยาฆ่าเชื้อได้ถูกต้อง มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่อาการของแต่ละคน อยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่าหมดสมัยที่จะบริโภคเนื้อดิบกันแล้ว โดยเฉพาะเนื้อหมูควรปรุงให้สุกจะดีที่สุด เช่นเดียวกับนายละออ มะลิสิน สสอ.ด่านขุนทด กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีมีผู้ป่วยไข้หูดับเสียชีวิตแล้ว 3 ราย โดยเฉพาะที่บ้านวังโป่งเสียชีวิต 2 ราย จากการกินหมูดิบงานบวช ทราบว่า เจ้าภาพสั่งซื้อหมูชำแหละที่ขายเป็นตัวจากตลาดด่านขุนทดมาช่วยกันประกอบอาหารหลายชนิด ทั้งลาบ ก้อย ซอยห่าง คาดว่ามีเชื้อที่ร้ายแรงมากทำให้ชาวบ้านป่วยพร้อมกันมากขนาดนี้ สรุปยอดผู้เข้ารับการรักษาช่วงวันที่ 3-6 เม.ย. 185 คน วันที่ 7 เม.ย. 106 คน และวันที่ 8 เม.ย. 110 คน รวมประมาณ 395 คน จากนั้น นอภ.ด่านขุนทด ปล่อยขบวน อสม.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เดินรณรงค์ให้ประชาชนเลิกกินเนื้อดิบ มีรถประชาสัมพันธ์ของ อบต.บ้านเก่า นำขบวนประกาศไปทั้ง 3 หมู่บ้าน […]

มาถึงไทยแล้ว! โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษกลายพันธุ์ จากครอบครัวชาวอังกฤษ 4 คนที่เข้าประเทศไทย

หมอยง เผย ประเทศไทยพบโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ ที่กลายพันธุ์แล้ว จากครอบครัวชาวอังกฤษ 4 คนที่เข้าประเทศไทย ทั้งหมดอยู่ในสถานกักตัวทางเลือก ผู้ป่วยอยู่ในห้องความดันลบ ดูแลอย่างดีไม่ให้แพร่กระจาย วันที่ 3 ม.ค.64 เฟซบุ๊กเพจ ยง ภู่วรวรรณ ของ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความระบุใจความสำคัญว่า ขณะนี้ ประเทศไทยพบโควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ กลายพันธุ์ หรือ เชื้อโคโรนาไวรัส 2019 สายพันธุ์อังกฤษที่กลายพันธุ์ B.1.1.7 แล้ว จากครอบครัวชาวอังกฤษ 4 คนที่เดินทางเข้าประเทศไทย และอยู่ในสถานกักตัวทางเลือก โดยทางโรงพยาบาลเอกชน และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการควบคุมอย่างดีไม่ให้เชื้อแพร่กระจายออกไป

