เชฟหนุ่ม ธนินธร ชี้ช่องรวย ประกาศหาเซฟอาหารไทย เห็นเงินเดือนต้องร้องว้าวว

เชฟหนุ่ม ธนินธร ประกาศรับสมัครเชฟอาหารไทย ประจำประเทศอังกฤษ เงินเดือน 2 แสน พร้อมเผยรายละเอียด วานนี้ (17 ก.ย.2564)  เชฟหนุ่ม ธนินธร จันทรวรรณ เชฟคนดังที่เคยขึ้นสังเวียนเชฟกระทะเหล็ก (Iron Chef Thailand) ท้าชิงกับเชฟเอียน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nelson Chantrawan เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 เพื่อประกาศรับสมัครเชฟอาหารไทย ไปประจำที่ประเทศอังกฤษ ระบุเงินเดือนอยู่ที่ 2 แสนบาท แถมบอกอีกด้วยว่า “อย่าทักเล่นนะครับ“ นอกจากนี้ เชฟหนุ่ม ก็ได้อัปเดตการ ประกาศหารับสมัครเชฟอาหารไทยเพิ่มเติมอีกว่า ตามที่ประกาศรับสมัครเชฟอาหารไทยไปทำงานที่ประเทศอังกฤษ ขอแจ้งว่า ทุกท่านที่ส่ง email เข้ามา ณ.เวลา 13.00 ผมได้ส่ง email ของทุกท่านไปที่ทีมบริหารที่อังกฤษเรียบร้อยครบทุกท่าน ขอแจ้งว่า 1.ร้านนี้ไม่ใช่ร้านของผม แต่ผมช่วยเป็นทีปรึกษาสำหรับเมนูบางตัว 2. ผมไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจในการรับเข้าทำงาน ผมแค่ช่วยประกาศและประชาสัมพันธ์ไห้ครับ 3. หลายๆท่านเห็นเงินเดือนก้อน่าสนใจก้อเป็นตามที่ประกาศเลยครับ ส่วนทางทีมที่อังกฤษจะสนใจใครแล้วติดต่อกลับไปหาท่านใดก้อมีคำถามอะไรเพิ่มเติมก้อถามทาง email ต่อกันเอาเลยครับ ขอขอบคุณที่ไห้ความสนใจข้อความครับ ขอให้โชคดีนะครับ ข่าวที่เกี่ยวข้อง สพฐ.เพิ่งมีหนังสือด่วน จัดสรรงบประมาณให้แล้ว ครูสาวไลฟ์เดือด ทวง 9 พัน “ฉันต้องได้เงินเดือน” ด่วน!! นายกฯประยุทธ์ประกาศไม่รับเงินเดือน 3 เดือน เอาไปช่วยประชาชน

โควิดทำพิษหนัก ธุรกิจ “อ.ยิ่งศักดิ์” เสียหายหลักล้าน

อ.ยิ่งศักดิ์ เครียดหนักพิษจากโควิดทำธุรกิจโรงเรียนสอนทำอาหาร เสียหลักกว่า6 ล้านบาท ข่าวที่เกี่ยวข้อง “อ.ยิ่งศักดิ์” เผยผลตรวจโควิด-19 รอบสอง เปิดใจ!”อ.ยิ่งศักดิ์” อาลัยถึงลูก “นาธาน” วอนอย่าเรียก จอมลวงโลก เผยให้เกียรติคนตายด้วย! สำหรับคนดังด้านการทำอาหารไม่มีใครไม่รู้จักอาจารย์ยิ่งศักดิ์ นอกจากดังในเรื่องการทำอาหารแล้ว อ.ยิ่งศักดิ์ ยังดังในด้ารฝีปากอีกด้วย ทั้งการพูดที่ตรงและแรง ทำให้โด่งดังมาถึงทุกวันนี้ และแน่นอนว่าคนเก่งทำอาหารก็ต้องมีธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ซึ่งอ.ยิ่งศักดิ์ได้เปิดโรงเรียนสอนทำอาหาร แต่ล่าสุด “อ.ยิ่งศักดิ์” ได้ไปเปิดอกคุยในรายการ “คุยแซ่บSHOW” ว่าหลังเจอวิกฤตโควิด -19 โรงเรียนสอนทำอาหารโดนปิดขาดทุนกว่า 6 ล้านบาท และรายได้ไม่มี เงินเก็บก็ใกล้หมด ภาครัฐก็ไม่ได้ช่วยในเรื่องนี้ได้มากเท่าไหร่นัก ตอนนี้เครียดมากเพราะทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน อ.ยิ่งศักดิ์ได้ระบายอีกว่า “โรคมันมาชีวิตความเป็นอยู่ก็เปลี่ยนไปมันเป็นหายนะ เพราะโควิดรอบที่ 1 เราก็ตกอกตกใจ รอบที่ 2 เราก็เสียวไส้ว่ามันมาอีกแล้ว มา รอบที่ 3 ก็ฉิบหายวายป่วงหมดเมือง” และยิ่งตอนนี้คุณแม่ป่วยหนักและโรงเรียนสอนทำอาหารก็ขาดทุนอย่างหนัก ช่วงนี้เลยแย่มากสำหรับใครหลายๆคน

เชฟโรงแรมดังตกงานเพราะโควิด เข็นรถขายอาหารสู้ชีวิต (ชมคลิป)

เชฟอาหารจีนขอลงถนน โชว์ฝีมือผัดข้าวราคาย่อมเยา เผยเจอวิกฤติต้องอยู่ให้ได้ นายศรีวรรณ สุขสบาย หรือ เชฟวรรณ อายุ 56 ปี กล่าวว่า แต่เดิมทำงานเป็นเชฟอาหารจีนอยู่ในโรงแรมชื่อดังของเชียงใหม่ และ จังหวัดพิษณุโลก รวมทั้งร้านอาหารชื่อดังระดับภัตตาคาร มีประสบการณ์มานานกว่า 30 ปี โดยล่าสุดเป็นเชฟให้กับร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่รับลูกค้าหลักเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยว ทางร้านจึงต้องปิดชั่วคราว และตัวเองต้องว่างงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นมา ซึ่งตลอดช่วงที่ผ่านมาได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะมีภาระค่าใช้จ่ายต้องรับผิดชอบ ทั้งค่ากินอยู่ และค่าเช่าบ้าน แต่ไม่อยากรอคอยความช่วยเหลืออย่างเดียว ตนก็พยายามดิ้นรนช่วยตัวเองด้วยการรวบรวมเงินทุนจากการหยิบยืม และเงินเยียวยา 5,000 บาท ที่เพิ่งได้รับจากรัฐบาล นำไปซื้อรถเข็นมือสองมาซ่อม และใช้ฝีมือทำอาหารของตัวเอง เปิดร้านรถเข็นขายอาหารตามสั่ง ซึ่งเพิ่งเริ่มขายวันแรกเมื่อวันที่ 4 พ.ค. โดยรายการอาหารที่ขาย ได้แก่ ข้าวไข่เจียว ข้าวผัดกะเพรา ข้าวผัดคะน้า ข้าวผัด ราคา 25-30 บาท เพิ่มข้าว หรือ ไข่ดาวก็ 5 บาท ซึ่งขายในราคาย่อมเยาเพื่อให้ลูกค้าสามารถซื้อกันได้อย่างสบายกระเป๋า เพราะทราบดีว่าในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ผู้คนต่างขาดรายได้เหมือนกันหมด แต่รับประกันเรื่องความสะอาดและรสชาติ หลังจากที่เปิดขายเบื้องต้นได้รับการตอบรับจากลูกดีพอสมควร ส่วนจุดที่จะเข็นไปขายในช่วงแรกนี้จะเป็นย่านรอบ ๆ ตลาดเมืองใหม่เป็นหลัก เริ่มตั้งเวลาประมาณ 17.00 น.เป็นต้นไป เพราะมองว่าน่าจะมีลูกค้าใช้บริการ ขณะเดียวกันจะมีการเดินเข็นรถไปขายตามจุดต่างๆ ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่าอาจจะไปได้ไม่ไกลมากนัก เพราะรถเข็นที่ใช้อยู่ค่อนข้างเก่าทำให้เข็นค่อนข้างยาก และตัวเองอายุเริ่มเยอะแล้ว ออกขายเพียงคนเดียวเป็นหลัก ยกเว้นบางวันที่อาจจะมีลูกสาวกับลูกเขยที่อยู่ต่างอำเภอมาช่วยบ้าง อย่างไรก็ตามจะพยายามดิ้นรนทำมาหากินช่วยเหลือตัวเองจนถึงที่สุด เพราะไม่ชอบขอใครกิน หากใครอยากจะช่วยเหลือ แค่ช่วยอุดหนุนกันก็พอใจแล้ว  