รู้ไว้มีประโยชน์ 7 สิ่งที่ไวรัสโควิด-19 กลัวและไม่อาจทำอะไรได้

ช่วงนี้ทั่วโลกต่างระส่ำหลังประสบปัญหาไวรัสระบาด และตอนนี้ประเทศไทยก็กำลังเจอกับปัญหา ไวรัสโควิด 19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่ว ซึ่งหลายคนคงรู้กันเป็นอย่างดี  ทำให้เราทุกคนต้องมาตะหนักถึงเรื่องของความปลอดภัยในตัวเราให้มากขึ้นเพื่อให้ไม่ได้รับเชื้อ วันนี้่เราจึงได้รวบรวมสิ่งที่ ไวรัส โควิด-19 กลัวหรือเป็นจุดอ่อนเของเจ้าไวรัสชนิดนี้กันเลยก็ว่าได้ จะมีอะไรกันบ้างนั้นไปติดตามรับชมกันได้เลย 1.กลัวUV   รังสีอุลตร้าไวโอเลต หรือรังสียูวี ดูรังสี UV มีทั้งหมด 3 ชนิดได้แก่รังสี UVA รังสี UVB และรังสี UVC  แต่ รังสี UVA มีประโยชน์ต่อการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายมากที่สุด  เพราะเป็นรังสีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างวิตามินดี เป็นวิตามินที่ช่วยสร้างเม็ดเลือดขาวและกระดูก 2.กลัวอุณหภูมิสูง 56 องศาเซลเซียส  ด้วยอุณหภูมิสูงช่วยลดการปนเปื้อนของเชื่อโรคได้เป็นอย่างดี เช่นการทำอาหาร การประกอบอาหารด้วยความร้อนสูง และการทานร้อน ใข้ช้อนกลาง รวมถึงการซักผ้าด้วยระบบน้ำร้อน  เพื่อช่วยลดการปนเปื้อนของเชื่อโรค 3.กลัวอากาศที่ถ่ายเท   การใช้ชีวิตในพื้นที่โล่งแจ้งที่มีอากาศถ่ายเท แต่ไม่ควรเป็นพื้นที่ชุมชนแบบโลงที่มีจำนวนผู้คนหนาแน่ 4. กลัวยาฆ่าเชื้อ คลอรีน สารคลอรีนถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ในการนำมาใช้ทำความสะอาดและเป็นส่วนผสม  สามารถฆ่าเชื้อ อี.โคไล (E.coli) และเชื้อไวรัส ได้ประสิทธิภาพถึง 99% 5. กลัวแอลกอฮอล์ 75% การใช้แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ในการฆ่าเชื้อถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ไม่จำเป็นต้องใช้ในกรณี มีบาดแผลเท่านั้น สามารถใช้ในการทำความสะอาดร่างกาย และอุปกรณ์อื่นๆได้อีกมากมาย 6. กลัวการล้างมือบ่อยๆ การรักษาความสะอาดด้วยการล้างมือบ่อยๆ ถือเป็นสิ่งที่ดีเพราะทุกสิ่งอย่างเราใช้การหยิบจับด้วยสองมือเรา ทั้งอาหาร ของใช้ หากล้างมือเป็นประจำช่วยลดการสะสมของเชื่อโรคได้เป็นอย่างดี 7. กลัวภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งของมนุษย์ มนุษย์ทุกคนมีภูมิคุ้มกันมาตั้งแต่เกิดคือ Innate Immunity เป็นภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องเราจากการติดเชื้อโรคต่างๆ ทั้งจากสัตว์และมนุษย์ด้วยกันนั้นก็คือ เยื่อบุต่างๆภายในร่างกาย และผิวหนังของเรา ส่วนภูมิคุ้มจากภายนอก Passive Immunity เป็นภูมิคุ้มกันที่มีหน้าที่ต่อสู้กับเชื้อโรคที่ได้รับเสริมเข้ามาเช่น น้ำนม เนื่องจากมนุษย์ทุกคนที่เกิดต้องดื่มนมแม่ เพื่อการเสนิมสร้างร่างกายแล้ว นมยังทำหน้าที่เป็นภูมิคุ้มกันให้เราในการต่อสู่กับเชื่อโรคต่างได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อเราเติมโตขึ้นภูมิคุ้มกันนี้จะค่อยเสื่อมสภาพไปเอง ที่มา – ชาคริตส์ คงหาญ

คลิปแฉ! สั่งหน้ากากอนามัย แต่ได้หน้ากากเชื้อโรค พร้อมทั้งมีไข่แมลงสาบด้วย

โลกโซเชียลมีการแชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Tpn Lucky” หลังจากที่ได้โพสต์คลิปภาพสุดสะพรึง หน้ากากอนามัยที่สั่งมา เมื่อแกะกล่องออกมาก็พบว่า หน้ากากอนามัยนั้นสกปรกเป็นอย่างมาก แถมยังมีไข่แมลงสาบปะปนมาอีก โดยผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า หาซื้อหน้ากากอนามัยว่ายากแล้ว พอหาของซื้อได้แล้วก็ดีใจสุดๆ รอคอยของว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ถึงจะได้ใช้….พอได้ของมาแล้ว โอ้ย!!!!  สินค้าโครตแย่ สุดๆ คือ ฉันสั่งซื้อหน้ากากอนามัยมาใช้ แต่ฉันต้องได้รับหน้ากากอนามัยที่มีแต่เชื้อโรคเต็มไปหมด  คำอธิบายตามภาพเลยนะคะ โครตxxxค่ะ!!!!! สั่งอีกอย่างส่งให้อีกอย่าง แหม!!! ถ้ากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เห็นจะว่าไงบ้าง มีวิดิโออยู่ท้ายสุด เห็นกันชัดๆไปเลยค่ะ  

1 2 3