เชฟโรงแรม ถือมีดบุกทวงเงินเดือน จะพุ่งใส่ตำรวจ เจอยิงหัวดับ สงสัยเกินกว่าเหตุ

เชฟโรงแรมย่านนาเกลือ ชลบุรี ถือมีดบุกทวงเงินเดือนจากผู้จัดการ ตำรวจเข้าระงับเหตุยิงดับ ทั้งที่กำลังวางอาวุธ พี่ชายร้องขอความเป็นธรรม เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 7 ก.ย. ร.ต.ท.อริส พวงไสว รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต ที่โรงแรม นิวซีวิว รีสอร์ท ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานจอดรถทัวร์หน้าโรงแรม พบศพนายประจักษ์ชัย ศิริเวช อายุ 35 ปี พ่อครัวของโรงแรมดังกล่าว นอนเสียชีวิตในสภาพคว่ำหน้า มีร่องรอยถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่ศีรษะ เลือดไหลนองพื้น ข้างกันพบมีดและเหล็กแหลมตกอยู่ และพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม. จำนวน 2 ปลอก ตกอยู่บนพื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนเคลื่อนย้ายศพออกจากที่เกิดเหตุ สอบถามนายสมใจ ศิริเวช อายุ 37 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเป็นพี่ชายผู้เสียชีวิต ซึ่งทำงานเป็นพ่อครัวในโรงแรมดังกล่าว มาเป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว ขณะเกิดเหตุตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ได้รับฟังข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์ โดยระบุว่า น้องชายถืออาวุธเหล็กแหลมขึ้นมาทวงเงินเดือนที่ออฟฟิศ นายสมใจ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น ทางพนักงานได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาระงับเหตุ เมื่อตำรวจสายตรวจมาถึงก็สั่งให้น้องชายวางอาวุธ ในขณะที่น้องชายกำลังวางอาวุธลงตามคำสั่งของตำรวจ แต่ปรากฏว่าน้องชายมีท่าทีจะพุ่งเข้าใส่ตำรวจ ตำรวจสายตรวจ ยศจ่า ทราบชื่อเพียง จ่าแซม ได้ชักอาวุธปืนประจำกายยิงเข้าที่ศีรษะจนล้มลงไปนอนกองกับพื้น โดยอ้างว่ายิงเพราะป้องกันตัว นายสมใจ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียน้องชาย และรู้สึกติดใจในการระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำเกินกว่าเหตุไปหรือไม่ ซึ่งตนอยากขอความเป็นธรรมให้กับน้องชายที่เสียชีวิตต่อไปด้วย น้องชายยังเป็นเสาหลักของครอบครัว และมีลูกน้อยวัยขวบเศษต้องดูแล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะชควบคุมตัวตำรวจผู้ก่อเหตุไปสอบสวน พร้อมทั้งตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละ เอียด รวมถึงสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อหาข้อเท็จจริงและพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย